Moving theater ครั้งที่ 3 23 มกราคม 2550 เรามากันที่กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู หลังจากที่คุณหมอศิรินิภาเพิ่งตกลงกับลูกทีมว่าจะเล่าสิ่งดีๆ ให้พวกเราฟังเมื่อวานนี้เอง วันนี้คุณหมอหน่อยไปเชียงใหม่ เธอบอกกับพวกเราว่าจะรีบกลับมาให้ทัน ให้จัดการกันไปก่อน พี่เล็กกับน้องอิ๋มไม่ลืมทำหน้าที่เตรียมสถานที่และอุปกรณ์อีกเช่นเคย พอถึงเวลานัดตอนบ่าย 3 โมง เจ้าของพื้นที่ที่เคลียร์งานเสร็จแล้วก็มารวมตัวกันที่ห้องประชุม คุณสง่าทำหน้าที่เป็นคุณอำนวย หมอติ่งรับเป็นคุณลิขิตอีกครั้ง คุณหมอสุภัคก็มารับฟังบรรยากาศแห่งความสุขอีกเช่นเคย พอเริ่มเล่าได้นิดเดียวคุณหมอหน่อยและคุณหมอพัชรีก็มาสมทบ บรรยากาศก็สบายๆเหมือนครั้งก่อนๆ เริ่มต้นด้วยกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในเจ้าหน้าที่ ซึ่งหัวหน้ากลุ่มงานมีนโยบายที่จะให้ทุกคนได้ออกกำลังกายหลังเคลียร์งานเสร็จประมาณบ่าย 3 โมง ในตอนแรกเล่นเพื่อสุขภาพ แต่ตอนหลังมีเจ้าหน้าที่แข่งปิงปองชนะเลิศระดับจังหวัด ระดับเขต จนเป็น champion ระดับประเทศ 3 ปีซ้อน นอกจากนี้ยังได้รับคัดเลือกให้เป็นนักกีฬาดีเด่นระดับจังหวัด ต้องปรบมือให้เค้าจริงๆ หน่วยกายอุปกรณ์ ได้เล่าให้ฟังถึงการดัดแปลงขาเทียมใส่ให้คนไข้ ทำให้ไม่ต้องถูกตัดขา สามารถเดินได้ปกติ ภูมิใจที่ทำให้สังคมดีขึ้น ช่วยให้คนมีความหวัง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับการดูแลผู้ป่วยเด็กพิเศษต่างๆ เช่น ออทิสติก ก็มีการฝึกอย่างต่อเนื่อง ฝึกจนกว่าจะดี ฝึกจนกว่าผู้ปกครองพอใจ ถ้ามาฝึกไม่ได้ก็มี program สำเร็จในการฝึกเองที่บ้าน ดีใจที่ได้มีส่วนทำให้ผู้ปกครองมีกำลังใจในการดูพัฒนาการของเด็ก มีความสุขที่เด็กดีขึ้น ไปโรงเรียนได้ เล่นกับเพื่อนได้ เรื่อง hot hot ของ รพ.ในขณะนี้ก็ไม่พ้นเรื่องความเสี่ยง ทางหน่วยงานได้มีการวางระบบ มีการทำ SOP ในการจัดการกับความเสี่ยง เจ้าหน้าที่ทุกระดับสามารถจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดกับผู้ป่วยได้ มีการป้องกันเหตุก่อนเกิด ไม่ว่าจะทำประตูกั้นกันเด็กตก ไม่อยากจะบอกว่าที่นี่ wheel chair ของเค้า มี safety belt นะคะ สำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่หมดอาลัยตายอยากในชีวิต หลายคนเล่าด้วยความภาคภูมิใจว่าได้มีส่วนกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีกำลังใจในการฝึก ทำให้ผู้ป่วยสงบลงได้ สามารถดูแลตนเองได้แม้ไม่หายสมบูรณ์ เค้ามี trick คือให้ผู้ป่วยเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เจ้าหน้าที่เองก็ต้องใจเย็น