จากบันทึกนี้ของสาวน้อยนามว่ากะปุ๋ม เล่นเอาผู้เขียนเกือบงงเป็น ไก่ตาแตก เชียว เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่า “Blog Tag” คืออะไร-เชยเล็ก ๆ น๊ะ แต่พี่โอ๋อธิบายให้ก็พอเข้าใจ แล้วพอได้อ่านแล้วก็สนุกดี คล้ายจดหมายลูกโซ่

แต่คิดอยู่ว่าตัวเองไม่น่าโดนเลย เพราะเป็นคนเงียบ เรียบมาก ประเภทชอบแอบอยู่ตามหลืบ ตามซอก และตามมุม ปรกติตัวเองก็เปิดเผยตรงไปตรงมาอยู่แล้ว เลยอาจจะหาความลับได้ ยากสสสส์มากสสส์เลย ส่วนใหญ่เรื่องดีไม่ดีก็ได้เปิดเผยไปเยอะแล้ว (รู้งี้เก็บไว้ก็ดี) แต่พอนึกไปนึกมาเอาเข้าจริง  ๆ 5 เรื่องดูเหมือนจะน้อยไป กะจะขอแถมแต่เดี๋ยวกลัวเกมเขาจะเสียรูปซะ ก็เลยเลือกมาเพียง 5 เรื่องเท่านั้น

เริ่มจาก

เรื่องที่ 1 ยังไม่ได้จ่ายเงินพิเศษค่าทำคลอดลูกคนที่สองเลย ตัวเองฝากท้องกับแพทย์คนเดิมและท้องแรกตัวเองก็จ่ายเงินพิเศษเป็นที่เรียบร้อย แต่ท้องสองก่อนกลับรอแพทย์อยู่นานซึ่งติดผ่าตัดคนไข้ไม่มาสักกะที พยาบาลบอกให้กลับไปก่อนได้ ตัวเองก็กลับแล้วกลับเลย  แต่ท้องสองนี้ทำเอาตัวเองเข็ดขยาดหลาบและจำไปนาน เนื่องจากแพทย์เข้าใจว่าเราคงยังไม่คลอด ก็ออกไปดูคนไข้ท่านอื่น ปรากฏว่าเวลานั้นลมเบ่งไม่รู้มาจากไหน ควบคุมไม่ได้ เผอิญพยาบาลก็ไม่คิดว่าเราจะคลอด จนปรากฏว่าเด็กกำลังใกล้จะออกแล้ว พยาบาลให้เราหยุดเบ่ง แต่เราไม่ได้เบ่งเองซะหน่อยมันเบ่งเอง พอแพทย์มาเด็กก็เกือบออกมาพอดี บอกตามตรงว่าเจ็บมาก ๆ จนไม่คิดจะมีลูกอีกแล้ว จำได้ว่าท้องแรกคลอดเสร็จก็สลบไปเลย แต่ท้องสองเนี่ย เจ็บจนไม่เป็นอันสลบ ถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้นแบบนี้ตั้งแต่ท้องแรกตัวเองคงไม่คิดมีลูกคนที่สองอีกแน่เลย นึกแล้วก็สยองทุกที

เรื่องที่สอง เป็นคนชอบใส่เสื้อผ้าซ้ำ จะได้ซักผ้าให้มันน้อย  ๆ หน่อย ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา พอกลับจากที่ทำงานปั๊บ รีบถอดชุดแขวนไว้ก่อน จะได้เก็บไว้ใส่ซ้ำอีกซะที ไม่ต้องรีด เดี๋ยวนี้เปลี่ยนมาใส่เสื้อยืดและกางเกง ก็เก็บกางเกงผึ่งไว้ สัปดาห์หนึ่งก็ซักซะที บางวันแถมวันเสาร์ด้วย แต่เมื่อเปิดเผยความลับแล้วก็คงลดวันลงซะหน่อย เดี๋ยวสังคมรังเกียจ

เรื่องที่สาม ไม่ค่อยมีปิยวาจา โดยเฉพาะคนที่เราใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นสามี ลูก ๆ เป็นต้น แต่ถ้าคนอื่น ๆ พูดไม่เพราะมาตัวเองก็โต้ตอบกลับไปเช่นนั้นเหมือนกัน สงสัยยังมีความเป็นเด็กมาก วัยรุ่นใจร้อน อารมณ์ร้อนด้วย แต่โดยเฉพาะกับพ่อของตัวเอง สาเหตุก็เพราะพ่อของผู้เขียนนอกใจไปมีภรรยาอื่น ๆ ทำให้ตัวเองโกรธและชอบพูดกระแนะกระแหนแทนแม่ซะงั้น ทั้ง  ๆ ที่พ่อก็ดีแสนดีออก มีอะไรก็เอาของมาฝากหลาน ๆ และพวกเราอยู่เสมอ ตัวเองรักแม่และสงสารแม่มาก มีอะไรส่วนใหญ่จะซื้อของฝากแม่ แต่กลับพ่อซื้อของฝากนาน ๆ ที รู้สึกผิดเหมือนกัน

เรื่องที่สี่ เป็นคนขี้บ่น เจ้าระเบียบ(เฉพาะที่บ้าน) และชอบตกแต่งบ้าน ประดับแจกันดอกไม้ แบบว่า คิขุอาโนเนะ แม้จะดูห้าว ๆ แบบไม่เป็นผู้หญิง แต่บ้านจะเป็นระเบียบเรียบร้อย ชอบให้บ้านสะอาด เป็นเหตุให้ตัวเองเลยกลายเป็นคนขี้บ่น ห้ามทำอย่างนั้น ห้ามทำอย่างนี้ จนสามีบอกได้ยินแต่เสียงเรา แว๊ด ๆ  ได้ตลอดวันและเวลา แต่เราก็รู้สึกเหมือนกัน และแม้เราจะขี้บ่นตั้งกฏต่าง ๆ มากมาย ก็ไม่มีใครทำตามสักกะคน เฮ้อ !!

เรื่องที่ห้า เป็นคนซึ้งง่าย  ขี้สงสาร และขี้ร้องมากถึงมากสุด อย่างโฆษณาแสงดาวและศรัทธา (ไทยประกันชีวิต) ดูทุกทีก็น้ำตาไหลทุกที ไม่อยากดูเลย ลูกถามประจำร้องไห้ทำไม ??? ดูหนังละครตอนจบ ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรทุกที แม้แต่ดูการ์ตูนเด็ก สามีล้อประจำ หรือใครเล่าเรื่องอะไรเศร้า  ๆ ดูอะไรสะเทือนใจ ขอบตาแดงน้ำตาไหลพราก  ๆ ต้องเงยหน้าขึ้นเพดานซะงั้น น่าขายหน้าจริง 

ตอนแรกใช้ความพยายามอยู่นาน แต่พอนึกเข้าจริง ๆ ชักจะมากกว่า 5 ข้อซะแล้ว ยังมีอีกเป็นต้นว่าชอบเล่นหวย(-เล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้ลุ้นกับเพื่อนร่วมงาน เอ๊ะ !!จะโดนจับมั๊ยเนี่ย !!) ลอตเตอรี่เนี่ยเกือบทุกงวด ประมาณว่าคนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น

ทีนี้ก็ส่งต่อให้ผู้โชคดี ------>

 จริง  ๆ แล้วมีหลายท่านที่นึกไว้ตั้งแต่แรก แต่เขาโดน Blog tag และเขียนไปกันแล้วเป็นส่วนมาก ไม่ว่าจะเป็นคุณแผ่นดิน คุณจิ๊บ คุณ Bright lily คุณรัตติยา คุณ PAN อ.JJ แต่ที่ยังไม่เห็น....แอ่น แอ่น แอ๊น ผู้โชคดีท่านนั้นคือ .........

  1. ดร.แสวง
  2. นายดำ คนใกล้ตัวดีกว่า
  3. คุณจินดาศักดิ์
  4. คุณ Lucky
  5. น้องวรสา
  6. คุณ Love
  7. ขออาจารย์ปลื้มจิตซะคนหนึ่งน๊ะ น๊ะ เพราะอุตส่าห์แถมเรื่องตัวเองไปนึดหนึ่ง

          ฯลฯ ขอเพิ่มพี่อัมพร อีกคน

ชอบที่สุดเห็นจะเป็นการเปิดโอกาสให้เสนอชื่อคนต่อ  ๆ ไปอีก 5 คน อันที่จริงน้อยไปน๊ะ อยากได้สัก 10 –20 คน และได้อ่านความลับที่ไม่ลับอีกต่อไปของผู้อื่น ชักเชื่อแล้วว่า "ความลับ"ไม่มีในโลกจริง ๆ