GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การบังเกิดที่แสนยาก

การบังเกิดที่แสนยาก

 

                      การจะเกิดเป็นมนุษย์นั้นแสนยาก    การดำรงชีวิตอยู่ก็แสนยาก     การบังเกิดเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าทั้งหลายนั้นเป็นสิ่งที่หาได้ยาก การได้ฟังพระสัจธรรมของพระพุทธเจ้านั้นเป็นสิ่งที่หายากยิ่งในโลก เราทั้งหลายเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นนับว่าเป็นโชคอันดีเป็นสิ่งที่ประเสริฐเพราะสัตว์ทั้งหลายที่เกิดมาเป็นมนุษย์นั้นมีน้อยส่วนสัตว์ที่ไปเกิดในภพอื่นภูมิอื่นนอกจากมนุษย์นั้นมีมากกว่า  ท่านเปรียบเหมือนว่ามีเต่าตาบอดตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในมหาสมุทร 100ปีไหนจะเอาหัวโผล่ขึ้นมาครั้งหนึ่งหากมีบ่วงหรือแอกอันหนึ่งที่พอจะสวมเข้ากับหัวของเต่าได้พอดี   เมื่อทิ้งลงไปในมหาสมุทรนั้น โอกาสที่บ่วงหรือแอกจะสวมเข้าได้กับหัวเต่าตาบอดตัวนั้นได้ก็แสนยาก  ความยากนี้ก็เท่ากับโอกาสจะได้เกิดเป็นคนเป็นมนุษย์ เมื่อเกิดมาแล้วการมีชีวิตอยู่ก็แสนยาก บางคนลืมตาดูโลกได้แว๊บเดียวแล้วตาย บางคนเกิดมาได้ไม่กี่วันตายก็มี บางคนเติบโตเป็นเด็ก เป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่ในวัยทำงานบางคนกำลังทำงานมีหน้าที่การงานดีตายก็มี บางคนยังไม่เฒ่าไม่แก่ตายก็มี บางคนก็แก่เฒ่าตายก็มี บางคนเกิดมาก็พิกลพิการอวัยวะไม่ครบ32ประการสติปัญญาไม่สมประกอบ บางคนเกิดมาแล้วถึงมีชีวิตอยู่แต่ถูกโรคภัยเบียดเบียนอยู่ไม่ขาด รุกรานติดตามตัวตลอดเวลามีความทุกข์กายทุกข์ใจตลอดไม่ว่าการกินการอยู่ก็แสนลำบากฉะนั้น การมีชีวิตดำรงอยู่จึงแสนยาก           การบังเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งหาได้ยากนักหนาเมื่อกล่าวถึงการสร้างบารมีสัมมาสัมโพธิญาณของพระพุทธเจ้านั้น  ในอดีตที่ผ่านมาก็มีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นมาแล้วหลายพระองค์นับไม่ถ้วนแต่การบังเกิดขึ้นจะเป็นครั้งคราวไม่ติดต่อกัน หากหมดสิ้นศาสนาของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์แล้วก็ต้องรอนานเป็นมาก จึงมีพระพุทธเจ้าองค์ใหม่บังเกิดขึ้นเพราะการสร้างบารมีสัมมาสัมโพธิญาณนั้นยากมากตัว   อย่างเช่นในภัทรกัปนี้มีสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโคตมะ ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าในปัจจุบันพระองค์ท่านได้สร้างบารมีโดยคิดไว้ในใจไม่เอ่ยปากปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าไว้นานถึง7อสงไขย ได้เอ่ยออกปากปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาลเบื้องหน้าได้9อสงไขย ได้รับการทำนายจากพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์เป็นเวลา4อสงไขยกับ1แสนมหากัปพระพุทธเจ้าโคตมะจึงสร้างปารมีนานถึง20อสงไขยกับหนึ่งแสนมหากัป  เมื่อพิจารณาดูว่าอสงไขยนานแค่ไหนท่านเปรียบว่าถ้าหากมีฝนตกใหญ่ทุกวันทุกคืนนาน3ปีไม่หยุดไม่หย่อนไม่ขาดสายจนน้ำเจิ่งนองท่วมท้นขอบเขาจักรวาลอันสูงได้84,000โยชน์ถ้าหากนับเม็ดฝนอันตกมา3ปีติดต่อกันนั้นได้จำนวนเท่าใด อสงไขยก็เป็นปีเท่ากับเม็ดหยาดฝนที่นับได้นั้น  ส่วนมหากัปนานแค่ไหนเปรียบเทียบว่ามีภูเขาลูกหนึ่งวัดได้กว้าง1โยชน์สูง1โยชน์พอถึงกำหนด100ปีมีเทวดาผู้วิเศษเอาผ้าทิพย์ที่มีเนื้อละเอียดอ่อนดั่งควันไฟมาจากสวรรค์เทวโลกมาเช็ดถูเบาๆบนยอดภูเขาอันนั้นครั้งหนึ่งแล้วไปเสวยทิพย์สมบัติอีก100ปีก็ลงมาเอาผ้าทิพย์มาเช็ดถูอีกทำอยู่อย่างนี้จนภูเขานั้นราบเรียบเหมือนดั่งหน้ากลองหรือท่านอุปมาเปรียบไว้ว่ามีกำแพงสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างลึกวัดได้หนึ่งโยชน์พอดี100ปีปรากฏว่ามีเทวดาองค์หนึ่งเอาเมล็ดพันธุ์ผักกาดหยอดใส่กำแพงเม็ดหนึ่งแล้วไปเสวยทิพย์สมบัติอีก100ปีเอามาใส่เม็ดหนึ่งต่อไปอีกร้อยปีนำมาหยอดอีกอย่างนี้จนเต็มขอบกำแพงจำนวนเม็ดพันธุ์ผักกาดมีเท่าใดจึงนับว่าเป็นมหากัปหนึ่ง  