ผลงานทางวิชาการทำไม่ยาก

เมื่อพูดถึงการทำผลงานทางวิชาการเพื่อให้มีหรือเลื่อนวิทยาฐานะนั้นทุกคนโดยเฉพาะครู ศึกษานิเทศก์รวมทั้งผู้บริหารโรงเรียนค่อนข้างจะมีความกังวล จะทำอย่างไร ทำแล้วจะได้หรือเปล่า กลัวไม่ผ่าน เป็นต้น หลักในการทำผลงาน ต้องมีเป้าหมายหลักที่ผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นครู ศึกษานิเทศก์หรือผู้บริหารโรงเรียน ถ้าเป็นครูก็ตรงไปที่ผู้เรียน ถ้าเป็นศึกษานิเทศก์ก็ต้องส่งผ่านไปยังครูหรือผู้บริหารโรงเรียนแล้วจึงไปถึงผู้เรียน ในการทำผลงานอย่าไปคิดว่าเป็นผลงาน แต่คิดว่าจะแก้ปัญหาหรือพัฒนาผู้เรียนอย่างไร โดยต้องออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมพร้อมกับมีสื่อ/นวัตกรรมประกอบ คำว่า “สื่อ/นวัตกรรม” นั้นอาจเป็นเทคนิคหรือวิธีการก็ได้ หรืออาจเป็นสื่อ เทคโนโลยีก้ได้ แล้วแต่ศักยภาพของครูหรือศึกษานิเทศก์ที่จะออกแบบ สิ่งสำคัญสื่อ/นวัตกรรมนั้นต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Content validity ก่อนเป็นอันดับแรก ปัญหาขณะนี้ครูไม่ค่อยให้ความสำคัญในเรื่อง Content validity เมื่อผลิตหรือสร้างสื่อ/นวัตกรรมเสร็จก็จะนำไปใช้เลยซึ่งถือว่าผิดขั้นตอน ดังนั้นสื่อ/นวัตกรรมทุกประเภทหรือทุกชนิดต้องหา Content validity ต่อจากนั้นขอให้มีเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีคุณภาพ คำว่า “เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีคุณภาพ” หมายถึง เครื่องมือที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพด้าน Content validity เช่นเดียวกับสื่อ/นวัตกรรม แต่เพิ่มการทดลองใช้ ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า try-out เพื่อหาคุณภาพเป็นรายข้อและทั้งฉบับของเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ถ้าครู ศึกษานเทศก์หรือผู้บริหารโรงเรียนที่จะทำผลงานทางวิชาการเพื่อเลื่อนวิทยฐานะได้ดำเนินการใน 2 เรื่อง ดังกล่าวข้างต้น คือ สื่อ/นวัตกรรม และเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ ผลงานทางวิชาการ ก็จะมีคุณภาพตามไปด้วย สำหรับการนำสื่อ/นวัตกรรมไปใช้ อย่างลืมมีการบันทึกผลตามแบบหรือเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ก็จะป้องกันความคลาดเคลื่อนที่จะเกิดขึ้นได้ สำหรับการวิเคราะห์และเขียนรายงานคงต้องศึกษาต่อไป