• เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ

ฟันฝ่าสร้างเครือข่ายบล็อกเกอร์และคุณลิขิตเมืองนครศรีฯ

  ผมจึงถามผู้เข้ารับการอบรมว่าในสามเรื่องนี้ต้องการอย่างไหนมากที่สุด ส่วนใหญ่ใจร้อนอย่างได้เทคนิคลีลากับการเปิดบล็อกกัน แต่เราไม่ยอมตามนั้นด้วยเหตุผลที่ว่าจะรู้เทคนิคลีลาและเปิดบล็อกไปโดยที่ไม่มีเนื้อ ไม่มีงานที่จะทำได้อย่างไร ต้องชัดเจนตรงเนื้อหาและเป้าหมายก่อน  

เช้าวันนี้รับน้องติ่ง(สมวิศว์ จู้พันธ์) ที่ บขส.นครศรีฯ น้องติ่ง ยอดคุณกิจ รางวัลจตุรพลังจาก สคส. นี่แหละครับ ทีมวิทยากรของผมที่จะไปนำการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวงเรียนรู้คุณลิขิต ของ กศน.ซึ่งจัดที่ห้องประชุมศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดนครศรีธรรมราช  เหตุที่ไปรับที่ บขส. เพราะว่าน้องติ่งนอกจากจะทำกิจกรรมกลุ่มวิสาหกิจเกษตรชุมชนบ้านมะขามเรียง หมู่ที่ 1 ตำบลบางจาก อ.เมืองนครศรีฯ จนประสบผลสำเร็จระดับหนึ่งแล้ว น้องติ่งยังต้องดูแลกิจการรถเมล์ประจำทางสายนครศรีฯ- ปากพนัง หลายคัน บางวันก็ต้องขับแทนลูกจ้างหากลูกจ้างมาขับไม่ได้ วันนี้ที่จริงน้องติ่งต้องขับเองแทนลูกจ้าง แต่ต้องหาคนแทนเพราะวันนี้น้องติ่งจะต้องไปทำหน้าที่ผู้เล่าประสบการณ์ในวงเรียนรู้คุณลิขิตดังกล่าวแล้ว เมื่อหาคนขับแทนได้แล้ว จึงนัดเจอกันที่ บขส.และนัดให้ผมไปรอรับที่นั่น ผมอธิบายถึงน้องติ่งเสียยาวเพื่อจะบอกว่าวิทยากร KM เป็นใครก็ได้ถ้าใช้ KM ในการทำงาน น้องติ่งเขาประสบผลสำเร็จในเรื่องจัดการความรู้ปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง แล้วเขาชอบแนวทางการทำงานแบบนี้มาก....จึงต้องหยุดงานเสียรายได้ หาคนขับรถแทน อ่านงานของน้องติ่งได้ที่บล็อก การทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกองระบบกองเติมอากาศ click 

เสร็จจากรับน้องติ่งกำลังจะเลี้ยวรถไปรับอาจารย์ภีมที่ รพ.มหาราช ซึ่งเป็นวิทยากรหลักอีกท่านหนึ่ง ซึ่งกำลังเฝ้าภรรยายที่ป่วยอยู่ที่ ร.พ. วันนี้หมอบอกอนุญาตให้ภรรยาคนไข้ผ่าตัดกลับบ้านได้ ก็พอดีได้รับโทรศัพท์จากอาจารย์ภีมว่าไม่ต้องไปรับแล้วเพราะหมอเขายังไม่แน่ว่าจะให้ออกได้ช่วงไหน ไม่แน่ว่าช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย ถ้าตัดสินใจไปทำหน้าที่วิทยากร ก็เป็นห่วงกังวลกับภาระที่จะต้องจัดการกับคนป่วยออกจากโรงพยาบาล  ผมฟังเสียงปฏิเสธอาจารย์ภีมแล้วผมเข้าใจในความรู้สึกของท่านจริงๆว่าใจของท่านอยากจะมาช่วยงานอย่างมากๆเลย แต่ก็ด้วยเหตุจำเป็นมาไม่ได้ ผมประทับใจจริงครับ ส่วนคุณชาญวิทย์ สมศักดิ์ วิทยากรหลักอีกท่านหนึ่งก็โทรเข้ามาถามว่าจะพูดกันตอนไหนอย่างไรบ้าง กำลังจะออกเดินทางอยู่เหมือนกัน แต่ต้องจัดแจงงานที่ทำงานเรื่อง ICT มีปัญหา และหนังสืออนุญาตที่จะให้ไปเป็นวิทยากรได้...ส่วนครูราญเมืองคอน คนนอกระบบ ก็โทรเข้ามาบอกว่าจะขับมอร์เตอร์ไซไปเองไม่ต้องไปรับ พูดถึงตรงนี้เสียยาวเพราะผมนึกว่าทำทีมวิทยากรเป็นเรื่องเล็ก ที่ไหนได้ไม่ใช่เล็กๆเลย เป็นประสบการณ์คุณประสานของผมครับ

