GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ความดีในมุมมืด

                    คุณและผมคงอยากให้สังคมดี  แล้วที่ไปเกี่ยวข้องกับพี่น้องตองเหลือง ก็อยากให้เกิดสิ่งดีงาม

                    มีคำบอกเล่า ความดีนี้ทำยาก  ๆ กว่าทำชั่ว ๆ เพียงน้อยนิด เป็นข่าวใหญ่  ทำดีไม่เห็นมีอะไร  มีแต่คนเฉย ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เรียกว่า ทำดีด้วยลมปาก ไม่อาจจับต้องได้ แต่ที่เห็นเป็นรูปธรรมกลับถูกมองว่าเป็นการทำลาย....

                    สังคมก็เป็นแบบนี้เอง  มีแต่คำกระแนะกระแหน่  คอยตั้งแง่  หรือภาษาวัยรุ่นเขาเรียกว่า  วางสนุ๊ก  ตีกัน แล้วอีกอย่างอาจเป็นเพราะคนที่ทำความดี  ทำดีในมุมมืด

                     ผมเชื่อว่าเกี่ยวกับพี่น้องตองเหลืองมีผู้ปรารถนาดีไม่น้อย แต่จะลึกซึ้งมากน้อย  ก็สุดแท้แต่ปัจจัยเงื่อนไข  เหมือนอย่าง 2 สัปดาห์ก่อน  คุณลุงสูงอายุ ชาวจ.นครสวรรค์ไปเยือนพี่น้องตองเหลือง ท่านเดินแจกเงิน โดยท่านก็เข้าใจว่า ท่านทำถูกแล้ว  ( ผมเองอยากจะบอกว่าแบบนี้จะเป็นการทำลาย ) ก็ไม่กล้าไปบอกท่านตรง ๆ คงต้องใช้เวลา หาโอกาสสื่อสาร

                    เหมือนอย่างมีหน่วยงานที่ขึ้นไปทำโน้น ทำนี่ ( ขอเรียนว่าไม่ใช้ทุกหน่วยงาน ) ก็เพราะหวังดี ก็สามารถทำกันได้  เพราะเขาหวังดี แต่จะอยู่ได้ยั่งยืน มากน้อยหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง  เหล่านี้นั้นยังเรียกว่า ความดีในมุมมืดอยู่  เพราะเราจำเป็นต้องให้ผู้รับมีส่วนร่วมให้มาก ๆ  ไม่เช่นนั้นจะเป็นการสงเคราะห์ที่เรามักพบว่าเป็นการทำลาย ด้วยอาจขาดการมีส่วนร่วม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 79543
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 7
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (7)

สวัสดีครับ Mr.tanu

        หวังดีในมุมมืดคงไม่ต่างอะไรกับการพัฒนาที่คนนอกเอาไปหยิบยื่นให้ในแบบยำยำ แบบมาม่า แบบไวไว ซึ่งไม่ใช่การพัฒนาแบบยั่งยืน เห็นด้วยกับการให้คนในได้คิดและมีส่วนร่วมครับ

การให้ความช่วยเหลือในลักษณะของการสังคมสงเคราะห์อาจจะช่วยให้เขาอยู่ได้ในระดับหนึ่ง...แต่ไม่สามารถให้เขาพึ่งตนเองได้...เหมือนปรัชญาการพัฒนาชุมชนที่ว่า "อย่าให้ปลาแก่เขา แต่จงให้เบ็ดแก่เขา แล้วให้เขาใช้เบ็ดนั้นหาปลาด้วยตนเอง"...แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ ทำอย่างไรเขาจะรู้สึกเป็นเจ้าของเบ็ดนั้น...และไม่ทิ้งเบ็ดนั้นไป...การช่วยที่ดีที่สุดคือช่วยให้เขาคิดได้ และลงมือกระทำด้วยตัวเขาเอง...เช่น ถ้าเขาคิดได้ เมื่อเขาอยากได้ปลา เขาอาจจะไม่ใช้เบ็ด แต่เขาจะประดิษฐ์สิ่งใหม่เพื่อหาปลาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเขาเอง....ไม่ว่าจะเป็นแห สวิง อวน...

