"..การจัดการแลกเปลี่ยนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนครั้งนี้สนุกมาก คาดไม่ถึงว่าจะสนุกแบบนี้ จากเดิมที่รู้การใช้เครื่องมือบ้าง แต่ได้มาฟังแล้วก็ทำให้ได้รู้จักเทคนิคพิเศษเพิ่มขึ้นจากพี่ ๆ เวทีนี้ทำให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้น ชอบมากค่ะ"

เขาว่ากันว่าร่างกายคนเรานั้นประกอบด้วยธาตุต่าง ๆ ได้แก่ ดิน น้ำ ลม และไฟ แต่อิฉันจะขอเพิ่มเติมอีก 1 ธาตุ นั่นคือ...หิน...

  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">อ๊ะ..อ๊ะ…อ๊ะ..ไม่ได้ล้อเล่นนะ หินจริงจริ้ง...</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ก็จากประสบการณ์ของอิฉันที่ทำงานอยู่ในห้องผ่าตัดน่ะซิคะ พบว่าผู้ป่วยบางคนบังอาจมีหินไปสิงสถิตอยู่ในส่วนร่างกายต่าง ๆ  เช่น ที่ไตมั่งล่ะ ที่ต่อมน้ำลายมั่ง หรือที่ถุงน้ำดี เป็นต้น</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">..ภาษาทางการแพทย์เขาจะเรียกว่าหินที่ไปสถิตอยู่ในอวัยวะนั้น ๆ ว่า...นิ่ว เช่น นิ่วในไต นิ่วในกรวยไต นิ่วของต่อมน้ำลาย นิ่วในถุงน้ำดี และอื่น ๆ ตามอวัยวะนั้น</p> เมื่อเกิดนิ่วขึ้นแล้วผู้ป่วยมักจะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น อาการปวดและการอักเสบของอวัยวะที่นิ่วไปสิงอยู่  ซึ่งวิธีการรักษาที่ดีที่สุดคือการกำจัดเอาก้อนนิ่วนั้นออกไปซ๊ะ… <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p>และในวันนี้อิฉันขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับนิ่วในถุงน้ำดี (gall stone) เพราะพวกเราชาวชุมชนคนชุดเขียวได้จัดเวทีเพื่อนช่วยเพื่อนครั้งที่ 5/2550 เกี่ยวกับ การส่งเครื่องมือผ่าตัดเอานิ่วในถุงน้ำดีออกโดยการใช้กล้อง <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ก่อนหน้านี้การผ่าตัดเอานิ่วออกจากถุงน้ำดีจะทำโดยการผ่าตัดมีแผลเปิดที่หน้าท้อง Open  cholecystectomy (OC) เป็นวิธีรักษา symptomatic gall stone disease เป็นเวลานานกว่า 100 ปี ต่อมาศัลยแพทย์ได้พยายามที่จะหาวิธีการผ่าตัดโดยการไม่ผ่าตัด อ๊ะ..อ๊ะ..งง..ล่ะซี้ คือจังซี้…ผ่าตัดโดยไม่มีแผลผ่าตัด หรือ non-surgical method เพื่อที่จะกำจัดนิ่วออกจากถุงน้ำดี ซึ่งนับตั้งแต่ปี 1987 ก็ได้มีการพัฒนาการผ่าตัดเอานิ่วในถุงน้ำดีโดยการใช้กล้อง laparoscopic cholecystectomy (Lc)</p><p></p><p>การผ่าตัดเอานิ่วในถุงน้ำดีโดยการใช้กล้อง laparoscopic cholecystectomy จึงได้กลายมาเป็นทางเลือกของการผ่าตัด (procedure of choice) ที่มีความปลอดภัย อีกทั้งมี ข้อดีของการผ่าตัด LC เมื่อเทียบกับ OC ได้แก่</p><blockquote>

1.     อาการปวดที่น้อยกว่า

2.     การอยู่โรงพยาบาลสั้นกว่า (OC เฉลี่ย 7 วัน , LC เฉลี่ย 3 วัน)

