จริงๆแล้วควรจะบันทึกเมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา แต่ก็ลืมค่ะ เพราะมีเรื่องราวอย่างอื่นให้บันทึกก่อน...ก็เลยล่วงเลยมาถึงวันนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่สายที่จะบอกรักนะค่ะ.....รัก (คนอ่าน) น่ะ ……
.....ในภาษาญี่ปุ่น ...(เท่าที่ทราบ)...จะมีคำที่ใช้เกี่ยวกับการบอกรัก อยู่ 3 ลักษณะค่ะ.......
ลักษณะแรก ชวนเป็นแฟน....เมื่อปิ้งปั้ง หลังจากดูกันไป ดูกันมา ออกเดท ด้วยกันระยะหนึ่ง หรือมีวันพิเศษๆ หนุ่ม หรือ สาว ก็จะชวนคบหาเป็นแฟนกัน โดยใช้คำพูดว่า....Tsuki atte kudasai (ทซึ คิ อัต เตะ คุ ดะ ไซย) แปลว่า...กรุณาคบกับฉันหน่อยนะ...ถ้าเป็นสำนวนไทยก็น่าจะ....มาเป็นแฟนกันนะ .....คนถูกขอหากเห็นชอบก็น่าจะตอบรับ (แฮะๆ ไม่เคยมีประสบการณ์) ว่า...Yoroshiku Onegaishimasu…(โยะ โระ ชิ คุ โอะ เน งัย ชิ มัส) ....กรุณาด้วยนะค่ะ...หรือ ..Un..(อึน)...ค่ะ....คือตอบสั้นๆแค่ค่ะก็ได้......หากจะปฏิเสธก็บอกว่า....Gomen nasai (โกะ เมน นะ ไซย) ..ขอโทษค่ะ/ครับ ....
ลักษณะที่สอง. บอกชอบ ...anata no koto ga suki…. (อะนะตะ โนะ โคะ โตะ กะ สุ คิ).....ฉันชอบคุณค่ะ.....ถ้าชอบมากก็เติมคำว่า …Dai..(ได) ใส่เข้าไปข้างหน้า....dai suki…..(ได สุ คิ) ....ชอบมาก......(anata แปลว่า คุณ) ... suki แปลว่า ชอบ ซึ่งจะนำไปใช้กับการชอบอะไรอื่นๆ ก็ได้ค่ะ
ลักษณะที่สาม....สารภาพรัก....anata o ai shite iru…..(อะนะตะ โอะ ไอ ชิ เตะ อิ รุ) ....ฉันรักคุณค่ะ.....คำว่า ai แปลว่ารักค่ะ....หรือ..เวลาจะสารภาพก็จ้องเข้าไปที่ดวงตา แล้วพูดสั้นๆว่า.... ai shite iru …..ก็ซาบซึ้งกินใจแล้วค่ะ...... .
.....คุณละค่ะ มีวิธีการสารภาพรักหรือถูกสารภาพรักอย่างไรบ้างค่ะ......
เอ แล้ว โอ อา อิ ชิ มา ซึ แปลว่า ฉัน รัก คุณ ใช่ไหมคะ
สารภาพรักแบบพี่แป๋วน่ารักจังคับ^________^
อืม ^-^
สวัสดีค่ะ อาจารย์ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>วันนั้น ที่เม็กดำ ต้องขอขอบคุณเช่นกันค่ะ เพราะคุณครูทุกท่านที่เม็กดำ ให้การต้อนรับที่ดีมากๆ ค่ะ อยากอยู่ต่อค่ะ…แต่ด้วยมีเวลาน้อย และต้องเดินทางไกล จึง เป็นประเภท แวบมา แวบไป ค่ะ…..</p><p>ขอบคุณมากค่ะ……ยิ้ม ยิ้ม</p>
สวัสดีค่ะคุณ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>คำว่า โอะ อะ อิ ชิ มะ สุ O aishimasu….ก็แปลว่ารักเหมือนกันค่ะ เป็นคำเดียวกัน แต่ใช้ในรูปที่ต่างกันค่ะ ตัวหลักคือ ai อะอิ หรือ ไอ แปลว่ารักค่ะ </p>
สวัสดีค่ะ อ.ไมโต <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ขอบคุณค่ะ ที่แวะมาฟังคำรัก….ชื่นใจค่ะ</p><p>แสดงว่าอ.ไมโต เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ คู่กรรม แน่ๆ เลย….ขนาดแป๋วเองเคยอ่านคู่กรรมร้องไห้มา 2 รอบ ยังจำไม่ได้เลยค่ะว่า โกโบริ พูดว่าอะไร…..ยิ้ม ยิ้ม</p>
สวัสดีค่ะ คุณแผ่นดิน <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table>ใช่ค่ะ การบอกรักไม่เชย ค่ะ บอกได้ทุกวันยิ่งดีค่ะ….โฆษณาประมาณว่า….วันนี้คุณบอกรักรึยัง……บันทึกนี้ยิ่งหวานขึ้นไปอีกเมื่อบวกกับคำเขียนของคุณแผ่นดินนะค่ะ…..เปี่ยมหวาน เปี่ยมความหมาย……
ขอบคุณค่ะ…แต่เรื่องรักๆ ของน้องหมู… หว้าน หวาน …ขอบคุณค่ะ….
