GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สิบกว่าปีแล้ว ...เราก็ยังไม่ลืมวีรบุรุษของเรา

ก็คงไม่มีใครอยากมาทุ่มงบประมาณอย่างต่อเนื่องเพื่อจะสร้างจิตสำนึก..มันเป็นงานที่เห็นผลช้า

      เมื่อคืน พยามเปิดบล็อกแต่เปิดไม่ได้ เลยไปทำงานอย่างอื่น มาเข้าเวป เด็กรักป่า ก็เจอเพื่อนจาก เยอรมันคะ

 

      ชื่อ ไรเนอร์  เป็นอาสาสมัครของ หน่วยอาสาสมัครเยอรมัน เคยร่วมงานกันแต่ปี 2538

ไรเนอร์ ทำงานเป็นอาสาสมัครอยู่ที่สุรินทร์กับครอบครัว มีลูกเล็กๆ 3 คน ตอนนี้คงโตกันหมดแล้ว

 

      นึกถึงตอนที่เราไปเยี่ยมบ้านพักครอบครัวเขาในเมือง ลูกคนกลาง ซนมาก ชื่อ  เซบาสเตียน   พ่อจะห้ามไม่ให้เขา เด็ดลูกฝรั่งจากต้นที่กำลังจะโตอยู่หน้าบ้าน ซึ่งเขาคงจ้องมานานแล้วคะ แต่ไม่ทราบเหตุผลว่า ที่พ่อไม่ให้เด็ดด้วยเหตุผลอะไร หรือ เจ้าของบ้านเช่าสั่งเอาไว้ หรืออย่างไร

 

      เซบาสเตียน ตอนั้นน่าจะอายุ 5 ขวบได้ เขารู้ว่าถ้ามีแขก เพื่อนพ่อมาที่บ้าน พ่อจะไม่กล้า ดุ หรือยังไงนี่แหละคะ เซบาสเตียน ฮึกเหิมคะ 

 

      เราเห็นอาการ แล้วขำมาก เธอไปนั่งใต้ต้นฝรั่ง ต่อหน้าต่อตาทุกคน และเอื้อมมือไปหมายจะเด็ดลูกฝรั่ง

พ่อ ได้แต่ทำหน้าขุ่นเคืองใส่ เซบาสเตียน   และพูดเป็นภาษาเยอรมันดุๆเล็กน้อยแต่ชัยชนะก็เป็นของ เซบาสเตียน คะ....  เราก็เลยชอบเล่นกับเซบาสเตียนมาก

เพราะนับถือว่า เป็นผู้กล้าหาญ แท้จริง.....ของโลก

 

Dear Noi, Djud and Dek Rak Pa,

it is a great readung from you aud your school even though everything is written in Thai - but it still works.

Greetings from

Rainer, Christa, Matthias, Sebastian and Katharina

 

   เด็กรักป่า ร่วมงานกับ ไรเนอร์อยู่หลายงาน ล่าสุดก่อนที่ ไรเนอร์จะกลับเยอรมันพร้อมกับครอบครัว เป็นช่วงที่ ชาวบ้าน บ้านปราสาท ต.ตาอ็อง เมือง สุรินทร์ เดือดร้อนเรื่อง เทศบาลมาซื้อที่นาชาวบ้านขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ใกล้ลำน้ำ

ในหมู่บ้าน เพื่อที่จะจัดสร้างเป็นที่ทิ้งขยะ ที่ใหม่ของเทศบาล ย้ายจากที่เดิม ทางไป ลำชี ออกไปทางบุรีรัมย์ ซึ่งตรงนั้น ทิ้งมาหลายปีจนเต็มเป็นภูเขาหลายๆลูก ชาวบ้านแถวนั้นก็เดือดร้อน ร้องเรียนจนเบื่อร้องเรียน และทนอยู่ไปตามสภาพ

 

   ผู้นำที่บ้านปราสาท มองเห็นว่า ถ้าบ้านเขาเป็น

อย้างที่เดิม ลูกหลานเขาคงลำบาก ทนกลิ่น และสภาพแวดล้อมไม่ได้แน่ มาปรึกษา เด็กรักป่าว่าจะทำอย่างไร  เรามีกลุ่มนักศึกษาในสุรินทร์ที่ทำกิจกรรมร่วมกัน ก็มาช่วยลงเก็บข้อมูล ศึกษาผลกระทบข้อดี ข้อเสีย