เก้าโมงครึ่งเห็นจะได้ เราจึงได้พบกันที่ห้องประชุม เราก็หนุงหนิงคุยกันว่าจะเดินเรื่องนำการแลกเปลี่ยนกันอย่างไรในเวลา 4 ชั่วโมงที่เขากำหนดให้ เรียกว่าทำ BAR เล็กๆกัน ในที่สุดเราก็ยุติว่า 2 ชั่วโมงแรกเราจะนำคุยกันเรื่องงานที่เป็นงานหน้างานของแต่ละคนเสียก่อน เรื่องปลาทูเล็กน้อยโดยเฉพาะในส่วนของหัวปลาและตัวปลา เพราะเป็นต้นทางของสิ่งที่เราจะมาคุยกันเรื่องการลิขิตในวันนี้ ชั่วโมงที่สามจะแลกเทคนิคลีลาการเขียนบันทึกบล็อกของทั้งฝ่ายวิทยากรนำการเสวนาและผู้เข้าอบรม ส่วนชั่วโมงสุดท้ายจึงจะแนะนำเรื่องการทำบล็อก

แม้ทีมวิทยากรเราจะได้คิดเอาไว้เช่นนี้ก็ตาม แต่เพื่อตรวจสอบความต้องการของผู้เข้ารับการอบรมว่าต้องการจะเรียนรู้อะไรก่อนหลัง ฉะนั้นเมื่อเริ่มต้นพูดคุย ผมจึงถามผู้เข้ารับการอบรมว่าในสามเรื่องนี้ต้องการอย่างไหนมากที่สุด ส่วนใหญ่ใจร้อนอย่างได้เทคนิคลีลากับการเปิดบล็อกกัน แต่เราไม่ยอมตามนั้นด้วยเหตุผลที่ว่าจะรู้เทคนิคลีลาและเปิดบล็อกไปโดยที่ไม่มีเนื้อ ไม่มีงานที่จะทำได้อย่างไร ต้องชัดเจนตรงเนื้อหาและเป้าหมายก่อน ยกตัวอย่างที่หลายคนเปิดบล็อกไว้แล้วไม่เข้าไปเขียน ปล่อยร้างไว้ เพราะไม่รู้จะเขียนอะไร ไม่มีอะไรจะเขียน เพราะกิจกรรม วิธีการใหม่ นวัตกรรมใหม่ยังไม่ได้สร้างขึ้น ยังไม่ได้ทำงานแนว KM กันอย่างจริงจัง เมื่องานไม่มี ปัญหาไม่ได้แก้ แล้วจะเอาปัญญาปฏิบัติหรือองค์ความรู้ไหนไปบันทึก เราจึงไม่ใจอ่อนยอมตามครับ

