เพิ่งจะได้อ่านผลงานของคุณ 'ปราย พันแสง เสียที หลังจากได้ยินคนพูดถึงความชื่นชอบมานาน จนได้เข้าได้ Blog ของเธอจากเพื่อนใน Bloggang จึงเริ่มเห็นตัวตนเธอบ้าง

เมื่อได้สัมผัสเล่มนี้ ความรู้สึกแรกคือสีตัวอักษรที่เป็นสีเขียว รวมทั้งบางหน้าเป็นสีเขียว ซึ่งไม่คุ้นตา และโดยส่วนตัวไม่ชอบ เพราะทำให้มึนหัวเวลาอ่าน ยิ่งเจอบางเรื่องเนื้อหาหนักๆ มึนเข้าไปใหญ่เลย
ภายในเล่มเป็นการรวมบทความที่เคยลงในมติชนรายสัปดาห์เป็นหลัก เนื้อหาช่วงครึ่งเล่มแรกเฉลยชื่อหนังสือว่าหมายความว่าอย่างไร
เรื่องรักเบอร์ห้า คือ ความรักที่ประหยัดพลังงาน แบบว่ามีตราเบอร์ห้าพะ ซึ่งหมายถึง รักแรกพบ (Love at First Sight) นั่นเอง เนื่องจากรักแรกพบไม่ต้องใช้พลังงานในการสานต่อความรักมาก เจอกันครั้งเดียว รักเลย
ในเล่มพูดถึงศิลปิน ๒ คน น่าสนใจ คือ Wislawa Szymborska และ Jimmy Liao Wislawa Szymborska เป็นนักเขียนรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ปี 1996 ชาวโปแลนด์ ซึ่งคณะกรรมการรางวัลโนเบลยกให้เธอเป็น โมสาร์ทแห่งกวีนิพนธ์ เลยทีเดียว
ในเล่มจะมีบทกวีของเธอให้อ่านด้วย โดยเฉพาะบท Love at First Sight ที่นำมาสู่หนังสือเล่มนี้ และผลงานหลายชิ้นที่มาจากแรงบันดาลใจจากกวีบทนี้ ไม่ว่าจะเป็น "หนังสามสี" Blue, Red, White ของผู้กำกับ Krzysztof Kieslowski ชาวโปแลนด์
หรือศิลปินอีกคนที่พูดถึงในเล่มคือ Jimmy Liao นักเขียนและนักวาดภาพชาวไต้หวัน ที่หลายคนชื่นชอบ ก็ประทับใจบทกวี Love at First Sight เช่นกัน ทำให้สร้างสรรค์ผลงานขายดี A Chance of Sunshine ออกมา ซึ่งเรื่องนี้เหมือนก็นำบทกวีมาขยายผลต่อ เรื่องนี้ทำภาพยนตร์แล้ว ชื่อ Turn Left, Turn Right
คุณ'ปราย ได้แปลเล่ม Chance of Sunshine แล้ว ชื่อ ดวงตะวันส่องฉาย คงต้องหาโอกาสอ่าน
อีกเล่มของ คือ Jimmy Liao ที่แนะนำในเล่มเรื่องรักเบอร์ห้า คือ Sound of Colors ที่นำมาทำเป็นละครเวทีในไต้หวันไปเรียบร้อยแล้ว
จึงจัดให้บทกวี Love at First Sight เป็นเรื่องเล็กๆ ในจักรวาลที่น่ายกย่องในแง่แรงบันดาลใจ

อีกมุมมองที่ได้ในเล่มคือ บางครั้งเราคิดว่าเราไม่เคยเจอกันมาเลยจนมา รักแรกพบกัน แต่จริงๆ แล้วเราเจอกันมาแล้ว เพียงแค่เราไม่ได้สนใจกันเท่านั้นเอง
นึกถึงแม่เภาของพี่จิก-ประภาส ที่สอนลูกสาวว่า คนเราจะได้ยินในสิ่งที่ตนต้องการได้ยินเท่านั้น โดยคนในเมืองจะไม่ได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้อง แต่จะได้ยินเสียงเหรียญตกกระทบพื้น ทั้งๆ ที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน

บางตอนในเล่มก็ไม่ค่่อยชอบ อ่านแล้วเครียด ปวดหัว ก็ข้ามๆ ไปแล้วกัน

ปิดท้ายด้วยหนังเกาหลีสองเรื่อง ผลงานกำกับของ Hur Jin-ho คือ One Fine Spring Day และ Chrismas in August (เรื่องนี้ออกมาก่อน) ซึ่งน่าดูทีเดียว ในเล่ม Spoil ไว้เต็มๆ แต่ผมชอบนะ จะได้รู้เรื่องและตัดสินใจในการเลือกมาดูได้ถูก นอกจาก Spoil แล้ว คุณ'ปราย ยังให้ข้อคิดเห็นจนยิ่งน่าดูเข้าไปใหญ่

สรุปว่าหากอ่านเล่มนี้ จะได้มุมมองของรักครั้งแรก ได้รู้จักศิลปินที่น่าสนใจ ได้หนังไว้ใน Waiting List เพิ่ม และที่สำคัญได้รู้จัก 'ปราย พันแสง ด้วย (ท้ายเล่มมีรูป, ผลงานของเธอ และ E-Mail Address ของเธอด้วยนะ)

ชอบประโยคของ Hur Jin-ho ท้ายเล่มที่ว่า "ความสัมพันธ์ต้องสิ้นสุดลง แน่นอน เมื่อถึงวันนั้นความรักก็จะกลายเป็นความเจ็บปวด แต่กระนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป แล้วจะมีความสัมพันธ์ใหม่เกิดขึ้นมาแทนในที่สุด"