สืบเนื่องจากบันทึกของ อ.หมอสมบูรณ์ และ "ทีม ถุงลมดมยา  (ฉันขออนุญาตคุณพุ่มพวงตั้งชื่อทีมให้ค่ะ) ใน http://gotoknow.org/blog/somboonthienthong/73928  ซึ่งวันนั้นฉันเองก็นั่งฟังอย่างสนใจ  จึงอยากเอามาเล่าให้เป็นบทเรียน  ที่ไม่ต้องลงทุนด้วยตนเอง

  แต่เป็นการนำเอาเรื่องของอดีต....มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนๆในห้องประชุม......เกิดประโยชน์ยิ่งนักค่ะ....     เป็นเรื่องเล่าใน  M&M Conferences    

ผู้ป่วยเป็นมะเร็งตับมาทำผ่าตัดตับ... ดมยาตับ...ตัดตับ....คงนึกว่าฉันจะเอา syringe pumpไปใช้ล่ะซี.... ผิดแล้วค่ะ......วันนั้นฉันไม่ได้ดมยารายนี้...

ผลการตรวจผู้ป่วยด้านอื่นๆปกติดีหมด  ยกเว้นผลการทำงานของตับเองที่ดูไม่ดี   การผ่าตัดได้ใส่สายคาเข้าที่ช่องไขสันหลังขณะดมยาสลบด้วยตามเทคนิคสมัยใหม่    

ใส่ท่อช่วยหายใจเบอร์ 8   ความลึก  21  ซม. การผ่าตัดดำเนินไปเรียบร้อย เสร็จจากผ่าตัดคาท่อช่วยหายใจไว้  แล้วนำผู้ป่วยเข้า ICU 

วันแรกที่ทีมดมยาตามเยี่ยม   ผู้ป่วยยังคาท่อช่วยหายใจอยู่จึงไม่ทราบว่ามีเสียงแหบ       

จากนั้น 5 วันหลังผ่าตัดพบว่ามีเสียงแหบ   จึงส่งปรึกษาหมอหู คอ จมูก  ซึ่งตรวจแล้วไม่พบว่ามีการเคลื่อนของกระดูกอ่อนแถวคอ   แต่เป็นการเกิดอัมพาตของสายเสียงด้านซ้าย  

 แพทย์อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจ  และนัดอีก 1 เดือนให้มารับการตรวจอีก     2  สัปดาห์ผ่านไป  ผู้ป่วยกลับมาตรวจด้วยอาการหวัด   วิสัญญีแพทย์เจ้าของได้ออกไปช่วยกันดูเพื่อให้ความเห็นร่วมกันในการรักษา    

อาจารย์ท่านเล่าว่า  เสียงคนไข้แหลมๆ เล็กๆ แตกเป็นสองเสียง  และมีอาการสำลักง่ายเนื่องจากสายเสียงปิดไม่สนิท  ผู้ป่วยต้องระมัดระวังตนเอง  และมีการส่งผู้ป่วยเข้า speech  therapy  ตอนนี้อยู่ระหว่างรอ follow up    

เราแลกเปลี่ยนความรู้และข้อคิดเห็นในสาเหตุความน่าจะเป็นของผู้ป่วยรายนี้ สรุปเป็น 3 ประเด็นคือ

1.ท่อช่วยหายใจอาจจะตื้นไปแล้วเลื่อนขึ้นได้ขณะขยับศีรษะผู้ป่วย   จนอาจจะเป็นเหตุให้กด recurrent  laryngeal  nerve

2.อาจจะความดันในท่อช่วยหายใจที่เราใส่ไว้กันลมหายใจรั่วออกกด   แต่ได้เอาฟิล์ม X-ray มาดูก็เห็นว่าท่อช่วยหายใจอยู่ในตำแหน่งปกติ   อาจจะเลื่อนในOR หรือเปล่า  ไม่รู้....และที่สำคัญ...มิได้วัดความดันในถุงลมท่อช่วยหายใจในกรณีผ่าตัดนานๆ...

3.อาจจะจากการติดเชื้อไวรัส    

มีอาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวว่าเคยพบ   และใช้เวลานานประมาณ 8 เดือนถึงเป็นปกติ    

อาจารย์เจ้าของผู้ป่วยรายนี้เล่าว่า...ที่รู้สึกแย่มากๆคือ...เขามีอาชีพซ่อมเครื่องเสียง   เขาชอบทำงานไปร้องไปเพราะต้องทดสอบเสียง...แต่เขาทำไม่ได้...เขาร้องได้ไม่เหมือนเดิม......  

คนที่นั่งฟังในห้องประชุมหัวเราะ(อย่างไม่เจตนา)....ในความบังเอิญ....

แต่ฉันไม่เห็นอาจารย์ท่านที่เล่าจะหัวเราะ.....เธอได้แต่เล่าด้วยน้ำเสียงที่แสนเศร้า

......ลึกๆเธอสงสารผู้ป่วยอย่างแน่นอน  ฉันว่า.....    

....ทีมแพทย์ให้กำลังใจผู้ป่วย.....คาดว่าน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆและคงหายดีเป็นปกติในที่สุด....ซึ่งเขาก็เข้าใจดีค่ะ.....

เราสรุปกันเรื่องของการวัดความดันถุงลมของท่อช่วยหายใจทุก 2 ชม.  เพื่อป้องกันหนึ่งในสาเหตุของการเกิดเหตุการณ์นี้ไว้ก่อน......  

...ไม่มีใครอยากให้เกิดเลยค่ะ.....ไม่ว่าจะกับใครหรืออาชีพใดๆก็ตาม...  

.....ก่อนออกไปร้องเพลงคาราโอเกะ...กรุณาตรวจสอบสายเสียงของท่านก่อนค่ะ