Hiker

เราๆ ท่านๆ คงจะอยากมีอายุยืนแบบมีคุณภาพ ไม่ใช่อายุยืนแบบยอบแยบ หรือพะเยิบพะยาบ…

วันนี้มีข่าวดีจากจดหมายข่าวโรงพยาบาลเซนต์แอกเนส สหรัฐฯ เกี่ยวกับวิธีรักษาสมองให้ทำงานได้ดีไปนานๆ ครับ…

อาจารย์แพทย์หญิงสเทฟานี สทูเดนสกีแห่งมูลนิธิแพทย์ผู้สูงอายุแนะนำว่า วิธีรักษาสมองให้ดีไปนานๆ....

วิธีรักษาสมองให้ดีไปนานๆ มีดังต่อไปนี้…

  1. ปรึกษาหารือ:                                                      
    ควรหาโอกาสปรึกษาหารือกับบุคลากรสุขภาพ เพื่อตรวจความดันเลือด เบาหวานเป็นประจำ และถ้าเป็นไปได้… ควรตรวจดูว่า ท่านเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ อาหารการกินเป็นอย่างไร เพราะโรคความดันเลือดสูง เบาหวาน ซึมเศร้า โรคขาดอาหาร และโรคอาหาร "ล้น" เช่น อ้วน น้ำหนักเกิน ฯลฯ ล้วนแต่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บ และอาจทำให้สมองเสื่อมได้ในระยะยาว
  2. ออกกำลัง:                                                          
    ควรออกกำลังอย่างหนักครั้งละ 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เช่น วิ่งเหยาะ ฯลฯ หรือออกกำลังแรงปานกลาง เช่น เดินเร็ว ฯลฯ วันละ 30 นาทีทุกวัน ถ้าน้ำหนักเกินหรืออ้วน… ควรเดินเพิ่มอีกวันละ 30 นาที รวมเป็นวันละ 60 นาทีขึ้นไป วิธีออกกำลังให้เริ่มจากน้อยไปหามาก อย่าหักโหม
  3. ใช้แรง:                                                               
    ควรลดการใช้เครื่องทุ่นแรงลง และใช้แรงให้มากขึ้น เช่น กวาดบ้าน ถูพื้น ซักผ้า เดินขึ้นลงบันไดแทนลิฟต์ เดินหลังอาหารช้าๆ มื้อละ 10 นาที ฯลฯ
        
    การใช้แรงทำงานบ่อยๆ นี่… นอกจากจะทำให้สมองดีแล้ว ยังทำให้เป็นคนน่ารักดังคำกล่าวที่ว่า "อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย หมั่นปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น"
  4. นอนให้พอ:                                                         
    คนส่วนใหญ่ต้องการนอนวันละ 7-8 ชั่วโมง ท่านที่นอนน้อยกว่านั้น ทว่า… สดชื่น ไม่เพลีย ไม่ง่วงเลยก็ไม่ต้องตกใจ เพราะคนเราต้องการชั่วโมงนอนไม่เท่ากัน ขอให้นอนหลับสนิทก็ดีมากแล้ว
  5. ลดความเครียด:                                                  
    คนเราคงจะมีความเครียดไม่เท่ากัน และมีวิธีคลายเครียดต่างกันไป ส่วนที่คล้ายๆ กันคือ ถ้าได้ออกกำลังให้เหนื่อย หรือเหงื่อออกบ้างแล้ว ความเครียดมักจะลดลง

    สิ่งสำคัญมากคือ พยายามหลีกเลี่ยงเรื่องเครียดๆ หลังตื่นนอนเช้า และก่อนเข้านอน เช่น ไม่ควรดูข่าว 4 จังหวัดภาคใต้ หนังน้ำเน่า-อิจฉาริษยา ฯลฯ เนื่องจากมีส่วนทำลายความคิดสร้างสรรค์
  6. ใช้สมอง:                                                             
    สมองต้องการการออกกำลัง เช่น การอ่าน(โดยเฉพาะเรื่องใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน) การเล่นเกมส์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การเรียนภาษาต่างๆ ฯลฯ
  7. เข้าสังคม:                                                          
    การเข้าสังคมมีส่วนช่วยเสริมประสิทธิภาพสมอง ทว่า… ต้องเป็นสังคมที่ดี ไม่ใช่สังคมที่ล้าหลัง เช่น สังคมอิจฉาริษยา คนเมา ฯลฯ
  8. อาหารดีๆ:                                                          
    ควรลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงลง เช่น แกงใส่กะทิ อาหารทอด เนยแข็ง เนยเทียม เนื้อ(แม้แต่เนื้อแดงก็มีไขมันแฝงอยู่มาก) ฯลฯ

    เพิ่มผัก ผลไม้ ปลาทะเล (ควรกินให้ได้ประมาณ 2 ส่วนบริโภค หรือประมาณ 2 ทัพพี เทียบเท่าปลากระป๋องขนาดเล็กประมาณ 1.3 กระป๋อง / 1 ส่วนบริโภค = 90 กรัม)

    นอกจากนั้นควรเพิ่มผัก ผลไม้ และอาหารที่มีวิตะมินบีสูง เช่น กินข้าวกล้องแทนข้าวขาว กินขนมปังโฮลวีท หรือขนมปังสีรำแทนขนมปังขาว
  9. ไม่ดื่มเหล้า:                                                        
    แอลกอฮอล์ (เหล้า เบียร์ ไวน์…) มีพิษต่อสมองและตับ ทำให้สมองเสื่อม และเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เช่น รถชน ฯลฯ การไม่ดื่มเหล้ามีส่วนช่วยป้องกันสมองเสื่อมได้
  10. ฝึกมองโลกในแง่ดี:                                            
    การฝึกมองโลกในแง่ดี… เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการฝึกชมคน "ใกล้ตัว" เช่น ชมคนหุงข้าว ชมคนทำกับข้าว ฯลฯ คน "รอบข้าง" เช่น เพื่อนร่วมงาน ฯลฯ และคนที่กำลังทำดีให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง

    ต่อไปให้ขยายออกไปคนเห็นใครทำอะไรดีๆ แล้วทนไม่ไหว ต้องชมออกมา(อย่างน้อยก็ในใจ) แล้วเราจะเป็นคนน่ารักขึ้นเยอะแยะเลย…
  11.     แหล่งที่มา:

    • ขอขอบพระคุณ (thank) > Simple steps can help keep the brain young. St. Agnes hospital e-newsletter (http://www.stagnes.org/). > [ Click - Click ] > http://stagnes.netreturns.biz/HealthInfo/Story.aspx?StoryID=9040A245-5831-4FA5-99DB-25F646B12D7F > Jan 13, 2007. // source: American Geriatrics Society Foundation (AGS).
    • ขอขอบพระคุณ > โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี + อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT + พต.ศรัณย์ มกรพฤฒิพงษ์ + กองรังสีกรรม > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
    • ขอขอบพระคุณ > ศูนย์มะเร็งลำปาง + อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT + กลุ่มงานรังสีวินิจฉัย > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
    • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐.
    • เชิญอ่าน "บ้านสาระ" ที่นี่ > http://gotoknow.org/blog/talk2u