GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ชีวิตที่พอเพียง : 206. หัดว่ายน้ำ

        ผมหัดว่ายน้ำเมื่ออายุประมาณ ๑๐ ขวบ     หัดว่ายในคลองท่ายาง ซึ่งอยู่ห่างบ้านประมาณครึ่งกิโล     พ่อเอามะพร้าวแห้ง ๒ ลูกผูกติดกันเป็นทุ่นลอย เอามาคล้องที่หน้าอก     ให้หัดกระทุ่มน้ำด้วยขาและพุ้ยน้ำด้วยมือ     พอคุ้นหน่อยก็ให้ใช้มือเกาะลูกมะพร้าว แล้วใช้เท้ากระทุ่มน้ำ จนเริ่มลอยตัวได้     พ่อบอกว่า "ไม่จมน้ำตาย" แล้ว  ใช้ได้

        แต่ผมก็ว่ายน้ำไม่แข็งมาจนบัดนี้     คิดว่าส่วนหนึ่งเพราะผมว่ายน้ำด้วยวัตถุประสงค์ให้ว่ายน้ำเป็น     ไม่ได้มีโอกาสสนุกกับการว่ายน้ำ หรือกระโดดน้ำเล่น    แม่ผมไม่อนุญาตให้เล่นในน้ำลึก    เกรงอันตราย     ดังนั้นการว่ายน้ำของผมจึงไม่เจือธาตุเล่น ธาตุสนุกอยู่เลย     เป็นการว่ายอย่างเป็นงานเป็นการทั้งหมด     ด้วยเหตุนี้แหละ ผมจึงว่ายน้ำไม่แข็ง     นิทานเรื่องนี้สอนว่า จะทำอะไรให้เก่ง ต้องทำให้สนุก

         พอโตขึ้น ก็เดือดร้อนใจว่าในวิชาลูกเสือ มีวิชาว่ายน้ำด้วย     เขาระบุว่าต้องว่ายได้รวดเดียว ๑๐๐ เมตรโดนเท้าไม่แตะดิน     ผมก็ไปซ้อมที่คลอง      ซ้อมเท่าไรก็ไม่คิดว่าว่ายได้รวดเดียว ๑๐๐ เมตร     วิชาลูกเสือที่ผมกังวลใจมีอยู่ ๒ วิชา คือว่ายน้ำ กับขึ้นต้นไม้     พอถึงตอนจะสอบโชคดีที่ครูพาไปเรียนวิชาพักแรมที่ริมทะเล    และสอบวิชาว่ายน้ำเสียเลย โดยว่ายในทะเล     เพื่อนบอกว่า ไอ้จาน มึงโชคดีจริงๆ ว่ายในทำเลน้ำทะเลมันช่วยให้ตัวลอย ว่ายง่าย     เอาเข้าจริงผมก็ว่ายได้ไม่ถึง ๑๐๐ เมตรหรอกครับ     แต่ตอนนั้นครูกำลังอารมณ์ดี และเพื่อนๆ ช่วยกันเชียร์ว่าผ่านๆ ผมก็เลยผ่าน     ได้เป็นลูกเสือเอก

         ตอนไปดูลูกๆ หัดว่ายน้ำตอนเขาอายุสัก ๓ - ๔ ขวบ     โดยมีครูว่ายน้ำที่ มอ. หาดใหญ่ สอนอย่างถูกหลักวิชา     จึงรู้ว่าตนเองว่ายน้ำ สไตล์ลูกหมาตกน้ำ     คือพยายามชูคอให้อยู่เหนือน้ำ     เป็นท่าของคนกลัวจมน้ำตาย     นักว่ายน้ำเขาว่ายท่ากลั้นใจในน้ำและหายใจเมื่อจมูกพลิกขึ้นมาเหนือน้ำ     ผมไม่ได้รับการฝึกมาอย่างนั้น    หรือจริงๆ แล้วการฝึกว่ายน้ำของผมคือฝึกการลอยตัว  ไม่จมน้ำโดยการใช้ขา ใช้มือ และทำตัวให้ลอย     ไม่ใช่ฝึกว่ายน้ำอย่างถูกวิธี

         การหัดว่ายน้ำให้ไม่จมน้ำตาย     ไม่ได้หัดว่ายน้ำเพื่อความสนุกบันเทิงจากการว่ายน้ำ    มันมีผลต่อชีวิตถึงเพียงนี้