ของการ สร้างที่ทิ้งขยะในเขตชุมชน

อีกแรงหนึ่ง เด็กรักป่าก็ทำละครเร่ เล่นไปตามหมู่บ้านที่จะได้รับผลกระทบจาก กรณีนี้

 

   เราแต่งละครร่วมกับเด็กๆคะ เรื่อง ปีศาจขยะ

เด็กรักป่า เล่นกันสนุกมาก ฮามาก แต่จบลงก็ไม่มีใครอยากได้ ขยะไว้ในหมู่บ้านของตน ตระเวนเล่นแบบนี้อยู่ สองเดือน

ชาวบ้านก็รู้จัก ชื่อเสียง คณะละครเด็กรักป่า อย่างดี ไปไหนก็ มีข้าวกินฟรีคะ

 

   ส่วนไรเนอร์ ก็ช่วยหางบประมาณมาจัดค่ายให้กับเยาวชนของ

เขตที่จะมีการทิ้งขยะ ให้ร่วมกันเรียนรู้ปัญหาและหาแนวทางแก้ไข และรณรงค์อย่างไรในปัญหานี้

 

   เรื่องนี้ ก็บานปลายใหญ่โตคะ ชาวบ้านเกือบทั้งตำบล

ไม่ต้องการ ที่ทิ้งขยะ แม้จะเป็นการสร้างงานใหม่ให้ ชาวบ้านก็ตาม มีการประท้วง โต้งแย้ง ยื่นหนังสือ จนกระทั่งมีการปิดถนนประท้วง ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องที่ ชาวบ้านต่อสู้กันเอง เพราะเป็นบ้านของเขา เขาต้องตัดสินเองว่า ต้องการสภาพแวดล้อมแบบไหน.....

 

  จริงๆปัญหานี้  เราอยากมีโอกาสคุยกับ คนในเทศบาล

อย่างร่วมกันแก้ปัญหาที่แท้จริง และระยะยาวมากกว่า

เช่น การเริ่มสร้างจิตสำนึก ในการแยกขยะของเด็กๆ และทุกครอบครัวในเขตเมือง หรือรอบเมือง ด้วยการจัดค่ายให้ความรู้ สร้างจิตสำนึก ซึ่ง เด็กรักป่า ยินดีอย่างมากที่จะร่วมแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ 

      แต่เทศบาล ก็ทำงานอย่างหนักที่อยู่ตรงหน้า ของทุกวัน กับ ขยะกองโต ที่ต้องแก้ปัญหาแต่ละวัน  คงไม่มีเวลามาคิดแก้ปัญหาระยะยาว  และเราก็เข้าไม่ถึงความคิดของผู้บริหารด้วย และก็คงไม่มีใครอยากมาทุ่มงบประมาณอย่าง

ต่อเนื่องเพื่อจะสร้างจิตสำนึก ...มันเป็นงานที่ เห็นผลช้า.......

 

     อย่างไรก็ตาม ณ วันนี้  กับเพื่อนชาวเยอรมัน

ครอบครัวนี้ ก็ถือว่าเราได้ร่วมงานที่เราได้ตระหนักต่อ

หน้าที่ของเราแล้ว

 

     ปรกติ ไรเนอร์ ไม่ค่อยเป็นคนยิ้มง่ายนัก แต่เวลาที่เราคุยด้วยและบอกเล่าปัญหาของชุมชน

เพื่อนบ้านที่เกิดขึ้น ไรเนอร์ ไม่เคยนิ่งนอนใจ เขาจะเก็บไปคิดและช่วยเท่าที่เขาช่วยได้  

 

     ก่อนที่เขาจะกลับเยอรมัน เขาบอกว่า

 

  เขาคงคิดถึง เด็กรักป่า อย่างมาก และจะติดตามงานของเด็กรักป่า เท่าที่จะทำได้

 

 นี่สิบกว่าปีแล้ว ...เราก็ยังไม่ลืมวีรบุรุษของเรา 

 

    เซบาสเตียน

 

 

    

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): สร้างจิตสำนึก
หมายเลขบันทึก: 73850
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 16
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (16)

