อย่าแลกเปลี่ยนเรียนรู้เมื่อจิตไม่ว่าง
วันนี้ติดสอยห้อยตามไปนั่งสังเกตการณ์การทำ KM Workshop ของม.มหาสารคาม ซึ่งหัวข้อน่าสนใจคือ KM นำไปสู่ LO ที่ยั่งยืนอย่างไร?งานนี้มีดร.วรภัทร ภู่เจริญ มาบอกเล่าแนวคิดดีๆที่น่านำไปปฏิบัติหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง “สติ” และการให้รู้เท่าทัน “จิต”&“ความคิด”ตน และมีตอนหนึ่งที่ดร.วรภัทรได้พูดถึงคือ
“อย่าแลกเปลี่ยนเรียนรู้เมื่อจิตไม่ว่าง”
ฟัง ๆ ดูแล้วนึกทบทวนเออ..จริงเนอะ หากเราไม่พร้อม จิตเราไม่พร้อมยากที่จะสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับใครได้แถมอาจะก่อให้เกิดเรื่องที่ไม่อยากให้เกิดตามมาได้ ซึ่งอาจารย์ยกตัวอย่างว่า..อย่างในครอบครัวเมื่อสามีภรรยาเกิดการทะเลาะกันขึ้นยากที่จะพูดคุยกันด้วยสติสิ่งที่ควรทำคือ...ให้รู้ว่าตอนนี้เรารู้สึกอย่างไรหายใจเข้าก็ให้รู้ว่าจิตเป็นเช่นไรเหมือนทบทวนจิตตนเองเมื่อจิตเป็นปกติไม่ร้อนเหมือนตอนทะเลาะกันอยู่คราวนี้เวที share&show ก็จะเกิดขึ้น
แนะนำหนังสือเรื่อง จิตไม่วุ่นถึงว่าง ของท่านพุทธทาสภุขิด้วยก็ครับ
รับทราบแล้วค่ะคุณน้อง พิชชา
คุณสายลมและแสงแดด
ตามรอยไปหา B ของคุณสายลมฯ พบว่ามีตั้งหลายบันทึกเชียว เลยเข้าไปทักทายที่ blog "คนรัก Linux" ค่ะ
อาจารย์ลูกหว้าคะ
ก็ได้แต่ส่งต่อ Information ค่ะยังไม่เกิดการเรียนรู้เหมือนกัน เพราะอาจารย์วรภัทรบอกว่าจะเกิดการเรียนรู้ได้ต้องนำไปปฏิบัติค่ะ เมื่อนำไปปฏิบัติแล้วเกิดการเรียนรู้จึงมา share
แล้วตอนนี้จิตว่างยังค่ะ…รู้ได้อย่างไรค่ะว่าจิตว่าง จิตไม่ว่าง?…จะเป็นตอนที่เราสบายๆ มั้ยค่ะจิตว่าง ไม่มีโลภ โกรธ หลง ประมาณนั้นรึปล่าว?
ท่านอาจารย์ Panda คะ
ขอบคุณมากครับที่มาร่วมเป็นกำลังในให้ชาวมหาวิทยาลัยมหาสารคาม