ก็คงไม่มีใครอยากมาทุ่มงบประมาณอย่างต่อเนื่องเพื่อจะสร้างจิตสำนึก..มันเป็นงานที่เห็นผลช้า

      เมื่อคืน พยามเปิดบล็อกแต่เปิดไม่ได้ เลยไปทำงานอย่างอื่น มาเข้าเวป เด็กรักป่า ก็เจอเพื่อนจาก เยอรมันคะ

 

      ชื่อ ไรเนอร์  เป็นอาสาสมัครของ หน่วยอาสาสมัครเยอรมัน เคยร่วมงานกันแต่ปี 2538

ไรเนอร์ ทำงานเป็นอาสาสมัครอยู่ที่สุรินทร์กับครอบครัว มีลูกเล็กๆ 3 คน ตอนนี้คงโตกันหมดแล้ว

 

      นึกถึงตอนที่เราไปเยี่ยมบ้านพักครอบครัวเขาในเมือง ลูกคนกลาง ซนมาก ชื่อ  เซบาสเตียน   พ่อจะห้ามไม่ให้เขา เด็ดลูกฝรั่งจากต้นที่กำลังจะโตอยู่หน้าบ้าน ซึ่งเขาคงจ้องมานานแล้วคะ แต่ไม่ทราบเหตุผลว่า ที่พ่อไม่ให้เด็ดด้วยเหตุผลอะไร หรือ เจ้าของบ้านเช่าสั่งเอาไว้ หรืออย่างไร

 

      เซบาสเตียน ตอนั้นน่าจะอายุ 5 ขวบได้ เขารู้ว่าถ้ามีแขก เพื่อนพ่อมาที่บ้าน พ่อจะไม่กล้า ดุ หรือยังไงนี่แหละคะ เซบาสเตียน ฮึกเหิมคะ 

 

      เราเห็นอาการ แล้วขำมาก เธอไปนั่งใต้ต้นฝรั่ง ต่อหน้าต่อตาทุกคน และเอื้อมมือไปหมายจะเด็ดลูกฝรั่ง

พ่อ ได้แต่ทำหน้าขุ่นเคืองใส่ เซบาสเตียน   และพูดเป็นภาษาเยอรมันดุๆเล็กน้อยแต่ชัยชนะก็เป็นของ เซบาสเตียน คะ....  เราก็เลยชอบเล่นกับเซบาสเตียนมาก

เพราะนับถือว่า เป็นผู้กล้าหาญ แท้จริง.....ของโลก

 

Dear Noi, Djud and Dek Rak Pa,

it is a great readung from you aud your school even though everything is written in Thai - but it still works.

Greetings from

Rainer, Christa, Matthias, Sebastian and Katharina

 

   เด็กรักป่า ร่วมงานกับ ไรเนอร์อยู่หลายงาน ล่าสุดก่อนที่ ไรเนอร์จะกลับเยอรมันพร้อมกับครอบครัว เป็นช่วงที่ ชาวบ้าน บ้านปราสาท ต.ตาอ็อง เมือง สุรินทร์ เดือดร้อนเรื่อง เทศบาลมาซื้อที่นาชาวบ้านขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ใกล้ลำน้ำ

ในหมู่บ้าน เพื่อที่จะจัดสร้างเป็นที่ทิ้งขยะ ที่ใหม่ของเทศบาล ย้ายจากที่เดิม ทางไป ลำชี ออกไปทางบุรีรัมย์ ซึ่งตรงนั้น ทิ้งมาหลายปีจนเต็มเป็นภูเขาหลายๆลูก ชาวบ้านแถวนั้นก็เดือดร้อน ร้องเรียนจนเบื่อร้องเรียน และทนอยู่ไปตามสภาพ

 

   ผู้นำที่บ้านปราสาท มองเห็นว่า ถ้าบ้านเขาเป็น

อย้างที่เดิม ลูกหลานเขาคงลำบาก ทนกลิ่น และสภาพแวดล้อมไม่ได้แน่ มาปรึกษา เด็กรักป่าว่าจะทำอย่างไร  เรามีกลุ่มนักศึกษาในสุรินทร์ที่ทำกิจกรรมร่วมกัน ก็มาช่วยลงเก็บข้อมูล ศึกษาผลกระทบข้อดี ข้อเสีย