พูดคุยกันร่วม 4 ชั่วโมง มีสิ่งดีๆ สัญญาณดีๆที่เราจะได้เครือข่ายบล็อกเกอร์ เพื่อนเกลอ คนคอเดียวกัน กระจัดกระจายไปทั้งจังหวัดในทุกหน่วยงาน ทุกระดับ ตั้งแต่จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน  มีความเป็นไปได้ครับ ผมจะเล่าในบันทึกถัดไปนะครับ ว่าเราวัดจากคำพูดและพฤติกรรมใดของผู้เข้ารับการอบรมว่าเป็นสัญญาณที่ดี

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

  หมายเลขบันทึก: 73533
  เขียน:  
  แก้ไข:  
  ความเห็น: 14
  อ่าน:
  สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (14)

  • น้องมาให้กำลังใจพี่บ่าวครับผม
  • ทางใต้เข้มแข็งจริงๆ ขอบอก
  • ขอบคุณมากครับ

มาร่วมเรียนรู้ด้วยค่ะ....อุดมการณ์มุ่งมั่นจริงเลยนะคะเราไม่ยอมตามนั้นด้วยเหตุผลที่ว่าจะรู้เทคนิคลีลาและเปิดบล็อกไปโดยที่ไม่มีเนื้อ ไม่มีงานที่จะทำได้อย่างไร ต้องชัดเจนตรงเนื้อหาและเป้าหมายก่อน ยกตัวอย่างที่หลายคนเปิดบล็อกไว้แล้วไม่เข้าไปเขียน ปล่อยร้างไว้ เพราะไม่รู้จะเขียนอะไร

วันนี้ที่ ม.อ. เน้น..."รู้"....."ไปทำ"...."ฉันทำได้"....(ถ้าใจฉันอยากจะทำ)

แวะมาเชิญครูนง และพี่บ่าว ๆ เมืองคอน ทั้งหลาย ไปเจอกันที่นี่ ค่ะ

อ.ดร.น้องขจิต

            ให้กำลังใจกันมากๆอย่างนี้ระวังพี่จะไม่มีที่เก็บนะ

อ.คุณเมตตา ครับ

          ข้อความคุณเมตตาที่ว่านี้ วันนี้ที่ ม.อ. เน้น..."รู้"....."ไปทำ"...."ฉันทำได้"....(ถ้าใจฉันอยากจะทำ)
          อยากได้คำอธิบายเพิ่มเติมครับ get หรือปิ้งค์แล้วจึงจะค่อยนำไปปรับใช้ ยังออกอาการงงๆอยู่ครับ

         ขอบคุณนะครับ

อ.คุณรัตติยา ครับ

           ตามไปอ่านแล้วครับ ถ้าที่เต็มก็โหน หรือนั่งบนหลังคาไปก็ได้ครับ อย่าลืมแวะรับ อ.ภีม จาก มวล. คุณชาญวิทย์ สมศักดิ์ .......และคุณชายขอบ น้องบ่าวที่นับถือของผม ที่ สสจ.พัทลุงด้วยนะครับ อ้อ! แล้วน้องสิงห์ป่าสักของผม คุณหมอนนทลีคุณศรีวิภาจากกรมอนามัยอีกละ โอ......ไม่รู้ใครต่อใคร มอ.จะรับไหวหรือครับ ถ้ารถทัวร์ที่มันเต็มแล้ว ผมก็เสียสละให้บล็อกเกอร์ที่อยู่ไกลๆครับ...ผมขับรถไปเองได้ครับ

           ขอบคุณครับคุณรัตติยา

เห็นด้วยค่ะ ว่า ควรเริ่มที่ "เอาปัญญาปฏิบัติ หรือองค์ความรู้ ... ไปบันทึก" ... ดิฉันว่า การเริ่มบันทึก blog สำหรับที่ยังไม่กล้าบันทึก (ชอบอ้างว่า ทำไม่เป็น ... แต่ถ้าเป็นเรื่องคุยละก็ เธอละเมามันส์ ... อันนี้แซวกลับมาที่เพื่อนฝูงชาวกรมอนามัยค่ะ)

