บนบานกลางอากาศ..........

            หาอะไรในชีวิต………. <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                    ตั้งแต่เด็กๆมาแล้ว ที่ฉันรู้สึกว่าฉันหาอะไรสักอย่างในชีวิต ตอนติดแพทย์ก็คิดว่าหาเจอแล้วคือความสำเร็จในการเรียนหนังสือ แต่ไม่ใช่ จบมาทำงานเป็นหมอก็คิดว่าเจอแล้ว ก็ยังไม่ใช่อีก ตอนหาเงินได้เยอะๆ(เยอะในความรู้สึกของฉันเองนะคะ)แล้วเอาไปซื้ออะไรที่อยากได้ พอซื้อเสร็จกลับรู้สึกโหวงเหวงยังไงพิกล </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                                                      ฉันทำงานมากี่ปีแล้วนะ 8ปีแล้วสิ ตอนนั้นฉันอายุขึ้นเลข 3 แล้ว บางวันนั่งตรวจอยู่ในห้องอัลตร้าซาวด์ นัดคนไข้ไว้ประมาณ 8 คนสำหรับตอนเช้าแต่มักจะมีคนไข้ฉุกเฉินมาแทรกด้วย วันๆนึงตรวจอัลตร้าซาวด์ประมาณ 10-15 คน แล้วคนไข้ในรพ.ประจำจังหวัดอย่างนี้ มักจะเจอโรคแทบทั้งนั้น ส่วนใหญ่ฉันจะพบวนเวียนอยู่กับตับแข็ง มะเร็งตับ นิ่วในถุงน้ำดี นิ่วในไต มะเร็งกระจายไปตับ ต่อมน้ำเหลืองโต มีน้ำในช่องท้อง ประจำวนเวียนอยู่อย่างนี้สำหรับห้องนี้ค่ะ แต่ถ้าไปตรวจเส้นเลือดในสมองก็จะเจอประจำคือเส้นเลือดแดงโป่งพอง(aneurysm) ห้องตรวจลำไส้ก็พบประมาณว่าแผลในกระเพาะอาหาร มะเร็งในกะเพาะ มะเร็งลำไส้ใหญ่ คนไข้ก็ตั้งแต่เด็กตัวเท่าแมวถึงรุ่นปู่ย่า อ่าพอก่อนๆเดี๋ยวจะกลายเป็นหมอx-ray กันหมด  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                 ถึงไหนแล้วนะคะ  อ้อ ฉันตรวจอัลตร้าซาวด์อยู่ ด้วยความเมื่อยล้าของสายตาและหัวใจ ทำไมคนไข้ถึงป่วยมากขึ้นเรื่อยๆนะ พวกเราตรวจกันไม่ทันค่ะ คิวยาวเหยียด บางคนรอยโรคเยอะมากต้องตรวจนานเป็นครึ่งชมเกือบชม.เลยก็มี บางทีก็คุยกับคนไข้บ้างอยากรู้ว่าเค้าดำเนินชีวิตอย่างไรทำไมถึงป่วย ช่วงนั้นฉันเจอชาวนาอายุแถวๆ 40เป็นมะเร็งตับกันเยอะ พวกชาวนาหลายคนก็เล่าถึงการทำนาซึ่งก็น่าจะเสี่ยงที่เค้าจะป่วยกันเพราะรับสารพิษเยอะมาก ตั้งแต่ใส่ยาฆ่าหอยเชอรี่ ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลงอื่นๆ กว่าจะเป็นเมล็ดข้าวให้เรากินนี่ เค้านับให้ดูว่าเค้าต้องใช้ยาฆ่าอะไรหลายๆอย่างนี่ประมาณ 6 ครั้ง การป้องกันก็น้อย บางคนใส่ยาด้วยมือเปล่าๆนี่แหละค่ะ ผ้าคลุมหน้าปิดปากกะจมูกก็ไม่ใช้ เค้ารับสารพิษพวกนี้เป็นประจำ รับมากกว่าพวกเราคนกินข้าวเยอะ จึงเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตั้งแต่อายุยังไม่มาก อายุ 40 กว่าก็เป็นมะเร็งตับกันแล้ว  บางทีตรวจๆไปเจอรอยโรคสวยๆ หมอก็กรี๊ดกร๊าดเรียกกันมาดูมาเรียน  หันไปมองหน้าคนไข้ก็สะท้อนใจ รอยโรคสวยๆของเรา แต่คือโรคภัยไข้เจ็บของเค้า</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                 ตอนประจำอยู่ห้อง CT (Computerotomography) คือเครื่องเอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์ ตรวจได้ทุกส่วนของร่างกายค่ะ ฉันเคยเจอเด็กป่วยเป็นมะเร็งอายุแค่สี่ขวบเองพอถามไถ่ก็รู้ว่าเป็นตั้งแต่ขวบกว่าๆ แถมเป็นลูกชายของหมอ หน้าตาหมอคนนั้นเป็นทุกข์มาก มีความกังวลบนใบหน้าชัดเจนเพราะลูกเขาผ่าตัดมาหลายครั้งแล้ว แต่โรคมันก็กลับมาเป็นใหม่ไม่หายขาด เด็กบางคนก็ป่วยตั้งแต่ในท้องแม่ ทำอัลตร้าซาวด์เจอโรคหัวใจ หรือโรคไตตั้งแต่อยู่ในมดลูกแม่เลย ทำไมโชคร้ายตั้งแต่ยังไม่เกิดเลยนะ ฉันนึกสงสัยอยู่ในใจ  ในตำราที่เรียนมาโรคบางโรคมีสาเหตุชัดเจนแต่บางโรคก็ไม่รู้สาเหตุชัดๆบางคนดูไม่น่าจะป่วยเพราะครอบครัวก็อบอุ่นดี มีสตางค์ก็เยอะ อาหารการกินดี แต่ทำไมป่วยเป็นโน่นเป็นนี่นะ ดูลูกคนงานแถวบ้านเงินก็น้อย งานก็หนักแต่แข็งแรงดีแฮะ อืม อะไรมันก็ไม่แน่นอนเลย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">              </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>               ช่วงเวลานั้นมีหมอx-ray เหลืออยู่แค่สองคน ฉันกับรุ่นพี่หัวหน้าแผนกเท่านั้น เราทั้งสองคนทำงานกันหนัก วิ่งวุ่นเข้าห้องโน้นออกห้องนี้ ฉันล้าเต็มทีแล้ว เริ่มกลับมาครุ่นคิด ถ้าพวกเราตั้งรับตรวจกันอยู่อย่างนี้คงไม่มีทางทัน คิวนัดวันนี้อีกประมาณ 1เดือนถึงจะได้ตรวจก็มี สิ่งที่ควรจะทำคือควรต้องส่งเสริมสุขภาพให้คนไข้รู้จักดูแลตัวเองให้สุขภาพดี อะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ และสังเกตอาการผิดปกติของตัวเองตั้งแต่น้อยๆจะได้รีบมาหาหมอตั้งแต่เนิ่นๆ   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">               เวลาไปเที่ยวฉันเริ่มไม่สนุกเหมือนเก่า มันรู้ขั้นตอนไปหมดแล้ว เริ่มจากเข้าไปในร้าน ฟังเพลงดื่มเหล้า มึนๆ เพลงสนุกก็ลุกขึ้นเต้น วัยรุ่นกรี๊ดกร๊าด วัยดึกก็ร่าเริง วัยกลางๆเอ๊ยวัยผู้ใหญ่ตอนต้นอย่างฉันก็ครึ้มอกครึ้มใจ ฉันหันไปมองรอบๆร้าน