เป็นวันว่างที่ไม่ว่างสำหรับผม, แต่วันนี้ผมก็ถือโอกาสในช่วงที่ตระเวนเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งองค์กรนิสิตภายในมหาวิทยาลัย และถือโอกาสหลบร้อนเข้าไปพึ่งพิงความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ ณ อาคาร B อันเป็นที่ตั้งของคณะวิทยาการสารสนเทศ มินิมาร์ทศูนย์หนังสือ รวมถึงหอศิลป์จำปาศรี...
เป็นวันดี ๆ อีกวันหนึ่งของชีวิต เพราะผมได้มีโอกาสอันดีในการพกพาหัวใจของตนเองเดินชมนิทรรศการศิลปกรรมของกลุ่มศิลปินที่ชื่อว่า "กลุ่มนา" (ครั้งที่ 2/2550) หลังจากที่เคยได้จัดแสดงมาแล้วครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น

เป็นธรรมดาของลูกอีสานอย่างผมจะรู้สึกเปลี่ยวเศร้าอยู่เสมอเมื่อนึกถึง "วันวัยเก่าก่อน" ที่เคยมีชีวิตอยู่ที่บ้านนอกขอบชนบท เพราะชีวิตผมก่อเกิดและเติบโตมาจากท้องทุ่งที่อุดมด้วยข้าวกล้าและท้องน้ำ หรือแม้แต่บางปีก็แห้งโหย อดอยากและข้นแค้น แต่ทุกอย่างก็เป็นไปอย่าง "พอเพียง"

วิถีชีวิตวันนี้ถูกโอบรัดอยู่ในสังคมเมือง ขณะที่บ้านเกิดก็พลิกเปลี่ยนไปตามกระแสสังคมจากความพอเพียงสู่ทุนนิยมอันหลากใบหน้า... และบ่อยครั้งที่ผมกลับบ้าน ผมจะรู้สึกร้าวลึกอยู่เสมอ เพราะรู้สึกราวกับว่าบัดนี้ผมได้กลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับบ้านเกิดของตนเองเสียแล้ว !
แต่ก็รับรู้ในวิถีทุ่งที่เปลี่ยนแปลง เข้าใจในวิถีครัวเรือนเปลี่ยนผัน เราเรียนรู้ที่จะเข้าใจต่อวิถีใหม่เหล่านี้ เพื่อให้ชีวิตดำเนินไปอย่างมีความสุข สอดรับและสัมพันธ์กับวิถีปัจจุบันของโลกและชีวิต ..เพราะนี่คือ การเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างมีความสุข อยู่อย่างมีคุณค่า และอยู่อย่างมีตัวตน

นิทรรศการเหล่านี้ช่วยเติมเต็มให้ชีวิตได้เห็นภาพชีวิตก่อนเก่าในบ้านเกิดและท้องทุ่งแห่งชีวิตของผมแจ่มชัดมากขึ้น....และไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่ผมจะต้องบันทึกรายละเอียดอันเป็นเนื้อหาแห่งงานนั้น ๆ เพราะภาพเหล่านี้ได้บอกเล่าทุกอย่างด้วยตัวของมันเองอย่างชัดแจ้งแล้ว
กระนั้น ผมเพียงแต่ต้องการขอบคุณศิลปิน "กลุ่มนา" ที่นำพาสิ่งดี ๆ มาสู่ชีวิตของผมในวันนี้
ภาพทุกภาพนำพาความสดชื่นและชุ่มชื้นมายังผม.. เป็นความชุ่มชื้นที่เดินทางมาบอกข่าวว่า ลมแล้งเดือนห้าและฝนแรกของฤดูหว่านไถก็กำลังจักมาเยือนในอีกไม่ช้า....
และต่อจากนี้คือภาพชีวิตบางส่วนอันเป็นผลงานของศิลปินที่เรียกตนเองว่า "กลุ่มนา" (ผู้ซึ่งเป็นศิลปินลูกอีสานและสายเลือดอีสานโดยแท้) ได้จัดแสดงไว้ ณ หอศิลป์จำปาศรี

