...ท่านได้อะไรจากการอ่านการฟังนั้นๆ หรือไม่...ถ้าไม่... ก็อย่ามัวไปเสียเวลาอยู่เลยครับ...

        ผมยืนยันครับว่า การอ่าน การฟังเรื่อง KM นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องที่เลวร้ายอย่างที่พูดๆ กันหรอกครับ สิ่งที่สำคัญก็คือท่านต้องถามตัวท่านว่า ท่านได้อะไรจากการอ่านการฟังนั้นๆ หรือไม่…ถ้าไม่… ก็อย่ามัวไปเสียเวลาอยู่เลยครับ แต่ถ้าหากมันทำให้ท่านเข้าใจเรื่องนี้ได้ดียิ่งขึ้น ฟังแล้วเกิดแรงบันดาลใจที่จะนำ KM ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในหน่วยงาน กรณีนี้ผมว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ ไม่เหมือนกับการที่ท่านยิ่งอ่านยิ่งฟังแล้วก็เกิดอาการท้อเพราะว่าฟังไม่รู้เรื่อง หรือรู้เรื่องแต่มันทำให้ท้อใจคิดไปว่ามันช่างเป็นเรื่องที่ยากเย็นเหลือเกิน…ถ้าเป็นเช่นนี้อย่าฟังเลยครับ   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>

        แต่การทำแบบ สุ่มสี่สุ่มห้า โดยที่ไม่เคยศึกษามาบ้างเลย บางทีก็มีอันตรายเหมือนกันนะครับ บางครั้งอาจจะทำให้เดินไปผิดทาง หรือเดินไปอย่าง เนิ่นช้า ติดอะไรบางอย่าง ยิ่งทำยิ่งทุกข์ ยิ่งทำยิ่งหมดพลัง จนทำให้ท้อใจไปในที่สุด ด้วยเหตุนี้ผมจึงค่อนข้างจะเชียร์ท่านให้อ่านให้ท่านฟังอย่างเต็มที่ ผมเชื่อว่าแต่ละครั้งที่ท่านอ่านท่านฟังอาจจะได้อะไรบางอย่างที่ไม่ซ้ำกัน ...ผมเชื่ออย่างนั้นครับ  

        แต่ก็อย่างที่ทราบกันแหละครับว่า KM นั้นไม่มีรูปแบบที่ตายตัว ลำพังการอ่านการฟังนั้นคงไม่พอ ท่านต้องนำกลับไปลองทำในหน่วยงานของท่าน ท่านจึงจะได้ รูปแบบการใช้ KM ที่เหมาะกับบริบทของท่าน ถึงตอนนั้นถ้าได้มีโอกาสเอาประสบการณ์การนำ KM ไปใช้มาแชร์กัน ....นั่นเป็นการเรียนรู้ที่สุดยอดเลยครับ (...โอ้...พระเจ้าจอร์ช...มันยอดมาก!!) 

        ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นที่โรงแรมเดอะแกรนด์เมื่อวานนี้ครับ เป็นงาน เสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ KM” ระหว่างหน่วยงานของไทยกับทาง World Bank ครับ ผมยังไม่ขอเล่ารายละเอียดเพราะบันทึกนี้มีวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียวเท่านั้นครับคือ เชียร์ให้ท่านอ่าน ฟัง ทำ แล้วนำกลับมาแชร์กัน เหมือนที่เราทำกันเมื่อวานนี้ครับ รับรองว่าท่านจะเกิดการเรียนรู้ที่ไม่พลาดเป้าอย่างแน่นอน</span>