GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ใครว่าโลกกลม (The World Is Flat)

สวัสดีค่า ไม่ทราบว่ามีใครอ่านหนังสือชื่อ

"ใครว่าโลกกลม (The World Is Flat)" the world is flat  แต่งโดยThomas L. Friedman

  เค้าให้คำโปรยหน้าปกไว้น่าสนใจมากว่า "หนึ่งในหนังสือที่ขายดีที่สุดในโลกประจำปี 2005-2006"     ทำให้รู้สึกว่าต้องซื้อไปอ่านแล้วละว่าทำไมจึงโปรยหน้าปกสะสวยหรูขนาดนั้น อ่านยังไม่จบแต่ทำให้รู้อะไรขึ้นเยอะเลยค่า อาจด้วยเป็นเรื่องที่ค่อนข้างห่างจากอาชีพหรือสิ่งที่คุ้นเคยอยู่พอสมควรแต่คิดว่า โอโห้!!!! โลกเรามีอะไรอย่างนี้ด้วยหรอเนี้ย

ไม่รู้ว่าเคยได้ยินคำว่า Outsource กันไหมค่า   Outsource-การแบ่งขั้นตอนบางส่วนในการผลิตสินค้าหรือบริการไปว่าจ้างคนนอกให้ช่วยทำ  อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ เช่น บริษัทจัดทำเรื่องภาษีในประเทศ USA จะมีการ Outsource งานด้านบัญชีไปให้พนักงานชาว India  ที่มีค่าแรงต่ำกว่าแต่ประสิทธิภาพไม่น้อยกว่ากัน กระบวนการเริ่มต้นจากนักบัญชีใน USA สแกนแบบฟอร์มการเสียภาษีในปีที่ผ่านมาของลูกค้า ข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ โบนัส และจน.หุ้น แล้วส่งข้อมูลเข้าเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ที่ Texus/Carifonia นักบัญชีชาวอินเดียจะทำการเรียกข้อมูลดิบจากเซิร์ฟเวอร์ใน USA มาทำโดยไม่สามารถรู้ว่าข้อมูลที่ทำอยู่เป็นของใคร ไม่สามารถดาว์โหลด/ปรินต์ข้อมูลออกมาได้ เมื่อทำบัญชีด้านภาษีเสร็จก็ส่งข้อมูลกลับไปที่เซิร์ฟเวอร์อีกที ดังนั้นคนทำบัญชีที่ USA ไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่ในออฟฟิศด้วยซ้ำอาจนั่งริมหาดและโทรหรืออีเมลสั่งงานแทนก็เป็นได้ 

การเกิดงานในรูปแบบนี้ขึ้นมาในประเทศที่เป็นผู้รับงาน Outsource (India) ก็จะทำให้เกิดงาน เกิดการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์เพื่อมารองรับงานและมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีซึ่งแน่นอนว่า India ต้องมีการพัฒนาจนสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้หรือแม้แต่อาจจะพัฒนาจนสามารถต่อกรกับ USA ซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจก็เป็นได้

จากในหนังสือมีการพูดว่าการก้าวหน้าของโลกปัจจุบันทำให้ "สนามแข่งขันได้ถูกปรับให้เท่ากัน" ดูเหมือนโลกแบนราบแต่ไม่ใช่ทางกายภาพแต่เป็นมิติของสนามแข่งขัน ที่ทุกคน ทุกบริษัท และทุกประเทศมีความเท่าเทียมกัน สามารถฉกฉวยโอกาส รวมถึงใช้ทรัพยากรและแหล่งความรู้ทุกรูปแบบจากทุกแห่งบนโลกนี้ กำแพงและอุปสรรคที่เคยขวางกั้นความร่วมมือและการแข่งขันระหว่างกันค่อยๆพังทลายลง จนพวกเราสามารถร่วมมือหรือแข่งขันกันได้ง่ายดายอย่างไม่เคยมีมาก่อน

อ่านจากในหนังสือแล้วก็คิดตามต่อไปว่าขณะที่โลกเค้าพัฒนาเปลี่ยนแปลงกันไปไหนถึงไหนแล้วประเทศไทยของเรากำลังอยู่ตรงไหน อยู่ในโลกที่แบนราบหรือยังคงคิดกันแค่ว่าโลกเรามันกลมทำอย่างไรก็สู้หรือแข่งกับใครไม่ได้ (ทั้งๆที่การเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏต่อหน้าเรามันช่างชัดเจนเอามากๆขนาดนี้แล้ว)

ทุกคนคิดเห็นอย่างไรค่า.................

