วันนี้แม่จะเล่างานวิจัยของ Dr. Bérénice Bellina (ดร. เบเรนิซ เบลลินา) อีกชิ้นหนึ่งนะ ซึ่งแม่เคยอ่านงานนี้มาหลายปีแล้ว แต่ยังไม่สนใจมากเท่ากับตอนนี้ที่โครงการแลนด์บริดจ์กำลังเป็นที่กล่าวถึง เพราะว่างานชิ้นนี้เกี่ยวข้องกับการวางผังเมืองของเขาสามแก้วสำหรับแลนด์บริดจ์โบราณ
ลูกนึกภาพตามแม่นะ เขาสามแก้วในอดีตเมื่อ 2,000 ก่อน ไม่ใช่แค่ชุมชนท่าเรือธรรมดา ๆ แต่เป็นเมืองมหานครที่คิดวางแผนมาอย่างสุดยอด โดยเขาใช้ประโยชน์จากเนินเขาทั้ง 4 ลูก (ที่นักวิชาการเรียกว่า เขา 1 ถึง เขา 4) ซึ่งตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำท่าตะเภาบ้านเรานี่แหละ
แม่สรุปความเก่งกาจของบรรพบุรุษฝั่งพ่อให้ฟังเป็นข้อ ๆ ละเอียดขึ้นอีกนิดนะลูก
1. กำแพงดิน
ทีมงานของ Dr. Bellina ขุดพบกำแพงดินที่สร้างล้อมรอบและคั่นระหว่างเนินเขาต่าง ๆ เมืองเขาสามแก้วไม่ได้มีแค่กำแพงชั้นเดียว แต่มีกำแพงดินและคูน้ำล้อมรอบถึง 4 ชั้น! ไม่ได้สร้างไว้กันขโมยอย่างเดียวนะลูก แต่สร้างไว้เป็นระบบชะลอน้ำและกันไม่ให้ดินถล่มลงมาทับบ้านเรือนหรือโรงงานเวลามีพายุฝน
และคนโบราณรู้จักการแบ่งผังเมืองตามอาชีพและกลุ่มชาติพันธุ์ด้วยนะ กำแพงดินพวกนี้เป็นเหมือนรั้วหมู่บ้าน คอยแบ่งเขตชัดเจนว่าตรงไหนเป็นโรงงานทำอะไร และใครอยู่ที่ไหน ซึ่งสะท้อนว่าเมืองนี้มีคนอยู่ร่วมกันเยอะและหลากหลายมาก
2. การแบ่งโซนวัฒนธรรม
จากการที่ Bellina ขุดพบเศษถ้วยชามและข้าวของเครื่องใช้ พบว่าเมืองนี้มีการแบ่งโซนที่อยู่ตามเชื้อชาติด้วยนะลูก
โซนทางทิศใต้ (เขา 1 และ เขา 2) ตรงนี้คือใจกลางดั้งเดิมของเมือง เป็นที่อยู่ของคนท้องถิ่นดั้งเดิม รวมถึงบรรพบุรุษฝั่งคุณพ่อของลูกด้วย ข้าวของที่เจอจะเป็นพวกเครื่องปั้นดินเผาลายแบบชาวเลรอบ ๆ ทะเลจีนใต้
โซนทางทิศเหนือ (เขา 3 และ เขา 4) ตรงนี้เป็นที่ให้ชาวต่างชาติมาตั้งรกรากอยู่รวมกัน ทั้งคนจากอินเดีย คนจีนราชวงศ์ฮั่น และคนจากที่อื่น ๆ โดยเฉพาะบนเขา 3 เนี่ย ขุดเจอสมบัติฝั่งอินเดียเยอะมาก มีทั้งตราประทับที่เป็นภาษาสันสกฤตโบราณ (อักษรพราหมี) และถ้วยชามจากอินเดียเต็มไปหมดเลย
3. โรงงานตามกลุ่มอาชีพกับการจัดการน้ำ
เขาสามแก้วคือศูนย์กลางโรงงานขนาดใหญ่ในยุคนั้นเลยลูก ตามโซนต่าง ๆ จะมีโรงงานทำแก้ว ทำหินสี และหลอมโลหะแยกกันไปตามกลุ่มอาชีพ นอกจากนี้ ตรงหุบเขาระหว่างเนินเขา คนโบราณเขาซ่อมแซมถมคันดินเพื่อทำเป็น “อ่างเก็บน้ำ” หรือฝายกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในเมือง
แค่ฝั่งทิศตะวันออกฝั่งเดียว นักโบราณคดีขุดเจอคันดินกั้นนำ้ที่คนโบราณช่วยกันสร้างขึ้นมาถึง 19 แนว! ต้องใช้คนจำนวนมหาศาลแค่ไหนเพื่อขุดดิน ถมดิน สร้างคันดิน ขนาดนี้ได้ แสดงว่าในยุคนั้นบ้านเราต้องมีระบบการปกครอง มีผู้นำที่เก่ง มีบารมี และจัดการคนหมู่มากได้อย่างยอดเยี่ยมแน่นอน มหานครเลยนะนี่
พอแม่ได้มารู้รายละเอียดพวกนี้ แม่ถึงเข้าใจเลยว่า ดินแดนชุมพร-ระนองบ้านเรา โดยเฉพาะแถวนาชะอังที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของฝั่งพ่อเนี่ย มันไม่ใช่แค่ป่าเขาทางผ่านธรรมดาเลย แต่มันคือ “จุดเชื่อมต่อโลก” ที่คนโบราณเขาอุตสาหะสร้างขึ้นมาด้วยปัญญาและหยาดเหงื่อ
แม่แค่อยากเล่าให้ลูกฟัง เพื่อให้ลูกได้รู้ว่าในสายเลือดของลูกครึ่งหนึ่ง มีเชื้อสายของ “วิศวกรและนักสร้างเมืองรุ่นแรกของคาบสมุทร” อยู่ด้วยนะ เวลาลูกเรียนหนังสือหรือทำงานเหนื่อย ๆ ก็ขอให้รู้ว่าบรรพบุรุษเราเป็นคนเก่ง คนสู้งาน และมีวิสัยทัศน์มาตั้งสองพันปีแล้ว
อ้างอิง: Bellina, B. (2014). Maritime Silk Roads’ ornament industries: Socio-political practices and cultural transfers in the South China Sea. Cambridge Archaeological Journal, 24(3), 345–377. https://doi.org/10.1017/S0959774314000547