GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

คุณมีวา นาโทริ แห่ง บ้านร่มไทร จ. เชียงใหม่

เสียดายที่เวปไซท์มีแต่ภาษาญี่ปุ่นค่ะ

ตอนไปญี่ปุ่นได้ดูโทรทัศน์ที่นักมายากลชื้อดังของที่นั่น นาย Cyril ได้เดินทางมาเชียงใหม่เพื่อมาเล่นและสอนมายากลให้กับน้องๆบ้านร่มไทร

รายการเค้าทำซะซึ้งคนดูคนร่วมรายการร้องไห้กันใหญ่เลยค่ะ 

ภาพจาก http://www.baantao.com/main/banromsai/english.html 

บ้านร่มไทรเป็นสถานสงเคราะห์เลี้ยงเด็กกำพร้าที่ได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อ HIV/โรคเอดส์ ก่อตั้งและดำเนินงานโดยผู้หญิงญี่ปุ่นที่โหงวเห้งใจดีมากๆคนหนึ่งค่ะ

ภาพจาก http://www.banromsai.jp/staff3.html 

เห็นหน้าคุณมีวาเธอยิ้มแล้วยิ้มตามทุกครั้งไปค่ะ

ขอตัดตอนสัมภาษณ์คุณมีวาจากเวปสถานทูตมาให้อ่านกันนะคะ

.....................................................................................

คุณมีวา นาโทริ เล่าให้ฟังว่าได้ไปเมืองไทยครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคมปี 2540 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อไปหาผ้าไทยมาใช้ในการทำงาน ซึ่งการไปเมืองไทยในครั้งนั้น เพื่อนชาวเยอรมันได้พาคุณมีวาไปพบกับผู้หญิงเชียงใหม่ที่ติดเชื้อโรคเอดส์ และคุณมีวารู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ได้พบหญิงสาวอายุเพียง 24 ปี ต้องเสียชีวิตไปโดยทิ้งลูกซึ่งติดเชื้อโรคเอดส์ไปด้วย ด้วยเหตุนี้ คุณมีวาจึงมีความคิดที่อยากจะมีส่วนร่วมช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ โดยช่วงแรกคุณมีวาได้ให้ผู้ป่วยช่วยเหลืองานหัตถกรรม และต่อมาก็ได้ตั้งสถานสงเคราะห์เด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ บ้านร่มไทรขึ้น กิจการของบ้านร่มไทรนั้นเต็มไปด้วยความลำบากในช่วงแรก เนื่องจากคุณมีวาไม่มีความชำนาญในเรื่องนี้ จึงเผชิญกับอุปสรรคมากมาย อาทิ การหาพื้นที่ในการก่อสร้าง การหาเจ้าหน้าที่ พนักงาน การควบคุมดูแลเด็กที่ติดเชื้อเอดส์

และเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2542 ซึ่งเป็นวันที่เด็กกลุ่มแรกถูกส่งมายังสถานสงเคราะห์ ก็มีปัญหาในด้านการบำบัดรักษาโรค และการควบคุมดูแลสถานสงเคราะห์ อีกทั้ง ผู้คนในท้องถิ่น ที่ไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ได้ปฏิเสธการเข้าเรียนในโรงเรียนท้องถิ่นของเด็กผู้ติดเชื้ออีกด้วย

อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะมีปัญหาและอุปสรรคมากมาย คุณมีวาไม่ได้ท้อถอย พยายามต่อสู้กับปัญหานั้นๆ จนกระทั่งสามารถฟันฝ่าไปได้ ซึ่งงานแสดงผลงานศิลปะของเด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ Under The Tree นี้ นับเป็นโอกาสอันดี ที่จะทำให้คนภายนอกได้ทราบถึงกิจกรรมของบ้านร่มไทร ซึ่งรายได้จากการขายผลงาน จะนำไปใช้ในการจัดการบริหารสถานสงเคราะห์ เพื่อจะได้ไม่ต้องพึ่งพิงเงินบริจาคแต่เพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ การแสดงผลงานดังกล่าว ยังมีส่วนช่วยให้เด็กเหล่านี้ มีความมั่นใจในตนเอง ซึ่งจะส่งผลไปถึงสุขภาพทั้งทางกายและทางจิตอีกด้วย


ปัจจุบันนี้ บ้านร่มไทรมีเด็กผู้ติดเชื้อเอดส์ทั้งหมด 30 คน เจ้าหน้าที่พนักงาน 17 คน โดยพนักงาน 2 คนเป็นชาวญี่ปุ่น และอาสาสมัครอีก 5 คน คุณมีวากล่าวว่ากิจกรรมบ้านร่มไทร เปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ของตนจริงๆ และประเทศไทยก็เป็นประเทศที่ให้ความรู้สึกถึงความอบอุ่นเหมือนบ้านเช่นกัน ทั้งนี้ ผู้สนใจกิจกรรมของบ้านร่มไทร สามารถดูได้ที่ http://www.banromsai.jp/