เพราะฉะนั้น ... ฟันธง ... ถ้าเราเริ่มที่การบันทึกความรู้เสียก่อน ก็น่าจะสร้างความมั่นใจไปกว่าครึ่งแล้วละค่ะ

คุณหมอนนทลี ครับ

           อ้างว่าทำไม่เป็นคงมีทั่วไปในทุกกรมกองมั่งครับ ก็นับหนึ่งซิครับจะได้ทำเป็น ทำเลย ปัญหาคือว่าเริ่มต้นนับหนึ่งให้ตนเองไม่ได้ แล้วจะนับสองนับสามได้อย่างไร และเห็นด้วยกับคุณหมอในเรื่องที่ฝึกบันทึกอะไรไปก่อนสร้างนิสัย ผมว่านี่เป็นพื้นฐานเลยนะครับ จดๆ เขียนๆ ไปก่อน เป็นหลักฐานร่องรอย เอาไว้เป็นข้อมูลสำหรับจัดระบบความคิด เพื่อตนใช้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนกับคนอื่นต่อไป

         เมื่อยามมาเขียนบันทึกในบล็อกจะได้มีเรื่องเขียน เรื่อง IT ที่ว่าไม่ใช่เรื่องน่ากลัวที่จะมาใช้อ้างให้น่าเชื่อว่าไม่เขียนบันทึกบล็อกหรอกเพราะทำไม่เป็น

         ไม่ทราบคุณหมอจะว่าอย่างไง ผมเข้าใจที่คุณหมอฟันธง  หรือเปล่า เพราะถ้าเข้าใจที่คุณหมอเขียนผิดไปคงแย่แน่ เพราะคุณหมอคือหมอฟันตัวจริง.....5555 แซวครับแซว

ตกลงวันนั้น ผมจัดสัมภาระ(5-6วัน)ขนขึ้นลงจากชั้น3ราว5เที่ยว ได้ออกจากร.พ.ประมาณบ่าย3 ขับรถไปส่งพี่สาวที่ตลาดเสาธง กลับถึงที่พักที่ม.วลัยลักษณ์ประมาณ5โมงเย็นครับ

ต้องขอโทษอาจารย์อีกครั้งครับ

  • ตามอาจารย์ขจิตมาให้กำลังใจอีกคนครับ
  • ขอบพระคุณมากครับที่นำมา ลปรร.

อ.ภีม ครับ

        ไม่เป็นไรครับอาจารย์ ขอบคุณในน้ำใจอันยิ่งใหญ่ของอาจารย์ครับที่แม้ตัวไม่มาแต่เห็นแล้วว่าใจมา ....ตามลุ้นโดยตลอด

น้องสิงห์ป่าสักครับ

           ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม แสดงว่าเราได้เป็นเน็ตเวิร์คกันอย่างเหนียวแน่นนะครับ....มิตรภาพจงเจริญ

ขอขอบคุณอาจารย์มากคะ    ที่ได้เปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวงคุณลิขิต...   และจะเขียนในสิ่งที่รู้และเรียนรู้ในเรื่องที่จะต้องเขียน    (ครูนอกโรงเรียนดอนตะโก)

              คุณครู SUPHAT RATTANABUREE

              รีบลอกอินและเขียนนะครับ ไม่ทราบสมัครแล้วยัง ผมค้นทั้งชื่อที่เป็นภาษาอังกฤษและชื่ครูนอกโรงเรียนดอนตะโกก็ไม่พบครับ ถ้ายังไม่สมัครเป็นสมาชิกต้องสมัครสมาชิกก่อนนะครับ ลองใหม่นะครับ บอกเพื่อนครูนอกโรงเรียนด้วยให้ทำการบ้านกัน ขอบคุณครับที่สนใจงาน เสียสละ และชอบคำกล่าวที่ว่าจะเขียนในสิ่งที่รู้และเรียนรู้ในเรื่องที่จะต้องเขียน