      อ่านแล้วซาบซึ้งในคุณงามความดี ที่มนุษย์สามารถทำให้กับสังคม

      ขอเป็นกำลังใจครับ ให้คิดดี ทำดีและเขียนดี ต่อไป

      ผมเคยเอาคณะละครของครูช่าง(ชลประคัลย์ จันทร์เรือง) ไปเล่นที่ศูนย์วิปัสสนาสองและที่มหาวิทยาลัย เรื่องพระเวสสันดร สนุกและกินใจมาก

      วันหลังขอเอาคณะละครเด็กรักป่าของหนูไปออกโรงที่เชียงใหม่มั่งนะครับ

  • เข้ามาอ่านด้วยความสุขและซึ้งใจเสมอค่ะ

ติดตามอ่านอยู่นะคะ แม้ไม่ค่อยได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น  เป็นกำลังใจ(เงียบๆ)ให้เสมอค่ะ

เด็กๆสร้างสรรค์และมีพลังกว่าที่เราคิดไว้เยอะ  ดิฉันอยู่มหาวิทยาลัย พยายามจะสร้างและดึงพลังของเด็กๆเยาวชนออกมาร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ  (ให้ผู้ใหญ่หลายคนได้ละอาย)

อีกด้านหนึ่ง ดิฉันได้รู้จัก กลุ่มเด็กแนว(เศรษฐกิจพอเพียง)ที่ชัยนาท  ถ้าสร้างเครือข่ายเด็กๆได้ก็คงจะดีนะคะ 

ขอบพระคุณคะ อ.พิชัย

       ตอนนี้ ละคร เด็กรักป่า เสนอ เรื่อง   " ตูมกา " คะ

เ ล่นกันเรื่องเดียวมา 4 ปี แล้วคะ

" ตูมกา " เป็นชื่อของต้นไม้ ที่ชุบชีวิตคนได้

( ตามเรื่องในนิทาน ) ....ที่หน้าบ้าน ดิฉันก็มีคะ  จะมีลูกสีเหลืองๆ

คะ คุณ Bright Lily  .....เวลาทำงานกับเด็กๆ ก็หลาก

อารมณ์คะ ยิ่งตั้งเป้าหมายว่า ต้องไปเล่นละคร ...ก็ต้องคุยเป้าหมายกับเด็กๆคะ ว่าเราเล่นเพื่ออะไร

เพื่อแสดงศักยภาพของเรา  เพื่อสื่อในสิ่งที่เราต้องการสื่อ

เด็กที่เล่นละครได้ นี่ต้องอดทนมากคะ

อดทนต่อ การซ้อมซ้ำๆ

บางครั้ง รับเด็กเล่นละคร 50 คน ซ้อมไปมา เหลือเด็ก

เท่ากับ จำนวน 1 รถตู้คะ.....ที่เหลือนี่แสดงว่า

ใจสู้จริงๆ 

สวัสดีคะ อ.ปัทมาวดี  .....ดีใจจังคะ อ.มาเยี่ยมที่นี่

อ.เหนื่อยมั้ยคะ ....งานคงเยอะเลยนะคะ  อ.มีข่าวอะไร

ก็ส่งมาให้หน่อยบ้างนะคะ.....ที่เด็กรักป่า ก็เรื่อยๆคะ

ช่วงนี้ เตรียมค่ายกับ คุณหมอพรรณวดี รพ.สุรินทร์

จะจัดค่ายเรียนรู้ศิลปะให้กับ เด็ก ออทิสติก น่ะคะ

   เมื่อวาน หน่อยก็ไปช่วย เขาตอก ทำเฟรมผ้า  50 อัน

จืด เขาจะสอนเด็ก ละเลงลงผ้าแต่ละเฟรม ด้วย สีโปเตอร์ น่ะคะ   

มาเป็นกำลังใจให้ครับ การปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้เด็ก ๆเป็นสิ่งสำคัญและน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของประเทศเราครับ

ชอบเด็กรักป่ามากขึ้นทุกวัน

ลูกผมสอนอย่างไรดีให้รักป่า

วันนี้ผมขุดแปลงปลูกผัก ได้เหงื่อดีครับ คิดว่าจะเอาไปไว้สอนลูก

ตอนเด็กๆ ผมมักจะชวนพ่อกลับจากสวน เพราะร้อน

แต่ตอนนี้ต้องพยายามหัดทำ เพื่อเอาไปสอนลูกครับ

เวลาทำอะไรเพื่อลูก แล้วคิดรักพ่อแม่ขึ้นทุกที

ฝากแคนโต้ไว้นะครับ

เมื่อถูกถามว่าคุณรักใครมากที่สุด
ลูกของเราเป็นคำตอบสุดท้าย
เมื่อมีเขา เราจะรักพ่อแม่มากขึ้น