ฉะนั้นการบังเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าทั้งหลายได้นั้นต้องสร้างบารมีญาณนานเพียงใด เมื่อพระสัมมาสัมโพธิญาณนั้นแก่กล้าจึงตรัสรู้ธรรมเอาพระธรรมคำสอนมาเผยแผ่มาให้เราทั้งหลายได้ประพฤติปฏิบัติตาม   นอกจากนี้ที่กล่าวว่าการได้ฟังพระสัจธรรมของพระองค์นั้นแสนยาก            เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นก็เพราะว่ามีความวิบัติที่เรียกว่ามหาวิบัติ 7 ประการซึ่งเป็นยอดแห่งความวิบัติอันได้แก่วิบัติกาลหมายความว่าเป็นความเสียหายแห่งเวลาที่โลกว่างจากพระพุทธศาสนาเพราะไม่มีพระพุทธเจ้ามาบังเกิด ถ้าเกิดผิดเวลาเช่นนี้ก็ต้องเวียนว่ายในวัฏฏสงสารต่อไปตามเหตุตามปัจจัยนับว่าเป็นความเสียหายที่ใหญ่หลวง วิบัติคติ เป็นวิบัติเพราะไปเกิดที่ไม่ดีถึงแม้ว่ามีพระพุทธเจ้าบังเกิดมาแล้วได้สั่งสอนโลกประกาศพระธรรมคำสอนบางคนมีกรรมเก่าต้องไปอยู่ภพภูมิอื่นเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย หรือเป็นสัตว์เดรัจฉาน ก็ไม่สามารถฟังธรรมได้ จึงประสบความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแห่งชีวิต ต่อไปเป็นวิบัติประเทศแม้ว่ามีพระพุทธเจ้ามาบังเกิดและได้เกิดมาเป็นคนแต่ที่ไปเกิดไม่มีพระพุทธศาสนาไม่ได้ฟังพระสัจธรรม  ข้อต่อไปเป็นวิบัติตระกูลมีพระพุทธเจ้ามาบังเกิดประเทศที่อาศัยอยู่มีศาสนาของพระพุทธเจ้าเผยแผ่อยู่   แต่ตระกูลวงศาพี่น้องมิได้มีความเชื่อเลื่อมใสศรัทธาพุทธศาสนา ต่อไปเป็นวิบัติอุปธิ ถึงแม้ว่าพระพุทธเจ้ามาบังเกิด พระศาสนาของพระองค์ก็มีอยู่ประเทศที่อาศัยก็เป็นประเทศที่มีพระพุทธศาสนาและเกิดในตระกูลอันมีสัมมาทิฏฐินับถือพระพุทธศาสนาแต่บางคนมีร่างกายไม่สมประกอบเป็นบ้าเป็นใบ้หูหนวกเสียจริตจิตวิปราศปัญญาอ่อนไม่สามารถฟังธรรมและรู้ธรรมได้ จึงนับว่าเป็นวิบัติประการหนึ่ง  และวิบัติสุดท้ายคือวิบัติทิฏฐิบางคนเกิดมาพบพระพุทธศาสนา อยู่ในประเทศที่มีพระพุทธศาสนาตระกูลก็มีความเลื่อมใสศรัทธาพระพุทธศาสนา ร่างกายหูตาอวัยวะครบ32ประการปกติ  แต่ใจไม่เลื่อมใสศรัทธาไม่เชื่อไม่ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้ามีมิจฉาทิฏฐิคิดผิดเห็นผิดว่าพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ไม่มี มรรค ผล นิพพานและกรรมไม่มี   บุญบาปไม่มีอยู่อย่างนี้ จึงเป็นมหาวิบัติอย่างใหญ่หลวง

                      เราท่านทั้งหลายจงย้อนมองดูตนเองที่ได้เกิดเป็นมนุษย์อันมีอวัยวะครบ32มีสติปัญญาสามารถรู้ธรรมได้ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาและเป็นพุทธศาสนิกชนควรหมั่นทำบุญให้ทานรักษาศีล บำเพ็ญภาวนามีจิตเลื่อมใสได้น้อมเอายังพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเข้ามาไว้ในจิตในใจ เอาพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ประพฤติปฏิบัติธรรมจึงนับว่าพ้นจากมหาวิบัติอันใหญ่หลวงสมค่าสมราคาอันเกิดมาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์และแสนยากลำบาก  แต่หากใครก็ตามเกิดมาแล้วคิดชั่วทำก็ชั่ว มุ่งแต่กอบโกยโกงกิน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องแม้จะมีสมบัติมากมายประการใดก็จะไม่มีวันที่พบกับความสุขได้เลยพึงแต่จะได้รับผลแห่งการกระทำของตนให้ทุกข์ร้อนตลอดไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ธรรมะ
หมายเลขบันทึก: 75248
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)