สัมภาษณ์โดย นางทามิ ฮาชีโมโตะ
ฝ่ายสารนิเทศ วัฒนธรรม
สอท.ณ กรุงโตเีกียว

.....................................................................................
แหล่งที่มา
http://www.thaiembassy.jp/TJcommunity-t/profile/natori.htm 

 


 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 75875
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 19
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (19)

"คุณเชื่อไหมว่านางฟ้ามีจริง" เธอถาม

"เชื่อสิ" เขายิ้มเบาๆ

"ถ้าเราลองหลับตาแล้วเปิดใจ ผมเห็นนางฟ้าผู้ยิ่งใหญ่เดินอยู่ท่ามกลางมนุษย์เรานี่ล่ะ"

"แล้วคุณรู้ไหมว่านางฟ้าแสดงพลังแห่งความเมตตาอย่างไร" เขาถามกลับ

เธอยิ้มตอบ "ดีจริงที่นางฟ้ายังไม่ทิ้งโลกนี้ไป" 

ลืมบอกไปว่าช่วยติด tag "goodnews" ด้วยนะครับ

ขอขอบคุณอาจารย์มัทนา...

  • ก่อนอื่นขออนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ...

ขอ...

  • ขออนุโมทนาในกุศลเจตนาของคุณนาโทริ ท่านผู้ส่วนทำงานและสนับสนุนบ้านร่มไทร ท่านผู้สัมภาษณ์และนำไปออกรายการ ท่านผู้นำข่าวคนทำดีมาเล่าต่อ (คุณมัทนา) และท่านผู้อ่านที่เกิดกุศลจิตทุกท่าน

ขอขอบคุณครับ...

เป็น goodnews จริงๆ ค่ะ

ผมคนไทย แท้ ๆ ยังไม่รู้จัก ชื่อ บ้านร่มไทร เลย

มาได้ รู้จักก็ เพราะ นาย Cyril นี่แหละ ใคร หาทางดูได้ แวะไปดูนะครับ มีคลิปจาก youtube

http://www.youtube.com/watch?v=7Q5X55gIDFM

คุณโจโจ้: เหมือนกันเลยค่ะ ถ้าวันนั้นไม่ได้ดูรายการทีวีของ Cyril ก็คงยังไม่รู้จักบ้านร่มไทร

มีช่วงหนึ่งผมเคยไปสอนพิเศษให้กับเด็กที่นั่นแต่ตอนนี้ผมไม่ได้สอนแล้ว ....ที่นี่ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในชีวิตและชีวิตต้องการทำงานแบบไหน...

ผมใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณ 3 เดือนได้คุ้นเคยกับเด็กที่นี้ผมค่อนข้างมีความสุขมากที่ได้มาทำงานที่นี่ได้อยู่กับเด็ก ๆ ผมเสียดายมากที่ได้ทำงานที่นี่ไม่นานนัก ผมอยากขอบคุณที่นี่มาก ๆ ที่ทำให้ผมรู้ว่าชีวิตต้องการอะไรและชอบทำงานแบบไหน...

มาถึงวันนี้ผมบอกได้เลยว่าผมไม่เคยปิดโอกาสที่จะกลับมาทำงานที่นี่ ผมยังรอโอกาสนั้นอีก(เพราะผมรักที่จะอยู่กับเด็กพวกนั้น)

.....

ดีใจที่คุณ Mai เข้ามาลงความเห็นไว้ค่ะ อยากไปเป็นอาสาสมัครที่นั่นบ้าง

โลกกลมมาค่ะ มีเพื่อนที่ยิงธนูญี่ปุ่นด้วยกัน เคยสอนศิลปะที่นั่นด้วย ชื่อ ฮิโตชิ

ไม่ทราบว่าคุณ Mai ไปทำงานช่วงเดียวกันรึเปล่า 

  • อ่านแล้วรู้สึกประทับใจมาก
  • ดีใจที่มีสิ่งดีๆๆให้อ่านเสมอ
  • ใกล้เดินทางแล้วครับ
  • ตอนนี้อาจารย์มัทนาสบายดีไหมครับ
  • ขอบคุณครับ
วันนี้ก็มีรายการญี่ปุ่นมาออกอีกครั้งเป็นครั้งที่2 ก็เลยเข้ามาดูในเนตว่ามีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรไปบ้างเพราะคราวนี้หลังจากที่ถ่ายทอดเมื่อคราวที่แล้วหลังจากนั้น9เดือนที่คุณ cyril ไปหรือคนญี่ป่นรู้จักกันในชื่อ เซโร่ อีกครั้งนั้น ครั้งนี้ก็มีจม.จากคุณมิวะ ว่าได้มีงบประมาณเข้ามาพอที่จะได้สร้างอาคารหลังใหม่ มีห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ มีอุปกรณ์เพิ่มมากขึ้น เพื่อเด็กๆทุกๆคน ได้ดูรายการนี้อีกครั้งก็ตื้นตันใจกับการกระทำที่น่านับถือของคุณมิวะ อย่างน้อยเค้าก็ช่วยทำให้เด็กได้มีชีวิตที่สดใสถึงพ่อแม่จะไม่อยู่แล้วแต่พวกเด็กๆก็มีแม่มิวะของเค้า กลับบ้านปีนี้ต้องไปให้เที่ยวหาเด็กๆที่น่ารักทุกคนให้ได้                                   ขอบคุณคุณมัทนาด้วยนะค่ะเปิดให้ลงความเห็นได้นะค่ะ