รับฟัง และต้องปากหวาน ชมผู้ป่วยถ้าทำได้ดี มีตัวอย่าง case มากมาย เช่น case CVA ใช้เวลาประมาณเดือนกว่าในการเปลี่ยนจากคนที่หมดอาลัยตายอยากในชีวิต มาเป็นคนที่มีกำลังใจ ช่วยเหลือตนเองได้ อีก case เป็นเด็กชั้นม.6 head injury หยุดเรียนมา 2 ปี ช่วยฝึกจนเรียนมหาวิทยาลัย ตอนนี้กำลังจะได้เป็นดีเจ จริงๆแล้วมีตัวอย่างอีกมากมาย ผู้ป่วยบางคนขอนัดฝึกต่อแม้ว่าจะดีแล้ว ที่ฝึกยาวนานที่สุดก็ปาเข้าไปถึง 16 ปี หลายคนให้ความเห็นว่าที่เป็นเช่นนี้น่าจะมาจากผู้ป่วยได้มาพบเจอเพื่อนที่มีปัญหาคล้ายกัน และที่สำคัญที่อดภาคภูมิใจไม่ได้คือ ความใจดีของเจ้าหน้าที่ที่รับฟังปัญหาทุกอย่างของผู้ป่วย ช่วงหลังที่ผู้ป่วยมากขึ้นทางหน่วยงานได้จัดทำระบบนัด ใช้ home program ในรายที่บ้านไกล หรือไม่มีคนมาส่ง แต่ทั้งนี้ต้องมีการสอบกันก่อนนำไปใช้จริงที่บ้าน นอกจากนี้ยังมีการประสานกับ PCT ต่างๆเพื่อฝึกผู้ป่วยก่อนกลับบ้านอีกด้วย             ความภาคภูมิใจสุดท้ายของวันนี้คือการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆของรพ. ไม่ว่าจะไปนำผู้สูงอายุออกกำลังกาย จนบางคนบอกว่า อยากแยกร่าง อยากเข้าไปร่วมในทุกกิจกรรมของรพ. ซึ่งหัวหน้าเองก็เปิดไฟเขียวและสนับสนุนในการทำความดีของทุกคนค่ะ             เสร็จแล้วเราก็มีการทำ AAR สิ่งที่เกินความคาดหมาย - มีการดูแลผู้ป่วยที่ผ่านทุกข์มามาก มีทั้งวรรณกรรม นวัตกรรมต่างๆมากมาย - เป็นหน่วยงานที่ทำให้ผู้ป่วยมีพลัง ไม่หมดอาลัยตายอยากในชีวิต - ได้เรื่องดีๆ ตั้ง 6 เรื่อง - ได้ Humanized health care ที่แท้จริง - บรรยากาศที่นี่ดีมากๆ - ที่นี่ทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ดีไม่แพ้หน่วยงานอื่น - สมบูรณ์แบบของ Spiritual care และ Humanized health care - เจ้าหน้าที่ร่วมมือและเล่าเรื่องเก่งเกินคาด - ดีใจที่มีคนมาฟังและเข้าใจการทำงานของกลุ่มงานมากขึ้น - รู้สึกดีที่ได้พูด และมีคนมารับฟัง - ดีใจที่ผู้บริหารระดับสูงมาฟัง - บรรยากาศผ่อนคลาย ไม่เครียด - มีความสุขที่ได้ฟังการเล่า ต่ำกว่าความคาดหมาย             - เวลาน้อยไป             - ไม่ได้เข้าฟังกันทุกคน เพราะต้องให้บริการ             - น่าจะมีเรื่องมากกว่านี้             - ไม่ได้เตรียมทีม และแบ่งหน้าที่กันก่อนชัดเจน อะไรจะทำต่อ - เคลื่อนความรู้สึกดีๆต่อ - ในครั้งต่อไปวันอังคารหน้า 14.30 ไป พรส เวชระเบียน โสต จะเชิญ PCT ด้วย - เล่าสู่เพื่อนที่ไม่ได้ฟัง ทุกเรื่องจะสรุปใน intranet รพ. - จัด story telling วันเกิดรพ.