เมื่อต้องโดน tag ความรักรับวันวาเลนไทน์ เมื่อนึกถึงความรัก ผู้หญิงเราคงต้องนึกถึงรักแรกเป็นแน่....ซึ่งนี่คือที่มาของการกลัวคนชื่อ "เอก" นั่นเอง
เรื่องราวเกิดขึ้นสมัยเรียนปริญญาตรีที่ม.ช. เรากับคนนั้นที่ชื่อเอก เรียนคณะเศรษฐศาสตร์เหมือนกัน เป็นเด็กเรียนเหมือนกัน มักจะเจอกันในห้องสมุด ต่อมาเขาก็เริ่มชวนไปทานข้าว เราก็ถามไปว่า"ตอนนี้หาเงินเองได้แล้วเหรอ ถ้าตราบใดที่ยังขอเงินพ่อแม่อยู่อย่ามาเลี้ยงเราเลย" แล้วเขาก็อึ้งไปเลย.....

เวลาผ่านไปเขาก็เริ่มมีท่าทีมากขึ้น ด้วยความที่ค่อนข้างกล้าก็เลยถามเขาว่า " เธอคิดยังไงกับเราเหรอ" เขาเองกลับเป็นฝ่ายเขิน เราก็เลยพูดไปว่า "ตอนนี้หน้าที่หลักของเราคือการเรียน และแม่ขอไว้เราไม่สามารถมีแฟนได้ จนกว่าเราจะเรียนจบ" เขาก็เลยบอกว่า"แม่เราก็ขอเหมือนกัน " เราก็เลยบอกไปว่า "ไว้เรียนจบถ้าเธอยังชอบเราเหมือนเดิมค่อยว่ากันใหม่"
จากนั้นเราก็ได้แต่มองกันห่างๆ แต่เพื่อนๆก็ทราบว่าเราเริ่มมีใจให้กันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เวลาไปเที่ยวตามดอยต่างๆก็บอกให้เราซ้อน..เขา .เนื่องจากเขาเป็นคนเรียนเก่ง ในที่สุดเขาก็จบภายใน 3 ปี

เมื่อเขาไปทำงานแล้ว เราก็คิดว่าคงจะห่างกันไปแล้ว แต่วันหนึ่งเขากลับมาในวันที่เราเริ่มเรียนปริญญาโท พร้อมกับชวนเราไปทานข้าวแล้วบอกว่า"วันนี้เอกมีเงินเดือนเองแล้วนะ จะให้เลี้ยงได้หรือยัง และเราจะขอคำตอบจากเธอด้วย"
ครอบครัวบอกว่า"ท่านไฟเขียวให้กับเราเรื่องความรัก เพราะเราทำตามสัญญากับท่านตลอด แม้จะแอบหวั่นไหวไปบ้างก็เถอะ" ใครที่เคยมีความรักกับคนที่เป็นเพื่อน ความรักจะค่อยๆก่อตัวขึ้นมาจนเราแทบไม่รู้ตัว บางครั้งก็รู้สึกว่าเราน่าจะมีแฟนที่อายุมากกว่า ไม่ใช่รุ่นเดียวกัน แต่ก็เป็นรักแรก....ที่อยู่ในความทรงจำของเรา

เขาไปทำงานอยู่ทางอีสาน นานๆก็จะขึ้นมาเยี่ยมเราสักครั้งนึง แต่เราก็มัวแต่ห่วงเรื่องเรียน จนลืมที่จะ "หมั่นคอยดูแล...และรักษาดวงใจ" ประกอบกับเรามีพี่ๆที่สนิทกันเป็นพี่ผุ้ชายหลายคน เลยทำให้เขาอาจเข้าใจผิดได้
ในที่สุด...วันนั้นก็มาถึง เราโทรไปหาเขาในวันเกิด....น้ำเสียงของเขาเหินห่าง จนเรารู้สึกได้ เราตัดสินใจถาม"เอก...มีคนอื่นใช่มั้ย" เขาเงียบไปพักนึง"ใช่" ตอนนั้นนั่งอยู่เงียบๆ จนเพื่อนบอกว่าร้องไห้ออกมาเถอะ อย่าเก็บไว้เลย เท่านั้นความอดกลั้นก็พังทลาย นั่งร้องไห้กับเพื่อนตลอดคืนนั้น หลังจากนั้นก็หันมามุมานะเรื่องเรียนจนได้ A รวดเทอมนั้นไปเลยค่ะ

ผ่านมาระยะนึง เขาโทรมาหาเหมือนจะขอคืนดี เราเฉยและบอกว่าขอเป็นแค่เพื่อนดีกว่า ความรู้สึกดีๆมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว ความรักครั้งแรกมันจบไปแล้ว แต่สิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจก็คือ "เรายังรู้สึกตื่นเต้น...ทุกครั้งที่เรียกคนชื่อนี้เสมอ"
ประสบการณ์รักครั้งแรก แม้มันจะเจ็บปวด แต่ก็มีช่วงความทรงจำดีๆของการเป็นเพื่อนสนิท และไม่เคยกลัวการมีความรัก