พยายามเขียนเมื่อคืนแล้ว  แต่เครื่องเจ้ากรรม  ตอนป้อนข้อมูลนั้นไม่รับเข้าไป  แต่ก็จำประเด็นได้

มุมมืดมีหลายมุม  แต่มุมมืดที่อันตรายคือมืดบอดทางปัญญา 

หลายคนก็อยากไปเห็น  ไปทำสารคดี  แจกเงิน  แจกสิ่งของ  แล้วก็จากไป  ท่านเหล่านั้นก็ทำตามที่เขาคิดได้  อาจไม่ได้ลึกซึ้งมากมายอะไร "อันความกรุณา ปรานีจะมีใครบังคับก็หาไม่..." 

คิดว่าการพัฒนาต้องมาจากชนตองเหลืองเอง(participations)  เราเป็นผู้สนับสนุน  ไม่ใช่เอาวิธีคิดอย่างเราเข้าไปครอบ   บางคนอาจเถียงว่าไม่ได้   แต่อย่าลืมว่ามนุษย์ทุกคน  มีเกียรติ  มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์   มีปัญญา  ต้องเข้าใจ  เข้าถึง และพัฒนา

มนุษย์เมืองอาจหงุดหงิดที่พัฒนาแบบวิธีคิดของมนุษย์เมืองไม่ได้(โดยเข้าใจว่านี่คือความเจริญ  จริงๆแล้ว  มันศิวิไลซ์หรือเปล่า?  อาจไม่ตรงกับจริตของพี่น้องตองเหลืองก็ได้)  เช่น  มีหลายคนเอาแปรงสีฟัน  ยาสีฟัน  อื่นๆทำนองนี้อีกมากมาย   แต่เห็นอยู่บนหิ้งเต็มไปหมด  เป็นต้น

ทางราชการช่วยอยู่นั้น  เป็นสิ่งดีแล้ว  ทำไปตามหน้าที่  เอาภาษีของเราใช้เข้าไป 

ส่วนภาคประชาชนล่ะ  อย่างเรา-ท่านนั้น  จะทำประการใดได้บ้าง  ที่จะทำด้วยจิตวิญญาณ  ด้วยความรัก  ด้วยมิตรภาพ  ทำต่อเนื่องที่ยั่งยืนนาน  คงไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งแน่   แต่ต้องช่วยกันนะครับ

ร่วมแบ่งกับชอลิ้วเฮียงครับ  ที่เราถูกสอนมาคือ  ให้ปลาแก่เขา  กินวันเดียวก็หมด  แต่ควรสอนวิธีการให้เขาจับปลาได้ เขาสามารถหากินได้ตลอดไป

แต่ที่ถูกน่าจะเป็น  ให้ปลาแก่เขา  สอนเขาให้รู้จักแบ่งปัน  เขาจะมีวิธีหากิน  แบ่งปันกัน  มีความสุข(ร่วม)กันไปตลอดชีวิต (Give a man to fish, he eat for a day, teach a man to fish, he eat for a life)

but (Give a man to fish and share, he eat for a day,  teach a man to fish and share, we will eat hold life)

ข้างบน

ขอโทษเขียนคำผิด  whole life  ไม่ใช่ hold

"ความดีนี้ทำยาก   กว่าทำชั่ว"

เมื่อก่อนผมเคยคิดแบบนั้น แต่มานั่งคิดดู ให้ผมกราบพระ ง่ายกว่าให้ผมไปต่อยพระ

ให้ผมเผายาบ้า ง่ายกว่าให้ผมขายยาบ้า

  "มนุษย์เมืองอาจหงุดหงิดที่พัฒนาแบบวิธีคิดของมนุษย์เมืองไม่ได้(โดยเข้าใจว่านี่คือความเจริญ  จริงๆแล้ว  มันศิวิไลซ์หรือเปล่า? "

