หาก.....ชีวิตเขาต้องจบลงจริงๆ พ่อแม่จะอยู่อย่างไร หัวใจของพ่อแม่คงแหลกสลาย

       "คุณครูขา...พ่อของ............โทรมาลาโรงเรียน  เขาไม่สบาย"
       "เป็นอะไรมากมั้ย  ตอนนี้อยู่ที่ไหน"
   “เป็นมะเร็งในเม็ดเลือด  ตอนนี้อยู่ขอนแก่น"
               จากบทสนทนา  หัวอกครูที่ปรึกษาแทบสลาย  อารมณ์เศร้า  สงสาร ห้ามไม่ได้  อะไรกันเด็กวัยแค่นี้ ป่วยหนักถึงเพียงนี้ พ่อ แม่ จะอยู่อย่างไร  แล้วตัวเขาเอง ทนได้แค่ไหน  ทำไมโรคและโลก จึงโหดร้ายกับเขาเหลือเกิน  ด้วยเด็กหนุ่มวัย 14 ปี  วัยที่กำลังจะเบ่งบาน วัยที่มีแต่ความสุข  สนุกสนาน 
หาก.....ชีวิตเขาต้องจบลงจริงๆ  พ่อแม่จะอยู่อย่างไร  หัวใจของพ่อแม่คงแหลกสลาย  ใครก็ได้ช่วยที  มีหมอฝีมือดีที่ไหน  เขารักษาหายหรือไม่  "คุณครู  ช่วยหาหมอดีๆ ให้หน่อย  ฉันสงสารลูก"  เสียงเว้าวอนของผู้เป็นแม่  เมื่อดิฉันโทรไปถามอาการ  ดิฉันทำได้เพียงปลอบใจ  อย่าพึ่งสิ้นหวัง  ส่วนการเรียนไม่ต้องห่วง ครูทุกคนทราบข่าวแล้ว ขอให้รักษาตัวให้หาย  แล้วครูจะไปเยี่ยม...
            ตั้งแต่.....เป็นครูที่ปรึกษาชั้น ม.2  ดิฉันรู้สึกแย่ก็วันนี้  วันที่ทราบข่าวเศร้าของลูกศิษย์ เด็กคนนี้ ดิฉันสังเกตมา  3  เดือนแล้ว ที่แปลกไปในสายตา  ตัวเหลือง หน้าซีด ซึม เศร้า   สัปดาห์ที่แล้ว เขาพึ่งบอกว่า "หมอบอกว่าเป็นภูมิแพ้"  "งั้นเธอ กินอะไรก็ระวังหน่อยนะ อย่าตามใจปาก" แต่  ณ  เวลานี้ ไม่ใช่ภูมิแพ้ ซะแล้ว  จะปลอบใจอย่างไร 
      สำหรับเด็กคนนี้  ค่อนข้างจะเป็นเด็กหัวโจก  ประจำห้อง  ครูผู้สอนระอาใจ  แต่ไม่มีครูคนใดไม่เศร้า เมื่อทราบข่าว ต่อให้เธอดื้อ ซน ไม่สนใจการเรียน  ครูก็ยังเป็นห่วงเหมือนลูกศิษย์คนอื่นๆ  ไม่เคยเลือกที่รัก ไม่เคยเจ็บแค้น  ไม่ได้สะใจ   แต่สงสาร  สงสารเหลือเกิน
  ครูอยากให้เธอหายป่วย  กลับมาเรียน กลับมาพูดกวนๆ  นั่งก้มหน้า เคาะปากกาเล่นๆ  ทำหน้าเซ็งๆ เวลาเรียน  กลับมานะคนดีของครู  ครู  ....เพื่อน  รอการกลับมาของเธอ และ เราทุกคนขอเป็นกำลังใจให้เธอต่อสู้กับโรคร้าย
       หากท่านได้อ่านข่าวเศร้า  เช้านี้  และมีวิธีรักษา  โปรดเมตตาบอกหน่อย  จักเป็นพระคุณยิ่ง