ของการ สร้างที่ทิ้งขยะในเขตชุมชน

อีกแรงหนึ่ง เด็กรักป่าก็ทำละครเร่ เล่นไปตามหมู่บ้านที่จะได้รับผลกระทบจาก กรณีนี้

 

   เราแต่งละครร่วมกับเด็กๆคะ เรื่อง ปีศาจขยะ

เด็กรักป่า เล่นกันสนุกมาก ฮามาก แต่จบลงก็ไม่มีใครอยากได้ ขยะไว้ในหมู่บ้านของตน ตระเวนเล่นแบบนี้อยู่ สองเดือน

ชาวบ้านก็รู้จัก ชื่อเสียง คณะละครเด็กรักป่า อย่างดี ไปไหนก็ มีข้าวกินฟรีคะ

 

   ส่วนไรเนอร์ ก็ช่วยหางบประมาณมาจัดค่ายให้กับเยาวชนของ

เขตที่จะมีการทิ้งขยะ ให้ร่วมกันเรียนรู้ปัญหาและหาแนวทางแก้ไข และรณรงค์อย่างไรในปัญหานี้

 

   เรื่องนี้ ก็บานปลายใหญ่โตคะ ชาวบ้านเกือบทั้งตำบล

ไม่ต้องการ ที่ทิ้งขยะ แม้จะเป็นการสร้างงานใหม่ให้ ชาวบ้านก็ตาม มีการประท้วง โต้งแย้ง ยื่นหนังสือ จนกระทั่งมีการปิดถนนประท้วง ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องที่ ชาวบ้านต่อสู้กันเอง เพราะเป็นบ้านของเขา เขาต้องตัดสินเองว่า ต้องการสภาพแวดล้อมแบบไหน.....

 

  จริงๆปัญหานี้  เราอยากมีโอกาสคุยกับ คนในเทศบาล

อย่างร่วมกันแก้ปัญหาที่แท้จริง และระยะยาวมากกว่า

เช่น การเริ่มสร้างจิตสำนึก ในการแยกขยะของเด็กๆ และทุกครอบครัวในเขตเมือง หรือรอบเมือง ด้วยการจัดค่ายให้ความรู้ สร้างจิตสำนึก ซึ่ง เด็กรักป่า ยินดีอย่างมากที่จะร่วมแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ 

      แต่เทศบาล ก็ทำงานอย่างหนักที่อยู่ตรงหน้า ของทุกวัน กับ ขยะกองโต ที่ต้องแก้ปัญหาแต่ละวัน  คงไม่มีเวลามาคิดแก้ปัญหาระยะยาว  และเราก็เข้าไม่ถึงความคิดของผู้บริหารด้วย และก็คงไม่มีใครอยากมาทุ่มงบประมาณอย่าง

ต่อเนื่องเพื่อจะสร้างจิตสำนึก ...มันเป็นงานที่ เห็นผลช้า.......

 

     อย่างไรก็ตาม ณ วันนี้  กับเพื่อนชาวเยอรมัน

ครอบครัวนี้ ก็ถือว่าเราได้ร่วมงานที่เราได้ตระหนักต่อ

หน้าที่ของเราแล้ว

 

     ปรกติ ไรเนอร์ ไม่ค่อยเป็นคนยิ้มง่ายนัก แต่เวลาที่เราคุยด้วยและบอกเล่าปัญหาของชุมชน

เพื่อนบ้านที่เกิดขึ้น ไรเนอร์ ไม่เคยนิ่งนอนใจ เขาจะเก็บไปคิดและช่วยเท่าที่เขาช่วยได้  

 

     ก่อนที่เขาจะกลับเยอรมัน เขาบอกว่า

 

  เขาคงคิดถึง เด็กรักป่า อย่างมาก และจะติดตามงานของเด็กรักป่า เท่าที่จะทำได้

 

 นี่สิบกว่าปีแล้ว ...เราก็ยังไม่ลืมวีรบุรุษของเรา 

 

   เซบาสเตียน