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 74720
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 4
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (4)

อ่านเหมือนกันอีกละ "ใครว่าโลกกลม" รออ่านเล่สองอยู่เหมือนกันครับ

 แต่ผมรู้สึกคนเขียนฝรั่งคนนี้ได้เล่าเรื่องทั้งหมดแล้วตั้งแต่ประมาณ สองสามบทแรก ที่เหลือทั้งเล่มก็คือเรื่องเดิมๆทั้งนั้น

แต่ตื่นเต้นดีครับ

 

บอกตามตรงนะคะว่าตอนนี้ก็ยังอ่านไม่จบเลยคะ อ่านไปสักพักเจอเรื่องอื่นก็เลยอ่านเรื่องอื่นก่อน (เรื่องอื่นมันสั้นอะคะ) แต่ยังติดใจกับการ Outsource อยู่เลยคะ เผอิญได้คุยกับนักธุรกิจอยู่ท่านหนึ่ง ก็เลยได้รู้คะว่าเรื่องอย่างนี้มันเป็นแผนการทำธุรกิจที่จริงๆก็ทำกันอยู่แล้วเพียงแต่อาจมีการเกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีที่มากน้อยต่างกันคะ ท่านพูดมาประมาณว่าคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจต้องรู้จักใช้งานบุคคลากรของตนแต่จะให้แต่ละคนชำนาญงานด้านหนึ่งๆไปเลยไม่ต้องรู้ว่าฝ่ายอื่นทำงานหรือมีเทคนิคอะไร เช่น ถ้าจะสร้างบ้านหลังหนึ่งเจ้าของก็จะให้คนที่ทำงานไม้ทำงานไปไม่ต้องรู้ว่าช่างไฟเค้าทำงานอย่างไร ช่างปะปาทำงานอย่างไร แต่คนที่เป็นเจ้าของใหญ่ต้องรู้ทุกอย่างรู้ว่าจะมารวมกันอย่างไร รู้เทคนิคต่างๆ เพื่อไม่ให้ลูกน้องสามารถทำงานในการสร้างบ้านได้เอง ก็จะไม่เกิดกรณีที่ลูกน้องออกไปเปิดร้านแข่งกับตัวเอง ดูจะเป็นการคับแคบในลู่ทางในการแข่งขันของธุรกิจอยู่แต่ในโลกของความเป็นจริงมันโหดร้ายอย่างนี้แหละคะ ดังนั้นถ้าเราจะอยู่ในโลกแห่งการแข่งขันนี้ได้อย่างไม่ถูกเอาเปรียบและมีหนทางที่จะเจริญก้าวหน้า (อย่างถูกต้องและไม่เอาเปรียบใครด้วยนะคะ) เราควรต้องมีความรู้และมีความเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ให้มากคะ ความรู้ถึงจะมีมากแค่ไหนแต่ถ้าไม่รู้จักดำเนินชีวิตในสังคมที่ต้องเจอผู้คนมากมายแล้วความรู้ที่มีก็อาจไม่สามารถใช้มันได้อย่างต็มศักยภาพนัก

โอ้โห้!!!! มารู้ตัวอีกทีก็ร่ายเสียยาวยืด ต้องขอโทษ คุณ ราฟาเอล------RAPHAEL ด้วยนะคะ และขอบคุณมากๆคะที่แสดงความคิดเห็นเข้ามาคะ ขอบคุณคะ

  • สู้กับตัวเองยังไม่ไหว แล้วจะไปสู้ใครได้

เดี๋ยวนี้อาจารย์ทิพเก่งกว่าเรื่องความรู้ด้าน DDS อีก ด้านธุรกิจก็สนใจด้วย อย่่างว่าละนะ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

                                              คิดถึงเพื่อนเสมอ

                                                เอก บันนังสตา