เวทีชาวบ้านกับงานพัฒนาในยุคนี้ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่คู่กัน งานนี้ก็จัดเวทีชาวบ้าน งานนั้นก็เวทีชาวบ้าน งานอีกหลายงานก็จะต้องผ่านเวทีชาวบ้าน ได้มีโอกาสอ่านเขียนเรียนรู้ทำให้พอที่จะรู้และแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเวทีชาวบ้าน ได้บ้างตามสมควร สมควรตามฐานะของความเป็นครูบ้านนอก ครับ
ข้อดีประการหนึ่งของการเป็นครูบ้านนอกอย่างผมคือเมื่อชาวบ้านมีการงานอะไรหรือมีใครไปมาเข้าออกในชุมชนด้วยสิ่งที่เรียกว่า งานพัฒนา ผมกับเพื่อนครูในโรงเรียนมักจะได้มีโอกาสร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อยู่เสมอ ในที่นี้ขอเรียกเพื่อนพ้องน้องพี่ในชุมชนว่า คนใน และขอเรียกเพื่อนพ้องน้องพี่ที่มาร่วมคิดร่วมทำจากหลายภาคส่วนว่า คนนอก
เมื่อพิจารณาโดยภาพรวม เวทีชาวบ้าน จัดว่าเป็นวงวิชาการที่มีชีวิต เพราะว่า
1. เป็นเวทีที่มีชาวบ้านแท้ๆมากกว่านักวิชาการ การขับขานในเวทีจึงมีแต่เรื่องจริงๆของชีวิต
2. ก่อนคนนอกจะเข้ามา คนในได้เตรียมการทั้งคน เอกสาร อาหารการกิน และอื่นๆ ความมีชีวิตชีวาน่าจะเริ่มต้นก่อนวันงานอย่างน้อย 2 - 3 วัน
3. เมื่อคนนอกออกไป คนในก็จะมีวงย่อยวิพากษ์กันต่อไปอีกอย่างน้อย 2 - 3 วัน
4. หากสิ่งที่พูดคุยแลกเปลี่ยนตรงประเด็นในความเป็นไปของคนใน ก็จะก่อเกิดการสานต่อ เพื่อความอยู่ดีมีสุขต่อไป เปรียบได้ดังพืชได้น้ำได้ปุ๋ยนำพาให้งอกงาม ดังนั้นเวทีชาวบ้านจึงเป็นวงวิชาการที่มีชีวิต
5. หากสิ่งที่พูดคุยแลกเปลี่ยนไม่ถูกต้องตรงประเด็นในความเป็นไปของคนใน การสานต่อก็จะห่อเหี่ยวและเฉาตายในที่สุด ดุจดังพืชขาดน้ำขาดปุ๋ย ดังนั้นเวทีชาวบ้านจึงเป็นวงวิชาการที่มีชีวิต
เวทีชาวบ้าน วงวิชาการที่มีชีวิต เป็นแนวคิดที่ได้พานพบในภาคสนาม บนความเป็นคนบ้านนอก และครูบ้านนอก จึงนำมาบอกเล่าสู่กันฟัง อาจผิดบ้างถูกบ้างในวงสนทนาของการจัดการความรู้ถือว่าได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ใช่ไหมครับ
หวนกลับมาที่แวดวงการศึกษา ครูบาอาจารย์รวมทั้งท่านผู้มีเกียรติหลายท่าน ร่วมสะท้อนผลการจัดการศึกษา ผ่านเวทีเสวนาเรื่อง ปัญหาการศึกษาของชาติ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2550 ที่ผ่านมา สาระสำคัญมีว่า การศึกษาถอยหลังเข้าคลองแล้วประมาณสิบวา เพราะไม่รู้ว่าจะไปทางไหน ไม่คิดที่จะปฏิรูปอย่างจริงจัง เป็นไปแบบเรื่อยเปื่อย อยากเห็นเด็กเป็นคนดี ขยัน ใฝ่รู้ รู้จักผิดถูก อยากให้โรงเรียนสอนทักษะชีวิตมากกว่าสอนทฤษฏีตามหนังสือ ( สรุปจาก มติชน รายวันฉบับวันที่ 27 มกราคม 2550 )
คิดตามประสาครูบ้านนอก ณ วันนี้ เรื่องดีๆและเรื่องที่ไม่ดี อันเกิดมีและเป็นไปในแวดวงการศึกษา น่าจับมาเป็นประเด็นในเวทีชาวบ้านแท้ๆ ที่ช่วยคิดช่วยแก้ภาพใหญ่ในวงการศึกษาให้น่ามอง
เราน่าจะลอง จัดเวทีชาวบ้าน (ด้านการศึกษา)
ให้เป็นวงวิชาการที่มีชีวิต ดีไหมครับ
เวทีชาวบ้าน วงวิชาการที่มีชีวิต
คิดตามประสาครูบ้านนอก ณ วันนี้ เรื่องดีๆและเรื่องที่ไม่ดี อันเกิดมีและเป็นไปในแวดวงการศึกษา น่าจับมาเป็นประเด็นในเวทีชาวบ้านแท้ๆ ที่ช่วยคิดช่วยแก้ภาพใหญ่ในวงการศึกษาให้น่ามอง
ความเห็น
- อาจารย์ครับ ทุกวันนี้โครงสร้างการบริหารในโรงเรียนยังมีคณะกรรมการการศึกษาที่มาจากผู้แทนชาวบ้านอยู่หรือเปล่า
- ผมเคยให้แทบที่บ้านเคยมี แต่ส่วนหนึ่งก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนัก
- สิ่งหนึ่งที่ได้จากบันทึกนี้ก็คือ ข้อดีประการหนึ่งของการเป็นครูบ้านนอกอย่างผมคือเมื่อชาวบ้านมีการงานอะไรหรือมีใครไปมาเข้าออกในชุมชนด้วยสิ่งที่เรียกว่า งานพัฒนา ผมกับเพื่อนครูในโรงเรียนมักจะได้มีโอกาสร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อยู่เสมอ
- เพราะนี่คือ สิ่งสะท้อนบทบาทและสถานะของครูที่ได้รับการยอมรับและการมีความสำคัญต่อชุมชน อย่างแท้จริง
- อาจารย์จัดมั้ยครับ
- หากผมว่างเดี๋ยวจะไปเข้าร่วม (สาระเลยนะเนี่ยอาจารย์) รู้สึกชื่นชม
- ขอบคุณครับ
บทความในวันเดียวกัน
JJ · 27 ม.ค. 2550
ปัทมาวดี โพชนุกูล ซูซูกิ · 27 ม.ค. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 27 ม.ค. 2550
สิงห์ ป่าสัก · 27 ม.ค. 2550
Tipruthai Prayoonwong, DDS · 27 ม.ค. 2550
JJ · 27 ม.ค. 2550