ขอบคุณคุณ Max มากค่ะที่มาส่งข่าวความคืบหน้า

ดีจังที่มีการทำรายการติดตามผล

ถ้าคุณ Max ได้ไปเยี่ยมบ้านร่มไทรเมื่อไหร่ แวะมาเล่าประสบการณ์หรือเอารูปมาแบ่งกันดูบ้างนะคะ : ) 

สวัสดีค่ะ

เมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน เคยได้มีโอกาสเป็นล่ามให้กับนักข่าวสารคดีทีวีของประเทศญี่ปุ่น แล้วได้มีโอกาสไปที่บ้านร่มไทรด้วยค่ะ ขนาดเรียนอยู่จังหวัดเชียงใหม่มาจนจบปริญญาตรี ยังไม่เคยได้ยินหรือทราบเกี่ยวกับบ้านร่มไทรเลยค่ะ เพราะเป็นสถานที่ ที่ห่างจากตัวเมืองพอสมควรเลยค่ะ ไปเองไม่ถูกเลย เพราะเข้าซอยไปอีก

พอเข้าไปในบ้านร่มไทร  บรรยากาศร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้ มีสระว่ายน้ำให้เด็กๆออกกำลังกายกัน มีอาสาสมัครชาวญี่ปุ่นช่วยดูแลเด็กๆ พูดไทยได้บ้าง ไม่ได้บ้าง มองแล้วน่ารักดีค่ะ และได้พบกับคุณมิวา นาโทริ ท่านเป็นคนใจบุญมากเลย มองแล้วก็ปลื้มใจ ขนาดคนไทยด้วยกัน ยังไม่เคยสนใจปัญหาพวกนี้เลย แล้วก็มีการส่งเสริมการทอผ้ากลุ่มเล็กๆให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านแถบนั้นด้วย ก็ได้มีโอกาสไปคุยกับพวกป้าๆที่ทอผ้าด้วยค่ะ  และได้ไปคุยกับเด็กๆที่ติดเชื้อ พวกเค้าบริสุทธิ์มากเลย ก็เหมือนเด็กๆทั่วๆไป ต้องการความรัก ทุกคนที่เข้าไปเยี่ยม เด็กๆจะเรียกว่า พ่อ กับ แม่ ทุกคนเลยค่ะ นึกถึงแล้วก็น้ำตาซึม และพวกที่ยังเล็กๆ คงไม่รู้ตัวเองหรอกค่ะ ว่าตัวเองมีเชื้อ ก็จะวิ่งเล่น หัวเราะ ร้องให้ ตามประสา แต่เด็กที่โตมาหน่อย เค้าคงจะรู้ว่าเค้าเป็นอะไร

 ถ้าไม่มีคุณ มิวา นาโทริ มาสร้างบ้านให้เด็กๆอยู่ ไม่รู้เหมือนกันนะคะ ว่าเด็กๆเหล่านี้จะเป็นอย่างไรบ้าง ขออนุโมทนา สาธุ กับบุญอันใหญ่หลวงครั้งนี้ด้วยค่ะ

ขอบคุณมากๆเลยค่ะคุณ Amane ที่มาเล่าความประทับใจให้ฟังกัน มีค่ามากๆค่ะ 

ปล. เดี๋ยวม.ค.นี้ก็จะได้ไปบ้านร่มไทรแล้วค่ะ : )  

ขอบคุณเช่นกันค่ะ ^ ^

วันนี้ได้เข้ามาดูเว็บบ้านร่มไทรเล่น ๆ คิดถึงมาก ดูรูปเด็ก ๆ สงสารเด็กเนาะครับ เหมือนแบบว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเลยง่ะ คิดว่าช่วงสงกรานต์จะส่งของเล่นไปให้พวกน้องหมิว น่ะครับ...

คิดถึงเด็ก ๆ น่ะ

สวัสดีค่ะคุณ Mai

ตกลงเมื่อ มค. ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ไปบ้านร่มไทร

เพราะทางเราไปไม่ตรงกับวันเสาร์

(เปิดให้เข้าเยี่ยมแค่วันเสาร์วันเดียว)

อดเลยค่ะ

ไว้โอกาสหน้า ต้องไปให้ตรงวัน หรือไม่ก็จอง guest house ล่วงหน้านานๆ

คนไทยไม่รู้ แต่คุณมีวา กลับรู้ดี (นางฟ้ามีจริง)

เป็นคนไทย เกิดที่เชียงใหม่ ได้มาอยู่ญี่ปุ่น แต่ไม่รู้จักบ้านร่มไทรในเชียงใหม่(ตอนที่อยู่ ชม.) ถ้ากลับชม.จะไปเที่ยวนะคะ

จาก....แดนซากุระ

มีความสุขกันจังน่ะทุกๆคน