ความอบอุ่นของชนบท : ยุทธศักดิ์ ลุมไธสงค์


นาหน้าฝน : จีระยุทธ จีนประชา

กินข้าวหรือยัง 1 : ศิริกุล วิชยานนท์


สะแบงผลิใบที่ทุ่งกุลา : ฉกาจ ภูถมทอง

บวชควายร่องรอยการใช้ไถ : อดินันท์ บัณฑิต

แม้สังคมโลกจะก้าวกระโดด หรือติดจรวดเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและไปไกลสักแค่ไหน แต่ผมก็ยังเชื่อว่า ศิลปะยังจะทำหน้าที่บำบัดเยียวยาจิตใจผู้คน สังคมและโลกได้อย่างไม่ขาดแรง
อย่าลืมกลับไปเยี่ยมบ้านกันบ้างนะครับ...ไปดูความเปลี่ยนแปลงของบ้านเกิด เป็นดูความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้านและคนที่คุณรัก...
วันอาทิตย์ว่าจะเข้าไปชมเหมืิอนกัน แต่ประตูล็อคครับ เข้าทางด้านที่มาจากห้องสมุด เห็นแต่รูปโปสเตอร์ภาพล่างสุดเท่านั้นเอง
ยังไงก็ขอบคุณพี่พนัสมากครับ ที่นำภาพสวยๆมาฝาก ถ้านายบอนเห็นก่อนก็จะถ่ายภาพมาเผยแพร่ใน blog เช่นกัน
มาเยี่ยม…เหมือนกลับมาเยี่ยมวิถีชีวิตเดิม ๆของผม เพราะความเป็นลูกชาวนา…หาปลาตามท้องนาสนุกสนาน…เดือนห้าหน้าแล้งลมแรงพัดช่อมะม่วง …ฮา ๆ เอิก ๆ
เห็นด้วยกะ อ ขจิต ค่ะ
ชอบภาพที่ 1 เด็กน้อยหาปลา ได้บรรยากาศดี ไม่เคยทำหรอกนะคะ แต่ว่าตอนอยู่ ม.1 ช่วงเช้าๆ ตอนไปโรงเรียน จะเห็นภาพอย่างนี้ ช่วงดำนาเสร็จ แต่เดี่ยวนี้ ภาพอย่างนั้น แทบไม่เห็นแล้ว
สวัสดีค่ะ…หลังจากหายไปต่อสู้กับกิจกรรมของชีวิตมาพักใหญ่..ไปสูดควันพิษใน กทม.มาน่ะค่ะเพิ่งกลับมาถึงบ้าน..พอได้เข้ามาเยี่ยม blog ของคุณแผ่นดินโดยเฉพาะนิทรรศการชีวิตแล้วรู้สึกสดชื่นมากๆค่ะที่ได้เห็นภาพสวยงามทุกภาพ..และก้ออดคิดถึงชีวิตในสมัยเด็กๆไม่ได้ค่ะถึงแม้จะไม่ได้เป็นลูกชาวนาแต่ก้อชอบหนีแม่ไปเที่ยวบ่อยๆชอบความสดชื่นของธรรมชาติและคนที่มีแต่ความจริงใจ…อยากให้ทุกคนกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดกันบ่อยๆอย่างที่คุณแผ่นดินเชิญชวนค่ะ
สวัสดีครับ คุณโก๊ะ
ผมต้องขออภัยที่วกกลับมาตอบบันทึกล่าช้าเอามาก ๆ แต่การกลับมาตอบครั้งนี้ก็ดูจะสอดรับกับบรรยากาศท้องทุ่งในหน้าฝนที่ปรากฏในภาพหลาย ๆ ภาพ
ช่วงนี้วิถีชีวิตเป็นอย่างไรบ้างครับ... กรุงเทพฯ หน้าฝน รถคงติดน่าดูเลยทีเดียว
เช่นเคยนะครับ ...ขอให้คุณโก๊ะเต็มไปด้วยความสุขเสมอไป
ภาพสวยทุกภาพดูแล้วสดใสคุ้นๆๆตาทุกภาพโดยเฉพาะผลงาน
ของคุณฉกาจ ภูถมทอง
ขอชมค่ะเห็นที่ไหนก้อจำได้นี้คือเอกลักษณ์ของเค้าเลย
ทำไมผมดูภาพไม่ได้เลยครับ
อยากดูครับ
ศิลปินอิสระ ศิษย์ อาจารย์ยุทธศักดิ์ ลุมไธสงค์ มาชื่นชมผลงานเหล่าคณาจารย์ค่ะ
สวัสดีปีใหม่ค่ะอาจารย์ มีความสุข สดชื่น สมหวัง มีพลังใจ ในการทำงาน ต่อไปยิ่งๆขึ้นไปนะคะ ภาพวาดช่างสวยงาม น่าชื่นชมนะคะ แม้จะผ่านมานานแต่ยังคงสวยเพราะภาพวาดที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