ไม่รู้เกี่ยวกับ Blog คุณครูไหม

แต่อยากบอกว่าวีรบุรุษของผม คือ พ่อแม่

คะ คุณ Ai Kae ....ที่เด็กรักป่า ทำงานในสิ่งที่เราถนัด

น่ะคะ...และก็อยากมีเพื่อนบ้านเยอะๆ เวลาเราจัดกิจกรรม เราก็หวังว่า เราจะเป็นเวทีให้กับคนในชุมชนได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ระหว่างกัน เราทำงานกับผู้ปกครองด้วยคะ โดยเฉพาะกลุ่มแกนนำ เราจะพาเขาไปศึกษาดูงานตามที่ต่างๆ

ดิฉันก็เติบโตมาจาก การไปดู ไปเห็น  ...มีผู้ให้โอกาสเรา  เราก็ทำหน้าที่ หาโอกาสให้กับคนใกล้ชิด เพื่อนบ้านของเราคะ 

หลังๆมา เขาไปกับเราบ่อยขึ้น เวลาเราคุยเรื่องอะไร

คุยกันสนุกมาก พาทำงานอะไร หรือเขาคิดโครงการอะไรได้  ก็เข้าใจง่าย ...แค่ไปเที่ยวด้วยกัน  นี่เองคะ และเราก็ดูแลเขาเหมือนญาติ 

หวัดดีคะ  ผู้ประสงค์ไม่ออกนาม

        ดีคะ ชอบคุย  คุยอะไรก็ได้ แลกเปลี่ยน

แ ละให้กำลังใจกันคะ  ....

       ที่เด็กรักป่า   เราออกค่ายบ่อย เวลาอยู่กับเด็กๆกลุ่มใหญ่ เรามักจะสังเกตว่า 

" เด็กดื้อ"

กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่มีพลังในการเรียนรู้อย่างมาก เราต้องตอบสนองกับ ความต้องการของเขาด้วย

กลุ่มนี้เ ป็นพวก เรียนรู้เร็ว

ตอบสนองเร็ว...เด็กไทย  มีเด็กที่ กล้า และท้าทาย

  อย่าง  " เซบาสเตียน " มากคะ

    คือ ยังไงล่ะ เด็กกลุ่มนี้ น่าสนใจคะ เขาฉลาดที่รู้

ความต้องการของตนเอง......และต้องการบอกในสิ่ง

ที่เขาต้องการ....ต้องถือว่า เก่ง หรือเป็น วีรบุรุษ คือ ยอดเด็ก  เลยคะ

    ถ้าเราเป็นผู้ใหญ่ และ สามารถ ตอบสนอง / อธิบาย

ป รับความเข้าใจ กับ กับสิ่งที่ เขาต้องการได้ เราก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เขาเติบโต อย่างสมบูรณ์ในทุกวัย........

     ที่เด็กรักป่า ชอบ เด็กดื้อ เด็กเกเร ค่ะ กลุ่มนี้  จับมาเล่นละคร นี่ ตีบทแตกเลยคะ...มันมาก ไม่กลัว

ไม่เกรง  ต้องการประกาศศักดา สุดๆ แต่ขอให้เข้าใจไปตามบทละครที่ตกลงกันไว้.....

จับมือเซ็นต์สัญญา หรือไม่ก็กอดกันไว้เป็นสัญญาใจ
 

น้องแคนโต้ หรือคะ  ก็ต้อง วิจารณ์หนังเป็น ไฟ และเก่ง วิชา ภาษาปะกิด ไงคะ....... 

  • ลูกตูมกา..(หมากตูมกา)  ที่ผมรู้จักเห็นเกลื่อนป่าโคก และบางต้นอยู่ตามหัวไร่ปลายนา  หรือแม้แต่ในลานกว้างของวัด
  • ถ้าเป็นต้นเดียวกันนี้...ลูกกลม  ๆ  พอสุกแล้วจะสีเหลือง 
  • ถ้าเป็นต้นเดียวกันกับที่กล่าวไว้ในบันทึกนี้  ผมชอบเอามาทำเป็นล้อรถวิ่งเล่นในสมัยเด็ก ๆ
  • ขอบคุณทุกคนที่เป็นพลังแห่งการขับเคลื่อนเด็กรักป่า...ขอบคุณบันทึกดี ๆ  ขอบคุณครับ.