สิ่งหนึ่งที่สอนเราคือ เมื่อเรามีความรักต้องหมั่นคอยดูแลซึ่งกันและกัน แม้ระยะทางจะห่างไกลก็ไม่ควรเป็นอุปสรรค ควรเชื่อใจ ซื่อสัตย์ซึ่งกันและกัน เชื่อมั่นว่ารักของคุณจะยั่งยืนนานตลอดไป.....
ตามกติกา...คราวนี้ขอ tag เรื่องความรัก 2 ท่านที่เลือกแล้วว่าน่าจะมีมุมมองความรักที่ดี ไม่จำเป็นต้องเป็นความรักหนุ่มสาว สามารถเป็นความรักประเภทอื่นก็ได้ค่ะ
1. ajkae
2. อ.อ้อม ค่ะ 3.Dek`ComScience
ขอปรบมือให้น้องลูกหว้าครับ
พี่บางทราย…ที่ปรบมือให้เนี่ย นึกถึงบรรยากาศสมัยเรียนม.ช.หรือเปล่าคะ ขอบคุณค่ะ ขำขำ…ไม่เศร้าหรอก
โห
T___________________________________T
หมูเรียน กศ.บป. คับ อิอิ ไม่มีสอบและ
อาทิตย์หน้าหยุด เขารับปริญญากัน
จะเฝ้าบล๊อคเจ๊อยู่อย่างงี้แหละ
อ.ขจิตคับ
วันพุธ หมูจาพาแฟนไปเท่วพิดโลก
จะไปหาเจ้ามือแถวนั้นคับ
อิอิ
เป็นสมาชิกใหม่ของที่นี่ค่ะ โห ...แรกที่เห็นบล็อกของ อาจารย์ลูกหว้านี่ ... เพลงเอย ...ดอกไม้เอย สีก็ชมพู แม้แต่เม้าส์ก็น่ารัก ...
ได้อ่านเรื่องราวความรักของอาจารย์แล้วก็... อืมม .. แต่ทึ่ง (ด้วยอีกคน) ว่าเลิกกับแฟนแล้วได้ A ทุกตัวเนี่ยนะ โห ... แจ่มมั่กๆๆ
มีหนังสือเล่มนึงที่ได้อ่าน เรื่องความรักหลากสี ของ ดังตฤณ อ่านแล้วโดนใจหลายๆ ประโยค ไม่ทราบว่าอาจารย์ได้เคยอ่านเรื่องที่ ดังตฤณ เขียนบ้างหรือไม่อ่ะค่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักอาจารย์นะคะ น่ารักจังเลย
อ้อ..อาจารยเก๋ ลืมตอบไปคนแรก กลายเป็นเพื่อนค่ะ คุยกันได้ แต่หลังๆ เราก็ต้องเกรงใจครอบครัวเขา ถ้าเจอกันก็ ไม่มีปัญหาค่ะ ยังไงเขาก็คือเพื่อนค่ะ
ได้คับ อ.ขจิต
อิอิ
เจ๊ไม่รอดแน่
อาจารย์ขจิตขา..มาเที่ยวด้วยมั้ยคะ อิอิอิ..มีคนจะมาถล่ม พอดีวันพุธไปสอนสุโขทัย 55555555 น้องหมู…อยากได้เบอร์โทรถามท่านอาจารย์ขจิตได้นะจ๊ะ
พี่หนิง แสลงใจกับผู้ชายชื่อต้นค่ะ อาจารย์ลูกหว้า พี่ก็ต้องอกหักจากคนรักที่ไม่ใช่การแอบรักตอนเรียนโท ที่ มช.แหละค่ะ ช่วงนั้นจะอินมากๆกับเพลงของมาลีวัลย์ มากๆโดยเฉพาะ"อย่าใกล้กันเลย" ที่ตอนนี้มีการเอามาทำใหม่อ่ะค่ะ
เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ใครๆก็อยากไปแต่พี่ไม่อยากไป ส่วนนึงของการไม่ทำthesis ให้เสร็จก้อเพราะไม่อยากอยู่เชียงใหม่อีกแล้ว ไม่อยากเห็นสถานที่ที่เคยด้วยกันไปอ่ะนะ เลยกลับมาพักใจที่บ้านของเราครอบครัวของเรา แต่เวลาผ่านมา กลับไปคิดถึงทีไร ทำไมเราโง่ขนาดนั้น 555 บอกเลิกเขาเองแล้วมาทำลายอนาคตตัวเองและความหวังของครอบครัว แต่จริงๆยอมรับค่ะว่า กลัวใจอ่อนถ้าเขามาง้อแล้วทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม ตอนนั้นเขาอยู่กทม.ค่ะ แต่ไปติดต่องาน(หรือเฝ้าเราหว่า)ที่เชียงใหม่ทุกเดือน