การเพาะเห็ดเป็นเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่เป็นวิถีแห่งทางเลือกของการอยู่การกินและเพิ่มรายได้เพื่อความพอเพียงในระดับครอบครัว และชุมชน

การเพาะเห็ดเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่พี่น้องเกษตรกรมีความสนใจในการเพาะ เพื่อการบริโภค และการจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว เนื่องจากเห็ดจัดเป็นอาหารอันโอชะ กินได้ทุกเพศทุกวัย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะเห็ดฟางจะเป็นโปรตีนค่อนข้างสูง วิตามิน และแร่ธาตุ อีกทั้งยังมีกรดอมิโนที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันในการป้องกันและรักษาไข้หวัดได้อีกด้วย ดังนั้นพี่น้องชาว Blog ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ 3 วันดี 4 วันไข้ ลองหันมาบริโภคเห็ดฟางลองดูนะครับ

นอกจากนั้นพี่น้องชาว Blog ที่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย คือถ่ายไม่เป็นเวลา หรือ 3 - 4 วัน ถ่ายครั้งหนึ่งนั้น ลองหันมากินเห็ดลองดูนะครับ เป็นเห็ดอะไรก็ได้ขอเพียงว่าเป็นเห็ดที่กินได้ (Edible Mushroom) โดยเฉพาะเห็ดขอนขาว เห็ดบด และกินเป็นประจำรับรองครับว่าความเครียดจากระบบขับถ่ายจะหายไป

นี่จึงเป็นที่มาแห่งเรื่อเล่าของวันนี้ครับว่า เมื่อวาน 18 กุมภาพันธ์ 2550 ผมได้เดินทางไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือน ที่หมู่บ้านนักรบไทย ตำบลบุ่งแมลง กิ่งอำเภอสว่างวีรวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี ตามคำเรียกร้องของพันธมิตรทางวิชาการที่ขอความร่วมมือมาตั้งสามเดือนก่อนหน้านี้

 

ต้องยอมรับครับว่าเมื่อผมไปถึงศาลานัดพบ ทุกคน (19 คน) ต่างตื่นเต้นดีใจ รวมทั้งผมด้วย เสมือนเคยเจอกันมาก่อน ซึ่งจริงๆ แล้วไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนเลย เพียงแต่คุยกันทางโทรศัพท์ 2-3 ครั้ง แต่ความเป็นกัลยานมิตรที่ทุกคนมีให้ผมนั้นเสมือนเคยรู้จักกันมาแรมปี นี่หละครับหัวอกคนรักเห็ดฉบับ KM

เมื่อเราตั้งหลักได้เราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันหลายเรื่องครับ ไล่ตั้งแต่ สูตรอาหารในการเพาะ เห็ดไม่ออกดอก โรคและแมลงศัตรูเห็ด และวัชเห็ด ซึ่งนับว่าล้วนแต่เป็นปัญหาหนักอกหนักใจของพี่น้องเกือบทุกคน มีตั้งแต่น้อยที่สุด จนกระทั่งถึงมากที่สุด แต่วันนี้ผมใคร่ขอนำเสนอการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ลปรร) เรื่องวัชเห็ด

วัชเห็ด คือเห็ดที่เราไม่ต้องการ ที่มักพบได้แก่ เห็ดถั่ว เห็ดขี้ควาย ( Ink Mushrooms ) แต่ที่นี่มีปัญหาคือเห็ดขี้ควาย หรือเห็ดน้ำหมึก เราจึงสนทนากันอย่างสุนทรีย และฟังอย่างลึกซึ้งเลยทีเดียว เราจึงนั่งวิเคราะห์กันว่ามันมาได้อย่างไร ซึ่งเราไม่ต้องการเลย สุดทั้ายก็พบว่าเราได้นำปุ๋ยคอก (ขี้วัว) มาใช้เป็นอาหารเสริมของเห็ดฟาง ดังนั้นสปอร์ของเห็ดขี้ควายจึงติดมาด้วย แล้วตอนที่เราฆ่าเชื้อนั้นันไม่ตาย พอได้รับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจึงเกิดแข่งขันกับเห็ดฟางของเรา แถมเกิดดีกว่าเห็ดฟางอีกต่างหาก แถมปล่อยน้ำหมึกออกมาทำให้เห็ดฟางเราไม่น่ารับประทาน

แล้วจะกำจัดวัชเห็ดนี้ได้อย่างไร น้าพัน หนึ่งในกลุ่มเกษตรกรที่เพาะเห็ดฟางด้วยกันบอกว่าตนไม่มีปัญหานี้เลย เนื่องจากตอนอบฆ่าเชื้อโรงเรือนตนเองอบที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส ใช้เวลานาน 4 ชั่วโมงติดต่อกัน ผมจึงย้อนถามพี่น้องที่มีปัญหาดังกล่าวว่าได้ทำเช่นนี้หรือไม่ ส่วนมากตอบเป็นเสียงเดียวกันครับว่าไม่ เนื่องจากอบอุณหภูมิเพียง 65 องศาเซลเซียส ทุกคนจึงถึงบางอ้อ ว่าเป็นเช่นนี้เอง

จากแนวทางดังกล่าวก็สอดคล้องกับทฤษฏีครับว่า ในการที่จะกำจัดวัชเห็ด หรือจุลินทรีย์ต่างๆ นั้นจะต้องใช้อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส ใช้เวลานาน 4-6 ชั่วโมงติดต่อกัน เชื้อจึงจะตาย และสามารถแก้ไขปัญหาได้นะครับ

จากสภาพปัญหาดังกล่าว ซึ่งเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าสำหรับพี่น้องเกษตรกรที่มีความยากจนเป็นทุนอยู่แล้ว จึงได้ผลผลิตที่ต่ำ ไม่พอเพียงในการบริโภค และการนำไปขายเพื่อนำเงินมาซื้อปัจจัยการผลิต หรือใช้จ่ายในระดับครัวเรือน สำหรับแนวทางการจัดการความรู้ในครั้งนี้น่าจะเป็นหนทางการนำไปสู่การผลิตให้พอเพียงในระดับครัวเรือน และชุมชนได้

ขอบคุณครับ

อุทัย อันพิมพ์

19 กุมภาพันธ์ 2550