สวัสดีค่ะ คุณ ดอกแก้ว,

 

แวะมาทักทายเช่นเคย  ดีจังค่ะที่มีเรื่องดี ๆ ให้ได้อ่านทุกวัน  คุณดอกแก้วนี่มีบุญหลายต่อมาก  ได้ทำสิ่งดี ๆ  และได้มาบอกต่อให้คนได้อนุโมทนาด้วย  

 

ชอบที่บอกว่า คงจะไม่มีใครอยากทุ่มงบประมาณต่อเนื่องเพื่อสร้างจิตสำนึกน่ะค่ะ

 

มันเป็นความจริงที่มีให้เห็นง่ายทั่วไปน่ะนะคะ

 

อะไรที่มันไม่เห็นผลทันที  คนก็มักลังเลอย่างนี้น่ะค่ะ

 

เหมือนเวลาสมัยนี้คนชอบบอกว่า ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไปน่ะค่ะ

 

เรื่องของกรรม  เป็นสิ่งที่ลึกซึ้งยิ่งนัก

 

แค่กรรมของบุคคล  เจ้าตัวแต่ละคนก็ยังยากแล้วที่จะทำให้เชื่อ

 

เพราะฉะนั้น  กรรมร่วมกัน กรรมผูกพันของคนทั้งสังคมก็ยิ่งไม่ต้องไปพูดถึง

 

เราก็ต้องได้แต่อยู่กับปัจจุบันของเราไปให้ดีที่สุดน่ะนะคะ  ทำหน้าที่ไปให้ดีที่สุด

 

อ่าน ๆ ไปแล้วเจอคำตอบของคุณดอกแก้วที่ว่า เด็กดื้อนี้ดีที่เขารู้ความต้องการเขาดีที่สุด

 

เป็นข้อสังเกตุที่เยี่ยมมากเลยค่ะ

 

คุณดอกแก้วเป็นครูที่ดีจริง ๆ

 

ต้องฝากเนื้อฝากตัวขอเป็นศิษย์ด้วยคนแล้ว

 

ง่า....ช่้วยอบรมให้ได้ดีด้วยคนนะคะ

 

เพราะว่า...ดื้อน่ะค่ะ  แหะ ๆ

 

สวัสดีค่ะ,

 

ณัชร 

คะ คุณแผ่นดิน...ต้นตูมกา  เราถามชาวบ้านแถวนี้ ฟังมาให้เป็นเหตุของ ละคร เราคะ

   ว่า  ...ต้นตูมกา นี้ หมอยา ที่นี่ จะใช้เป็นส่วนผสม

ที่ใช้ในการแก้ผิด แมลง สัตว์ กัด ต่อย  โดยเฉพาะ

ง ูมีพิษกัด น่ะคะ....ต้นก็เป็นยืนต้นใหญ่  ลูกสุกก็สีเหลืองแหละคะ...น่าจะใช่ที่คุณแผ่นดินเห็น

นะคะ 

คุณณัชรคะ....

    แฮะๆ.....คำนับคอมพิวเตอร์  ไป หนึ่งคำนับค่ะ.......

 ดิฉัน มีเพื่อนๆ พี่ ๆน้องๆ ที่เป็น เด็กดื้อ เยอะเลยคะ 

อยู่กับ กลุ่มนี้ สนุกดีคะ  ได้ฟังอะไร ได้รู้อะไรที่ลุ่มลึก

มหัศจรรย์  และน่าทึ่งมาก

คุณดอกแก้วขา ขอบคุณมากนะคะทีให้เข้ามาใน gotoknow.org มันสนุกมากเลยคะ เพราะเราชอบที่จะเรียนรู้คนอื่นบ้างคะ โลกนี้มันกว้างใหญ่นัก จะทำอะไรคิดเองเออเองคงไม่ได้ ตอนนี้อยากรู้อะไรก็ได้รู้ในนี้คะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันสนุกดี  

ตอนนี้อยู่กับเด็กดื้อ 3 คน ดื้อกัน 3 แบบ คงต้องตั้งหน้าจัดการกันต่อไป แนะนำด้วยนะคะ

หวัดดีคะน้อง

      อ่านอย่างเดียวไม่พอนา...เขียนด้วยนา.....ดีใจจัง