 ผมชอบประโยคนี้ครับ ความศิวิไลซ์ ใครกำหนด

อะไำรคือสิ่งที่เรียกว่าเจริญแล้ว? สิ่งของ  นอกกาย หรือจิตใจ  เราจะเอาอะไรดีมาวัด

 

       ยิ่งนับวันยิ่งครึกครื้นนะครับ ประเด็นชนเผ่ามลาบรี  หรือตองเหลือง  ผมเองในฐานะคนผ่านงานในชุมชนม้งและตองเหลืองบ้านห้วยหยวกมาบ้าง  ยังติดตามสถานการณ์อยู่  ยินดีทั้งมุมมองบวก-ลบ ทั้ง ยึดมั่น และปล่อยวาง   

      แม้ห่างมาสองปีกว่าแต่สำรวจใจตัวเองแล้ว ไม่เคยลืมแววตาโศกของพี่น้องตองเหลืองได้ลง  ที่โศกได้แม้ยามยิ้ม  ขณะเอื้อมมือรับของหรือรับเงินจากผู้หวังดีภายนอก

      หวังเพียงว่า เมื่อผ่านการเรียนรู้มาระยะหนึ่ง  เขาจะสามารถเยียวยา พิษบาดแผลจากการพัฒนา  ได้ด้วยตัวเอง

            ยินดีอย่างยิ่งครับ กับการเข้ามาทักทายของคุณพีชฯ ( ขอเรียกแบบนี้เพราะเป็นกันเองดี ) และอีกหลายท่านครับ  

            โถ นึกว่าใครที่ไหนอีก เมื่อบ่ายไปทานอาหาร รร.นันทะ พบครูภาษาอังกฤษ เป็นผู้ปกครองที่ไปรับลูก ๆที่ นคศ.เธอสอนอยู่ที่ รร.นันทะ  ถามเกี่ยวกับฝ่ายของเธอที่ รร.นันทะฯ เป็นใคร เขาบอกว่า ชื่อนี่นามสกุลนี้ ผมเลยต้องถามต่ออีก ตกลงเป็น ภรรยาคุณพีชฯ นี่เอง ตกลงคุณพีชฯ ชายใต้ เป็นเขยน่าน นี่เอง ผมเองก็เขยน่าน

             การทำ ทำการพูด  กิจกรรมทางสังคมก็เป็นแบบนี้แหละครับ  ผมเองไม่ได้เรียนมานทางสังคมมนุษยวิทยาฯ   เพียงแต่ว่าครอบครัวมีพื้นฐานด้านการพัฒนาอยู่บ้าง  ไปสัมผัสในหลาย ๆ แวดวงและเห็นความแตกต่างทางภาค ทางการศึกษา ฯลฯ

             คงต้องดูกันหรือติดตามกันต่อไป ร่วมทั้งติดตามให้กำลังใจคนทำงาน คณะทำงานกันต่อไป  ไม่มีอะไรที่เป็นสูตรสำเร็จ ที่บอกว่า ใช่วันนี้ในภายภาคหน้าอาจไม่ใช่   ไม่ได้เล่นลิ้น เล่นบท หรือเล่นสำนวน ภาษาทางพระทางธรรมที่วา  อิปัจจัยตา  เป็นไปตามเห็น ตามปัจจัย เป็นไปตามเงื่อนไข  ทั้งนี้ ทั้งนี้น  ผู้เกี่ยวข้องที่เรียกว่า คนทำงานควรมีร่องรอยการทำงานไว้  เพื่อให้เป็นบทเรียน  ให้คนรุ่นต่อไปได้ศึกษาเรียนรู้ไว้