สวัสดีค่ะ อ.JJ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table>ขอบคุณค่ะ ที่แวะมาเยี่ยมยาม ค่ะ
เรียนท่านอาจารย์แป๋ว
กัมปนาท
Ai Shi Tei Ru
^___^
เรียน คุณ paew
ช่วงนี้ กลับถึงบ้านดึกค่ะ เลยไม่ได้เปิดคอมฯ เลย อิอิ ตอนนี้ ก็ยังไม่ีได้กลับบ้านเลยนะคะเนี่ย
ก่อนอื่น ฝากบอกคุณไมโต เพิ่มด้วยนะคะว่า
วลีที่เด็ดสุดเกี่ยวกับความรัก ยังมีอีกเรื่องนึง คือ "ข้างหลังภาพ"
"ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็ภูมิใจที่มีคนที่ฉันรัก" (รึเปล่าค่ะ เริ่มลืมเลือนแล้ว)
มิน่าหละ ได้ยินคุณสมพร เธอละัเมอออกบ่อยว่าGomen nasai
เพิ่งทราบความหมายวันนี้นี่เอง อิอิ
สวัสดีค่ะ คุณแจ๊ค
"หว่อไอนี" แปลว่า ผมรักคุณ…..ส่วน หนี่ไอ้หว่อ แปลว่า คุณรักฉัน ค่ะ…..ยิ้ม ยิ้ม………ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ IS <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table>Arigatou!!! Watashi mo yo!
สวัสดีค่ะ คุณแป๊ด
ยังอยู่ที่ทำงานเหมือนกันค่ะ….ทำโน้นทำนี้ พิมพ์โน้น พิมพ์นี่ พิมพ์ Blog อ่านโน้น อ่านนี่ อ่าน Blog….ยิ้ม ยิ้ม……<p>อื้อ ฮือ…แฟนพันธุ์แท้คุณหญิงกีรติ เหมือนกันนะค่ะ…เรื่องนี้เหมือนกันค่ะ..อ่านและร้องไห้มาแล้ว แต่จำวลีสวยๆ พวกนี้ไม่ได้……</p><p>55555….แสดงว่าคุณสมพร…ปฏิเสธหนุ่มๆ อยู่เรื่อยเลยหรอค่ะ…….แต่เวลานั่งรอฟังผลคุณแป๊ด คุณสมพรไม่ยอมหลับยอมนอนนะค่ะ…….เดี๋ยวไปชวนคุณสมพร มาดูความคิดถึงของคุณแป๊ด…..</p>
ผมเคยอ่านคู่กรรมตอนที่อยู่ ม.ศ.3 ครับ ตอนนั้นก็อินกับเรื่องนี้มากเหมือนกัน เสียน้ำตาไปหลายแหมะเหมือนกันครับ ที่จำได้เพราะโกโบริ ใช้คำว่า อะนาตะ โอ อา อิชิ มัชชึ ซึ่งตอนนั้นก็สงสัยว่าคำว่า รัก ภาษาญี่ปุ่นนี่เขาใช้คำว่าอะไร ก็เลยจำได้ครับ เพิ่งจะมารู้ตอนหลังจากนั้นอีกนานมากแล้วว่าเขาใช้คำว่า ai ไม่ใช่ อา เหมือนที่คุณทมยันตีเขียน
วลีที่บันทึกอยู่ข้างหลังภาพของคุณหญิงกีรติ เป็นคารมที่ผมจำได้จากนิยายรักนักศึกษาของคุณศุภักษร ทำให้ไปตามอ่านเรื่อง ข้างหลังภาพ ของศรีบูรพา ซึ่งก็ไม่ผิดหวังครับ ซึ้ง สุดๆ จนเมื่อมีโอกาส ผมจึงไม่พลาดการไปเยือน มิตาเกะ สถานที่ที่นพพร พาคุณหญิงกีรติไปเที่ยวขณะที่อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น อันเป็นที่ที่ประทับอยู่ในความทรงจำของคุณหญิงกีรติ ตราบจนวันสุดท้ายของชีวิต
ตอนที่อ่านคู่กรรมครั้งแรกก็อยู่ประมาณชั้นมัธยมเหมือนกันค่ะ...แล้วก็มาอ่านอีกครั้งเมื่อายุประมาณ 20 ค่ะ แต่อ่านครั้งใด น้ำตาก็ไหลพรากทุกที.....ที่คุณทมยันตีเขียนนั้น เป็นคำว่า อา อิ ค่ะ ซึ่งก็คือ ai ค่ะ แต่ออกเสียงผิดไปนิดค่ะ a อ่านว่า อะ ส่วน อา จะเป็น aa ค่ะ แล้วส่วนใหญ่ ai อะอิ มักจะออกเสียงเป็น ไอ ค่ะ.....แต่ภาพยนต์ให้อารมณ์ไม่ถึงหนังสือนะค่ะ
เรื่องข้างหลังภาพเวลาอ่านนะค่ะนอกจากจะเศร้าแล้ว เวลาอ่านตอนช่วงความรักของนพพรกับคุณหญิงกีรติ...อ่านแล้วจะอิน แล้วก็หวิว วาบ ๆที่ ท้อง ที่ ใจ มั้ง....อ.ไมโต เป็นมั้ยค่ะ..........
เสียดายค่ะ ไม่ได้ไป มิตาเกะ เพราะช่วงที่อยู่ที่ญี่ปุ่นอยู่เกาะใต้มากๆ เลยไม่มีโอกาสเที่ยวแถวนั้น....แต่โชคดี ที่ได้ดูภาพที่ อ.ไมโต ถ่ายมาจาก Blog ค่ะ