ข้าแต่ท้าวสักกะ เมื่อเป็นเช่นนั้น พระองค์ทรงนอบน้อมท่านผู้ควรบูชาคนใด ท่านผู้ควรบูชาคนนั้น คือใครเล่า

ปฐมสักกนมัสสนสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๘. ปฐมสักกนมัสสนสูตร

ว่าด้วยการนอบน้อมของท้าวสักกะ สูตรที่ ๑

             [๒๖๔] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี

             ณ ที่นั้น ฯลฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ท้าวสักกะจอมเทพตรัสกับมาตลีสังคาหกเทพบุตรว่า ‘สหายมาตลี ท่านจงจัดเตรียมรถซึ่งเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว เราจะไปยังพื้นที่อุทยานเพื่อชมภูมิภาคอันงดงาม’

             มาตลีสังคาหกเทพบุตรทูลรับพระดำรัสแล้ว จัดเตรียมรถซึ่งเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว เสร็จแล้วกราบทูลแก่ท้าวสักกะจอมเทพว่า ‘ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ รถซึ่งเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว สำหรับพระองค์จัดเตรียมไว้เสร็จแล้ว ขอพระองค์ทรงทราบกาลอันควรในบัดนี้เถิด’

             ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมเทพขณะเสด็จลงจากเวชยันต์ปราสาท ทรงประนมมือนอบน้อมทิศใหญ่ทั้ง ๔ ด้วยดี ครั้งนั้น มาตลีสังคาหกเทพบุตรได้กราบทูลท้าวสักกะจอมเทพด้วยคาถาว่า

                          พราหมณ์ทั้งหลายผู้จบไตรเพท

                          กษัตริย์ทั้งหลาย ณ ภูมิภาคทั้งหมด

                          ท้าวมหาราชทั้ง ๔ และทวยเทพผู้มียศชั้นไตรทศ

                          ย่อมนอบน้อมพระองค์

                          ข้าแต่ท้าวสักกะ เมื่อเป็นเช่นนั้น

                          พระองค์ทรงนอบน้อมท่านผู้ควรบูชาคนใด

                          ท่านผู้ควรบูชาคนนั้น คือใครเล่า

             ท้าวสักกะตรัสว่า

                          พราหมณ์ทั้งหลายผู้จบไตรเพท

                          กษัตริย์ทั้งหลาย ณ ภูมิภาคทั้งหมด

                          ท้าวมหาราชทั้ง ๔ และทวยเทพผู้มียศชั้นชาวไตรทศ

                          ย่อมนอบน้อมท่านผู้ใด ซึ่งเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศีล

                          มีจิตตั้งมั่นตลอดกาลนาน ผู้บวชแล้วโดยชอบ

                          มีพรหมจรรย์เป็นเบื้องหน้า

                          คฤหัสถ์เหล่าใดเป็นผู้ทำบุญ

                          มีศีล เป็นอุบาสก เลี้ยงดูภรรยาโดยธรรม

                          มาตลี เรานอบน้อมคฤหัสถ์และนักบวชเหล่านั้น

             มาตลีสังคาหกเทพบุตรกราบทูลว่า

                          ข้าแต่ท้าวสักกะ ได้ยินว่า

                          พระองค์ทรงนอบน้อมบุคคลเหล่าใด

                          บุคคลเหล่านั้นเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก

                          ข้าแต่ท้าววาสวะ พระองค์ทรงนอบน้อมบุคคลเหล่าใด

                          แม้ข้าพระองค์ก็ขอนอบน้อมบุคคลเหล่านั้นเหมือนกัน

             ท้าวมฆวาสุชัมบดีเทวราช ผู้เป็นประมุขครั้นตรัสดังนี้แล้ว ทรงนอบน้อมทิศทั้ง ๔ เสด็จขึ้นราชรถกลับไป”

ปฐมสักกนมัสสนสูตรที่ ๘ จบ

----------------------------------------------------