วิจารณ์ พานิช
๖ มค. ๕๐

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 75045
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

  • ผมมีเรื่องเกี่ยวกับว่ายน้ำเยอะครับ..
  • ตอนเด็กๆ หัดว่ายน้ำครั้งแรก อาจับโยนลงคลอง สำลักน้ำแทบตาย..เลยกลัวการว่ายน้ำ
  • แต่ก็พอว่ายท่าลูกหมาตกน้ำได้
  • พอจะต้องไปสอบเข้าศุลการักษ์..ต้องว่ายน้ำ 25 เมตร ว่ายแบบดำน้ำไม่หายใจออกไปนอกลู่เลย..เกือบถึงขอบสระแล้วก็จมลงไป..พวก Guard ต้องมาช่วย..
  • สอบว่ายน้ำตก..เลยไม่ได้ศุลการักษ์ครับ
  • ถ้าตอนนั้นผ่าน..ตอนนี้ก็ไม่มี beeman ครับ

รู้สึกว่าเรื่องบางเรื่องนั้นไม่พอดีเลยนะคะอาจารย์...กะปุ๋มน่ะพยายามหัดว่ายท่าลูกหมาตกน้ำ...หัดมาตั้งแต่เด็ก..จนถึงทุกวันนี้ก็ยังทำไม่ได้...อยากว่ายแบบท่าชูคอค่ะ...เพราะดูท่าจะไม่เหนื่อยเวลาที่เราไปว่ายน้ำในคลองหรือแม่น้ำค่ะ...

ทุกวันนี้เวลาลงสระก็พยายามค่ะ..แต่ดูท่าดำน้ำลงไปใต้สระจะง่ายกว่าว่ายท่าลูกหมาตกน้ำค่ะ...เพราะชูคอเมื่อไหร่กะปุ๋มจมทุกครั้งเลยค่ะ...

ตอนนี้ว่ายประจำสามท่าสลับกัน...ฟรีสไตล์ กรรเชียง และถนัดกบ...สักพักก็พยายามฝึกดำน้ำค่ะ...แต่ท่าลูกหมาตกน้ำนี่ถอดใจแล้วค่ะ...ส่วนท่าผีเสื้อได้แต่ท่าดักแด้ค่ะ

(^_____^)

ตามรอยท่าน beeman มาร่วมแจมค่ะ

กะปุ๋ม

เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะว่า "จะทำอะไรให้เก่ง ต้องทำให้สนุก"  แต่ก็ต้องขอเพิ่มเติมอีกนิดนึงว่า  "การจะเรียนอะไรให้ได้ดี ต้องเรียนโดยไม่มีความกลัว"  เพราะถ้าใจยังคงกลัวในสิ่งที่กำลังเรียน นานแค่ไหนก็ไม่เป็นอยู่ดี ^^

คุณแม่เคยเล่าให้ฟังว่า ตอนที่ให้หมอดู ผูกดวง ดูดวงลูกๆนั้น ตัวหนูเองมีชะตาว่า มีภัยทางน้ำ ให้ระวังน้ำ แล้วก็จริงนะคะอาจารย์ ตอนที่อายุราวๆ  6-7 ขวบ เกือบจบน้ำตายไปครั้งหนึ่ง เพราะลงไปเล่นน้ำในคลองข้างบ้านคุณตา (ทั้งๆที่คุณตาก็ยืนดูแลอยู่ข้างๆ) แต่ตอนนั้นเห็นเพื่อนๆเขาจมน้ำกัน เลยอยากดำมั่ง  แต่ปรากฏว่า ดำแล้วมันผุดไม่ขึ้นน่ะค่ะ... หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา มันเลยฝังใจกลายเป็นโรคกลัวน้ำไปเลย  ^^'

โตขึ้นมาก็อยากจะว่ายน้ำให้เป็นค่ะ เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน เพื่อชวนไปเรียนว่ายน้ำ ที่สโมสร (จำชื่อไม่ได้แล้ว) ลงทุนจ้างครูเรียนอยู่หลายวันเลยค่ะ

แต่สุดท้าย เพื่อนว่ายเก่งกลายเป็นปลาเริงร่า  ส่วนหนูไร้วาสนา เพราะความกลัวเลยเป็นได้แค่หอย ... หอยเกาะขอบสระ... ไงคะ  ^__^'

ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆ ที่เขียนเล่าให้ฟังมากมายนะคะ

^_____^