วันนี้พอมีเวลาก็ว่าจะนั่งสะสางโต๊ะทำงานส่วนตัวของตัวเองสักที โดยเฉพาะช่วงหลังทำวิจัยเสร็จ โต๊ะผู้เขียนจะรกมาก ถึงมากที่สุดค่ะ และขอยอมรับว่าตั้งแต่ทำงานมา 10 กว่าปี ตัวเองใช้โต๊ะทำงานเป็นที่วางของเท่านั้น แทบจะไม่ได้นั่งทำงานกับโต๊ะ ลองนึกย้อนดู นับครั้งได้ว่าคงนั่งไม่เกิน 20 ครั้ง และที่นั่งก็คือนั่งหาเอกสาร และจัดโต๊ะนั่นเอง

สาเหตุคงเป็นเพราะตัวเองเป็นคนไม่ชอบทำอะไรเงียบ ๆ คนเดียว บางครั้งจะหอบงานไปนั่งใกล้ ๆ เพื่อนร่วมงาน ฟังไป ทำไป เป็นการพักผ่อน เพราะห้องเราจะคุยแต่เรื่องสนุกสนาน แม้เรื่องเครียดก็ทำให้สนุกได้

 เผอิญไปเจอจุลสารของสมาคมเทคนิคการแพทย์ไทย ปีที่ 1 ฉบับที่1 เดือนสิงหาคม ปีที่ผ่านมา เลยอดนำมาเขียนบันทึกไม่ได้ สรุปว่าก็ไม่ได้จัดโต๊ะอยู่ดี   <blockquote> หน้าปกมีพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื้อความดังนี้ </blockquote><p align="center"> งานทุกอย่างมีทั้งด้านหน้าและด้านหลังเหมือนเหรียญบาท</p><p align="center">งานด้านหน้ามีคนทำกันเยอะแยะ และมีคนแย่งกันทำ</p><p align="center">เพราะมีผลเห็นได้ชัด และก็ปูนบำเหน็จได้ทันที</p><p align="center">แต่งานด้านหลังที่ไม่ปรากฏต่อสายตาคน</p><p align="center">ต้องเป็นคนที่เข้าใจงาน และหน้าที่ของตัวจริง ๆ ถึงจะทำได้</p><p align="center">และต้องเสียสละด้วย</p><p align="center">เพราะงานด้านหลัง เหมือนงานที่ปิดทองหลังพระ</p><p align="center">ถ้าทำดีแล้วต้องไม่ให้เห็นปรากฏ และต้องยอมรับว่า</p><p align="center">ไม่ได้อะไรตอบแทนเลย</p><p align="center">นอกจากความภูมิใจในการทำงานในหน้าที่ของตน </p><p>ผู้เขียนอ่านแล้วรู้สึกยินดี และดีใจแทนคนที่ทำงานแบบปิดทองหลังพระ และถ้าให้ผู้เขียนเลือกได้ ผู้เขียนยินดีขอทำงานแบบปิดทองหลังพระหรือฐานพระก็ยินดีอย่างยิ่ง  </p><blockquote> และนี่คือภาพโต๊ะของผู้เขียนเองค่ะ  ไม่อยากเปรียบเทียบกับอีกสองโต๊ะที่อยู่ในห้องเดียวกันค่ะ คือโต๊ะของคุณปรือและคุณอ๋งซัง ซึ่งแม้จะเป็นผู้ชาย แต่ดูเหมือนโต๊ะเขาจะเป็นระเบียบเรียบร้อยกว่าเราที่เป็นผู้หญิงซะอีก </blockquote><p> 
  โต๊ะทำงานเสมือนโต๊ะวางของนั่นเอง แม้แต่ที่นั่งก็ตาม นี่คือสภาพปัจจุบัน</p><p>และนี่ขอมอบดอกไม้เป็นกำลังใจสำหรับทุกท่านที่ทำงาน "ปิดทองหลังพระ"</p><p> 
                     ดอกอะไรเอ่ย ?? ผู้เขียนถ่ายเองค่ะ</p><p> </p>