เป็นเรื่องที่คาดการณ์เอาจากคนที่รับโทรศัพท์จากคนบนเครื่องบิน แล้วนำมาประติดประต่อจนเป็นเหตุการณ์บนเครื่องว่าเป็นอย่างไร น่าจะเอาวิธีนี้เป็นการสอนอย่างหนึ่งให้เด็กๆ ได้นะ คงได้ใช้ความคิดดี
|
หลังจากดูหนังดีเรื่องนี้ ความรู้สึกและสิ่งที่ได้มา เป็นดังนี้ ๑. ดูจบหดหู่มาก ได้แต่คิดหากเป็นเราคงหยิบโทรศัพท์ ทำเช่นนั้นเหมือนกัน ดังนั้นเราควรเตรียมพร้อมให้ทุกเวลา คิดเรื่องมรณสติมากๆ วันหนึ่งเราอาจอยู่บนเครื่องบินลำนั้นก็ได้
๒. คนเราเมื่อหมดหนทางก็ต้องสู้ยิบตา จุดพลาดของโจรคือ ดันให้คนบนเครื่องรู้ว่านักบินตายแล้ว และปล่อยเวลาให้คนบนเครื่องบินรู้ข่าวการชนตึกของ ๒ ลำก่อนหน้านี้ ทำให้ทุกคนประเมินแล้ว Nothing to loose สู้ตายดีกว่า เพราะฉะนั้นอย่าทำให้ใครติดฝา เขาจะสู้ยิบตา อันตราย
๓. จากข้อ ๒ เมื่อเกิดการสู้ยิบตา คนทำหนังไม่ใส่อารมณ์ของ Super Hero ใดๆ ให้เห็น เป็นแค่ปุถุชนที่รักตัวกลัวตายเท่านั้นเอง ทำให้หนังสมจริงมาก
๔. ไม่ชอบการก่อการร้าย แค่ไฟใต้บ้านเราก็ยังไม่ชอบเลยครับ เมื่อไหร่จะสงบเสียที เดี๋ยวน้ำก็ท่วมโลกแล้ว
ความเก่งของคนทำหนังเรื่องนี้คือ เป็นเรื่องที่คาดการณ์เอาจากคนที่รับโทรศัพท์จากคนบนเครื่องบิน แล้วนำมาประติดประต่อจนเป็นเหตุการณ์บนเครื่องว่าเป็นอย่างไร น่าจะเอาวิธีนี้เป็นการสอนอย่างหนึ่งให้เด็กๆ ได้นะ คงได้ใช้ความคิดดี
บทสรุปตอนท้ายก็อึ้งดีครับ บรรยากาศเหมือนดู Apollo 13 ที่ยังไม่รู้ตอนจบ ทำให้ลุ้นจนฉากสุดท้ายเลย
สรุปว่าดีครับเรื่องนี้ ช่วงท้ายๆ ตื่นเต้นดี สมกับเป็นหนึ่งในสิบหนังแห่งปีของ Time อีกเรื่องที่รู้จักคือ Cars ยังไม่ได้ดูเหมือนกัน ส่วนอีกแปดเรื่อง ไม่รู้จัก
|
|
|
พึ่งได้ดูแล้ว ต้องบอกว่า ดีมากๆ
ลุ้นจนจบ มันหลายอารมณ์จริงๆ จากที่ได้ดู