ฉันอยากเขียนบันทึกนี้ตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อน...แต่ไม่กล้าเพราะอารมณ์กำลังขึ้นสุดๆ....ต้องให้ลดลงหน่อยค่อยทำ....  

ตอนเช้าจะเริ่มดมยาสลบเด็กอายุ 3 ขวบ....มาถอดลวดที่นิ้วซึ่งใส่ต่อกระดูกที่หักให้ติดกัน....ฉันลงทำงานก่อนเวลาเล็กน้อย....  

ภาพที่เห็นคือเด็กชายขนาดกระทัดรัดนอนดิ้นพลาดๆอยู่ที่พื้น...ข้างๆมีคุณยายและคุณพยาบาลห้องผ่าตัดอีก 2 คน กำลังตะโกนคุยกับเด็ก.....ฉันฟังเป็นพวกเขาตะโกนเพราะเขาต้องแข่งกับเสียงร้องไห้...โวยวาย.....  

เด็กคนนี้ถ้าจะซนไม่เบา...ไม่งั้นนิ้วมือคงไม่หัก....(นี่วิเคราะห์เบื้องต้น) คำถามของฉันคือ

ทำไมรีบเอาเด็กเข้ามาในห้องก่อนที่เราจะพร้อม...

 

ก็จะได้เวลาผ่าแล้วพี่น้องผู้ช่วยพยาบาลตอบ

 

ใช่...แต่เราควรพร้อมก่อนทั้งคนผ่า...คนดม...นี่ทั้งคนผ่าคนดมยังไม่มา..เด็กเขาก็กลัว

 

อยู่ข้างนอกก็ร้องพี่...น้องเถียง

 

ข้างนอกเด็กร้องเพราะไม่อยากเข้าห้องผ่าตัด...พอเข้ามาเจออะไรๆในนี้เด็กยิ่งทวีความกลัว

 

เดี๋ยวให้ยายดู...

  

โอย...ฉันขี้เกียจพูดด้วยแล้ว....ฉันหันหลังให้แล้วโทรฯตามหมอดมยา...เริ่มcase รายแรกของวัน....

เด็กก็ยังร้อง...น้องพายายอุ้มไปหลังห้อง.....เสียงโวยวายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ดังลอดเข้ามา....สักพักยายอุ้มเข้ามา...ฉันบอกยายว่าเรามีความจำเป็นถ้าเด้กไม่ยอม....ต้องอาจจะต้องจับเด็กไว้เพื่อให้ดมยาสลบ...เพราะน้ำเกลือเข้าเส้นเลือดสำหรับให้ยาก็ไม่มีมา....ยายเข้าใจ  

โอย...ไผทำมันเงียบได้  ยายให้พันนึง  ยายบอก...พร้อมกับเดินออกไป น้องบอกว่าเด็กกับยายทุบกันใหญ่.....

   

ฉันบอกน้องว่าเดี๋ยวช่วยจับขาเด็กให้ด้วย  ฉันใช้ผ่าผืนใหญ่ล็อคที่ไหล่สองข้าง ให้หมอฝึกหัดดมยาเอายาสลบให้เด็กดม....พร้อมกับพูดกับเด็กว่า...

 

หลับนะลูก...หนูจะไม่เจ็บนะ...เดี๋ยวหนูก็จะหลับ..ไม่ร้องนะไม่ร้อง...ไม่มีอะไรน่ากลัว.....หลับเลยครับ”

ไม่นาน...เด็กก็เริ่มสงบ..อาจารย์หมอดมยาเพิ่งเข้ามา...ฉันรีบเริ่มทำไปก่อนกับหมอฝึกหัด...ไม่คอยอาจารย์เพราะฉันไม่สามารถอดทนฟังเสียงร้องไห้ได้นาน.....

 

เด็กคนนี้ได้ยาก่อนมาห้องผ่าตัดหรือเปล่า  ฉันถามหมอฝึกหัด..เพราะเห็นเด็กร้องมาก

            ให้ choral hydrate มาแล้วค่ะพี่

...เออ...ฉันว่าเด็กแบบนี้...คงไม่มีทางยอมกินยาที่ให้หรอก...เผลอๆเขาจะบ้วนใส่หน้าคนให้ซะก็ไม่รู้.....    

การผ่าตัดใช้เวลาไม่นาน....ใกล้เสร็จฉันรีบออกไปบอกห้องพักฟื้นว่ามีของดีมาฝากแต่เช้า...เพื่อให้เขาระวังอุบัติเหตุเผื่อเด็กดิ้นมากๆ....  

ฉันเข้ามาคุยในห้องผ่าตัดต่อ...ที่แน่ๆ...คราวหน้าฉันขอนะ...ถ้าเป็นคนไข้เด็ก...รอทีมให้พร้อมซักนิด...รอดมยาสักหน่อย....รอคนผ่าตัดด้วย...เอาเด็กเข้าช้าหน่อยก็ได้....เขาจะได้เผชิญความเครียดช่วงสั้นๆ...อาจเสียเวลาอีกไม่นาน 

 

 

 

ในส่วนของดมยา  ฉันว่าเราจะลองดูเทคนิคอื่นบ้าง....มีเทคนิคอื่นให้เลือกอีกมากมาย...บางครั้งให้ยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อที่หน้าห้องผ่าตัดก็ได้...รอเวลาขณะที่เขาก็ได้อยู่กับยายหน้าห้อง...ไม่ต้องเห็นบรรยากาศในห้องผ่าตัดที่ดูน่ากลัว....ให้จนเคลิ้มๆหลับ...แล้วค่อยอุ้มเข้าห้อง..ที่เหลือก็ว่าตามกัน....ฉันเคยเห็นอาจารย์หมอดมยาหลายคนทำ....ดูดีกว่าเยอะ...ถ้าทำได้..

 

...วันนั้นฉันอารมณ์ไม่ค่อยดี...รู้สึกหงุดหงิด...ใครๆดูทำงานอะไรไม่ค่อยจะถูกใจฉัน...ฉันค่อนข้างเงียบ....น้องๆคงพอดูออก...ไม่ค่อยมีใครมาเจ๊าะแจ๊ะกับฉัน....

          ....ฉันน่าจะ ต้องหันหลังเดินหนีบ้างไหม...ถ้าเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่อันตรายต่อผู้ป่วย.......

          .....แต่ถ้าเรื่องนั้นสำคัญกับผู้ป่วย....ยังไงๆฉันก็คงไม่ยอม...