แต่ละคนที่มาเที่ยวหน้าก็คุ้นๆกันแล้ว จำท่าเต้นแต่ละคนพอได้เลยแหละค่ะ ตีหนึ่งตีสองได้เวลาก็เช็คบิลกลับหอพักไปนอน  ฉันยังไปนอนคิดต่อ เอ ชีวิตฉันวันๆจะมีแค่นี้เหรอ ตื่นเช้ามาทำงาน เจอคนเจ็บป่วยแบบเดิมๆ ไปรับจ้างอยู่เวรหารายได้พิเศษ ได้มาก็เอาไปใช้จ่ายซื้อโน่นซื้อนี่ ไปเที่ยว  กลับมานอน  ตื่นมาวนเวียนแบบนี้อีก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>                                                 หัวหน้าแผนกและฉันเริ่มล้ามากขึ้นทุกที แล้วก็เหมือนสวรรค์มาโปรด 555 ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่มีประชุมวิชาการประจำปีที่อเมริกาของรังสีวิทยา เราได้ไปทั้งคู่นานสองอาทิตย์ นี่เป็นการประชุมใหญ่ที่รังสีแพทย์ทั่วโลกจะไปประชุมกัน ปีนั้นจัดที่ชิคาโก้ เราต้องบินจากกรุงเทพไปต่อเครื่องที่ญี่ปุ่นเมืองนาริตะ ฉันกระดี๊กระด๊ามากดีใจจังหนอจะได้ไปดูบรรยากาศการประชุมที่ใหญ่ที่สุดของx-rayและก็เที่ยวต่อที่ซานฟรานซิสโกด้วย                 </p><p>            วันเดินทางเราบินจากกรุงเทพไปถึงนาริตะ เจอฝนตกพอประมาณที่ญี่ปุ่น บินสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์  ขอสารภาพค่ะ เป็นคนกลัวความสูงมากนั่งเครื่องบินแล้วกลัวตลอด ยิ่งนั่งนานๆอย่างนี้ฉันยิ่งประสาท ต้องพึ่งสุรามาเป็นระยะระยะ เพราะอยากให้หลับ ส่วนอาหารนั้นพึ่งไม่ค่อยได้ ฉันไม่ชินกะอาหารฝรั่งเลย หันไปเจออะไรเขละๆก็พะอืดพะอม ตอนบินออกจากญี่ปุ่นมาได้ไม่นานก็เจออากาศแปรปรวน เครื่องโคลงเคลงไปมาฉันหน้าซีด เมาเครื่องบินค่ะ อยากจะอ๊วก อยากเข้าห้องน้ำ……….. </p><p>              กัปตันประกาศอะไรสักอย่าง แต่ฉันแปลไม่ค่อยออก ลุกจากที่นั่งจะไปห้องน้ำ เห็นแอร์โฮสเตสรีบวิ่งมาดุฉันให้รีบกลับไปนั่งที่ แล้วเครื่องบินก็วืดลงโคลงเคลงไปมา เสียงฝรั่งกรี๊ดกร๊าดโวยวายดังลั่น  ตัวฉันเองเงียบเป็นเป่าสาก มือเท้าเย็นเฉียบ เหงื่อชุ่มมือและเท้า หลับตาสวดมนต์แถมท่องพุทโธในใจ โอยฉันจะตายแล้วเหรอ กลัวตายๆไม่อยากตายๆ เพี้ยงถ้ารอดไปได้ฉันจะบวชเจ็ดวัน สลับไปกับสวดมนต์นึกบทไหนได้ก็งัดมาสวดหมด ประมาณครึ่งชั่วโมงได้ค่ะที่เครื่องโคลงเคลงมากและตกหลุมอากาศด้วย แล้วก็เริ่มสงบ โดยกัปตันประกาศขอโทษออกมาทางไมค์ พร้อมกับบอกว่าอากาศดีแล้ว  เฮ้อๆรอดมาได้อีกครั้งนึง โล่งอกไปทีค่ะ                                                 </p>