3.     การกลับไปปฏิบัติหน้าที่การงานหลังการรักษาเร็วกว่า

4.     แผลผ่าตัดสั้นกว่า จึงมีผลต่อความสวยงานของหน้าท้อง

5.     LC ยังมีภาวะแทกซ้อนหลังผ่าตัด น้อยกว่า

</blockquote><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ปัจจุบันการผ่าตัดเอาถุงน้ำดี หรือนิ่งในถุงน้ำดีออกจึงมักจะใช้วิธี LC มากขึ้น และเพราะว่ามีเรื่องการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์กล้อง ต่าง ๆ มากมาย พี่ ๆ น้อง ๆ คนชุดเขียวจึงขอร้องให้พี่กมลพร หรือพี่ปุ๊และพี่จินตนาที่มีความรู้ในเรื่อง การส่งเครื่องมือผ่าตัดเอานิ่วในถุงน้ำดีออกโดยการใช้กล้อง อย่างดีมาเล่าสู่กันฟังหน่อย</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">วันที่ 9 ก.พ. 2550 พี่ปุ๊กะพี่จินจึงเปิดเวทีเพื่อนช่วยเพื่อนขึ้น ในภาพพี่ปุ๊กำลังเริ่มต้นอธิบายการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ในการผ่าตัดเอานิ่วในถุงน้ำดีออกด้วยกล้อง</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"><div style="text-align: center"></div></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">หลังจากที่อธิบายวิธีการต่อเครื่องแล้วก็ให้พี่ ๆ น้อง ๆชาวชุดเขียวได้หยิบจับอุปกรณ์และสายต่าง ๆ ในภาพกะลังกยิบคนละไม้ละมือ นัวเนียกันอย่างสนุกสนาน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><div style="text-align: center"></div>

  

</span>พี่ ๆ ชุดเขียวได้หยิบจับแล้ว ต่อไปก็ให้น้อง ๆ ชุดเหลือง ผู้ช่วยเหลือคนไข้ และชุดน้ำเงิน คือพนักงาน ได้หยิบจับกันบ้าง ในภาพน้องหนึ่งขอลองบ้าง…"ผมขอลองเสียบบ้างนะครับพี่" โดยมีน้องจันทร์ทรลุ้นอยู่ข้าง ๆ ว่าจะเสียบถูกหรือผิด…อิอิอิ…  <div style="text-align: center"></div> <p align="left"></p><p align="left">"...นี่..ต้องจับแบบนี้นะจ๊ะถึงจะถูกต้อง" พี่เปียบอกกลเม็ดเคล็ดลับสำคัญให้ฟัง จินตนาเกาจมูกสงสัยกะลังคิดว่าที่ผ่านมาฉันทำแบบนี้หรือเปล่าน้อ..? </p><p align="left"><div style="text-align: center"></div></p>   <p align="left"> </p>หลังจากจบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้ว ก็ต้องปรบมือกันหน่อย จากซ้าย..น้องตุ๊ก น้องอ้อย  พี่เปีย ปรบมือรัว...เชียวนะ วิทยากรปุ๊ก็อ้าปากเตรียมขอบคุณ <div style="text-align: center"></div>

  

</span>วิทยากรปุ๊…ยกมือไหว้ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันแลกเปลี่ยนอย่างสนุกสนาน ในบรรยากาศที่เรียกว่า "ผู้รับก็ดีใจ ผู้ให้ก็ปลาบปลื้ม"  <div style="text-align: center"></div>

  

</span>เอ้า..จบแล้ว…พากันเข็นของกลับบ้าน..เอ๊ย..เข็นอุปกรณ์เก็บเข้าที่ ช่วยกันคนละไม้ละมือดีจังเยยย…. <div style="text-align: center"></div>

</span><p>หลังจากที่จบการสาธิตแล้ว คนชุดเขียวทุกคนก็ได้ทำ AAR  ซึ่งทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า….</p><p> "..การจัดการแลกเปลี่ยนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนครั้งนี้สนุกมาก คาดไม่ถึงว่าจะสนุกแบบนี้ จากเดิมที่รู้การใช้เครื่องมือบ้าง แต่ได้มาฟังแล้วก็ทำให้ได้รู้จักเทคนิคพิเศษเพิ่มขึ้นจากพี่ ๆ เวทีนี้ทำให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้น ชอบมากค่ะ" </p><p>นับวันการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยใช้เวทีแบบเพื่อนช่วยเพื่อนของชาวชุดเขียวก็ยิ่งทวีความเข้มข้น สนุกสนานขึ้นทุกที รูปแบบก็จะเปลี่ยนไปทุกครั้งตามผู้นำ หรือ Leader แต่ละคน จนดิฉันคาดเดาไม่ได้ว่าแล้ว… “เพื่อนช่วยเพื่อนครั้งที่ 6/2550 “ จะมีรูปแบบไหนน้อ ?   </p>