เช้าวันนี้รับน้องติ่ง(สมวิศว์ จู้พันธ์) ที่ บขส.นครศรีฯ น้องติ่ง ยอดคุณกิจ รางวัลจตุรพลังจาก สคส. นี่แหละครับ ทีมวิทยากรของผมที่จะไปนำการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวงเรียนรู้คุณลิขิต ของ กศน.ซึ่งจัดที่ห้องประชุมศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดนครศรีธรรมราช  เหตุที่ไปรับที่ บขส. เพราะว่าน้องติ่งนอกจากจะทำกิจกรรมกลุ่มวิสาหกิจเกษตรชุมชนบ้านมะขามเรียง หมู่ที่ 1 ตำบลบางจาก อ.เมืองนครศรีฯ จนประสบผลสำเร็จระดับหนึ่งแล้ว น้องติ่งยังต้องดูแลกิจการรถเมล์ประจำทางสายนครศรีฯ- ปากพนัง หลายคัน บางวันก็ต้องขับแทนลูกจ้างหากลูกจ้างมาขับไม่ได้ วันนี้ที่จริงน้องติ่งต้องขับเองแทนลูกจ้าง แต่ต้องหาคนแทนเพราะวันนี้น้องติ่งจะต้องไปทำหน้าที่ผู้เล่าประสบการณ์ในวงเรียนรู้คุณลิขิตดังกล่าวแล้ว เมื่อหาคนขับแทนได้แล้ว จึงนัดเจอกันที่ บขส.และนัดให้ผมไปรอรับที่นั่น ผมอธิบายถึงน้องติ่งเสียยาวเพื่อจะบอกว่าวิทยากร KM เป็นใครก็ได้ถ้าใช้ KM ในการทำงาน น้องติ่งเขาประสบผลสำเร็จในเรื่องจัดการความรู้ปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง แล้วเขาชอบแนวทางการทำงานแบบนี้มาก....จึงต้องหยุดงานเสียรายได้ หาคนขับรถแทน อ่านงานของน้องติ่งได้ที่บล็อก การทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกองระบบกองเติมอากาศ click 

เสร็จจากรับน้องติ่งกำลังจะเลี้ยวรถไปรับอาจารย์ภีมที่ รพ.มหาราช ซึ่งเป็นวิทยากรหลักอีกท่านหนึ่ง ซึ่งกำลังเฝ้าภรรยายที่ป่วยอยู่ที่ ร.พ. วันนี้หมอบอกอนุญาตให้ภรรยาคนไข้ผ่าตัดกลับบ้านได้ ก็พอดีได้รับโทรศัพท์จากอาจารย์ภีมว่าไม่ต้องไปรับแล้วเพราะหมอเขายังไม่แน่ว่าจะให้ออกได้ช่วงไหน ไม่แน่ว่าช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย ถ้าตัดสินใจไปทำหน้าที่วิทยากร ก็เป็นห่วงกังวลกับภาระที่จะต้องจัดการกับคนป่วยออกจากโรงพยาบาล  ผมฟังเสียงปฏิเสธอาจารย์ภีมแล้วผมเข้าใจในความรู้สึกของท่านจริงๆว่าใจของท่านอยากจะมาช่วยงานอย่างมากๆเลย แต่ก็ด้วยเหตุจำเป็นมาไม่ได้ ผมประทับใจจริงครับ ส่วนคุณชาญวิทย์ สมศักดิ์ วิทยากรหลักอีกท่านหนึ่งก็โทรเข้ามาถามว่าจะพูดกันตอนไหนอย่างไรบ้าง กำลังจะออกเดินทางอยู่เหมือนกัน แต่ต้องจัดแจงงานที่ทำงานเรื่อง ICT มีปัญหา และหนังสืออนุญาตที่จะให้ไปเป็นวิทยากรได้...ส่วนครูราญเมืองคอน คนนอกระบบ ก็โทรเข้ามาบอกว่าจะขับมอร์เตอร์ไซไปเองไม่ต้องไปรับ พูดถึงตรงนี้เสียยาวเพราะผมนึกว่าทำทีมวิทยากรเป็นเรื่องเล็ก ที่ไหนได้ไม่ใช่เล็กๆเลย เป็นประสบการณ์คุณประสานของผมครับ

เก้าโมงครึ่งเห็นจะได้ เราจึงได้พบกันที่ห้องประชุม เราก็หนุงหนิงคุยกันว่าจะเดินเรื่องนำการแลกเปลี่ยนกันอย่างไรในเวลา 4 ชั่วโมงที่เขากำหนดให้ เรียกว่าทำ BAR เล็กๆกัน ในที่สุดเราก็ยุติว่า 2 ชั่วโมงแรกเราจะนำคุยกันเรื่องงานที่เป็นงานหน้างานของแต่ละคนเสียก่อน เรื่องปลาทูเล็กน้อยโดยเฉพาะในส่วนของหัวปลาและตัวปลา เพราะเป็นต้นทางของสิ่งที่เราจะมาคุยกันเรื่องการลิขิตในวันนี้ ชั่วโมงที่สามจะแลกเทคนิคลีลาการเขียนบันทึกบล็อกของทั้งฝ่ายวิทยากรนำการเสวนาและผู้เข้าอบรม ส่วนชั่วโมงสุดท้ายจึงจะแนะนำเรื่องการทำบล็อก

แม้ทีมวิทยากรเราจะได้คิดเอาไว้เช่นนี้ก็ตาม แต่เพื่อตรวจสอบความต้องการของผู้เข้ารับการอบรมว่าต้องการจะเรียนรู้อะไรก่อนหลัง ฉะนั้นเมื่อเริ่มต้นพูดคุย ผมจึงถามผู้เข้ารับการอบรมว่าในสามเรื่องนี้ต้องการอย่างไหนมากที่สุด ส่วนใหญ่ใจร้อนอย่างได้เทคนิคลีลากับการเปิดบล็อกกัน แต่เราไม่ยอมตามนั้นด้วยเหตุผลที่ว่าจะรู้เทคนิคลีลาและเปิดบล็อกไปโดยที่ไม่มีเนื้อ ไม่มีงานที่จะทำได้อย่างไร ต้องชัดเจนตรงเนื้อหาและเป้าหมายก่อน ยกตัวอย่างที่หลายคนเปิดบล็อกไว้แล้วไม่เข้าไปเขียน ปล่อยร้างไว้ เพราะไม่รู้จะเขียนอะไร ไม่มีอะไรจะเขียน เพราะกิจกรรม วิธีการใหม่ นวัตกรรมใหม่ยังไม่ได้สร้างขึ้น ยังไม่ได้ทำงานแนว KM กันอย่างจริงจัง เมื่องานไม่มี ปัญหาไม่ได้แก้ แล้วจะเอาปัญญาปฏิบัติหรือองค์ความรู้ไหนไปบันทึก เราจึงไม่ใจอ่อนยอมตามครับ

พูดคุยกันร่วม 4 ชั่วโมง มีสิ่งดีๆ สัญญาณดีๆที่เราจะได้เครือข่ายบล็อกเกอร์ เพื่อนเกลอ คนคอเดียวกัน กระจัดกระจายไปทั้งจังหวัดในทุกหน่วยงาน ทุกระดับ ตั้งแต่จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน  มีความเป็นไปได้ครับ ผมจะเล่าในบันทึกถัดไปนะครับ ว่าเราวัดจากคำพูดและพฤติกรรมใดของผู้เข้ารับการอบรมว่าเป็นสัญญาณที่ดี