ถ้าจะเข้าใจความสำเร็จทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ในรอบไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา เราหลีกเลี่ยงคำว่า “แชโบล” (Chaebol: 재벌) ไม่ได้เลย แชโบลคือกลุ่มธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ของเกาหลีใต้ เช่น Samsung, Hyundai, LG, SK และ Lotte กลุ่มเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทเอกชนธรรมดา แต่เป็น “หัวรถจักร” ที่รัฐเกาหลีใต้ใช้ในการลากเศรษฐกิจทั้งประเทศให้เดินหน้า จากประเทศที่เสียหายหนักหลังสงครามเกาหลี ไปสู่ประเทศอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และวัฒนธรรมร่วมสมัยที่มีอิทธิพลระดับโลก
สารานุกรม Britannica อธิบายว่าแชโบลคือกลุ่มธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ที่ครอบงำเศรษฐกิจเกาหลีใต้ แม้ครอบครัวผู้ก่อตั้งอาจไม่ได้ถือหุ้นใหญ่ทั้งหมด แต่ลูกหลานของผู้ก่อตั้งมักยังคงมีอำนาจควบคุมธุรกิจจากความสัมพันธ์ระยะยาวและโครงสร้างภายในกลุ่มบริษัท
แชโบลไม่ได้โตขึ้นเองลอย ๆ แต่โตจากยุทธศาสตร์ของรัฐ
หลังสงครามเกาหลี เกาหลีใต้เป็นประเทศที่ยากจน โครงสร้างพื้นฐานเสียหาย เงินทุนมีน้อย เทคโนโลยีก็ยังไม่พร้อม ถ้าใช้ระบบตลาดเสรีแบบปล่อยให้ธุรกิจเล็ก ๆ แข่งขันกันเอง ประเทศอาจต้องใช้เวลานานมากกว่าจะสร้างอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ได้
รัฐบาลเกาหลีใต้จึงเลือกแนวทางที่ชัดเจน คือ รัฐต้องเป็นผู้นำการพัฒนา แล้วเลือกกลุ่มธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่บางกลุ่มให้เป็นผู้รับภารกิจสำคัญในการสร้างอุตสาหกรรม ส่งออก และแข่งขันกับต่างประเทศ พูดง่าย ๆ คือ รัฐไม่ได้มองแชโบลเป็นแค่ “บริษัทของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง” แต่มองเป็น เครื่องมือทางเศรษฐกิจของชาติ
รัฐจึงช่วยในหลายด้าน เช่น ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สนับสนุนการนำเข้าเทคโนโลยี กำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมาย สร้างโครงสร้างพื้นฐาน ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี สนับสนุนการส่งออก ปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศในช่วงเริ่มต้น กดดันให้ธุรกิจต้องทำผลงานตามเป้าหมายของรัฐ
งานวิเคราะห์ด้านนโยบายอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้อธิบายว่า ความสำเร็จช่วงแรกของโมเดลแชโบลเกิดจากความสามารถในการระดมทรัพยากร การเน้นอุตสาหกรรมส่งออก และการใช้ขนาดของธุรกิจให้เกิดประโยชน์ โดยรัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการให้การสนับสนุนทางการเงิน โครงสร้างพื้นฐาน และทิศทางนโยบาย ขณะที่แชโบลทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์หลักของการเติบโต
ทำไมรัฐต้องเลือก “กลุ่มธุรกิจใหญ่” แทนที่จะกระจายให้รายเล็ก
ในทางอุดมคติ การกระจายโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากอาจดูเป็นธรรมกว่า แต่ในสถานการณ์ของเกาหลีใต้หลังสงคราม รัฐต้องการผลลัพธ์ที่เร็วและใหญ่พอจะเปลี่ยนประเทศได้ การสร้างอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก เรือ รถยนต์ ปิโตรเคมี เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเซมิคอนดักเตอร์ ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล ต้องมีความสามารถในการบริหารโครงการใหญ่ ต้องรับความเสี่ยงสูง และต้องแข่งขันในตลาดโลก
ธุรกิจขนาดเล็กโดยลำพังทำสิ่งเหล่านี้ได้ยาก รัฐจึงเลือกใช้กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เป็น “หัวรถจักร” เพราะมีข้อได้เปรียบหลายอย่าง หนึ่ง ระดมทุนได้มากกว่า สอง ขยายการผลิตได้เร็วกว่า สาม รับคำสั่งเชิงนโยบายจากรัฐได้เป็นระบบกว่า สี่ ลงทุนระยะยาวในอุตสาหกรรมหนักได้ ห้า สามารถสร้างแบรนด์และเครือข่ายส่งออกระดับโลกได้
ดังนั้น แชโบลจึงเป็นเหมือนรถจักรคันใหญ่ที่ลากขบวนเศรษฐกิจทั้งประเทศ ทั้งแรงงาน ผู้ผลิตชิ้นส่วน สถาบันการเงิน ระบบขนส่ง มหาวิทยาลัย และเทคโนโลยี ให้เคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน
รัฐเกาหลีใต้ไม่ได้เพียง “อุ้ม” แชโบล แต่ใช้แชโบลเป็นเครื่องมือสร้างวินัยทางเศรษฐกิจ
หลายคนอาจเข้าใจว่า แชโบลโตได้เพราะรัฐให้สิทธิพิเศษอย่างเดียว ความจริงซับซ้อนกว่านั้นคือ รัฐเกาหลีใต้สนับสนุนแชโบลจริง แต่ก็ผูกการสนับสนุนไว้กับผลลัพธ์ เช่น ต้องส่งออกให้ได้ ต้องเพิ่มกำลังผลิต ต้องเป็นอุตสาหกรรมที่รัฐกำหนด ต้องแข่งขันในตลาดต่างประเทศ ถ้าทำไม่ได้ก็อาจไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าเดิม
จุดนี้ทำให้โมเดลเกาหลีใต้ต่างจากการอุปถัมภ์ธุรกิจแบบไร้เงื่อนไข เพราะรัฐพยายามสร้างแรงกดดันให้แชโบล “ต้องเก่งจริง” ไม่ใช่แค่เก่งในตลาดภายในประเทศ ยุทธศาสตร์สำคัญคือ การเติบโตโดยการส่งออก หรือ export-led growth เกาหลีใต้ไม่ได้ต้องการให้แชโบลผลิตของขายคนในประเทศเท่านั้น แต่ต้องขายตลาดโลกให้ได้ เพราะการส่งออกทำให้ประเทศมีเงินตราต่างประเทศ ได้เรียนรู้มาตรฐานสากล ได้พัฒนาเทคโนโลยี และได้เผชิญการแข่งขันจริง
แหล่งวิเคราะห์ด้านการลงทุนระหว่างประเทศระบุว่า ยุทธศาสตร์เติบโตโดยการส่งออกทำให้เกาหลีใต้เกิดอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว และในเวลาต่อมา เกาหลีใต้สามารถเปลี่ยนจากประเทศผู้รับความช่วยเหลือไปเป็นประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีระดับการพัฒนาเศรษฐกิจค่อนข้างสูง ในปี 1996 ได้
จากรับจ้างผลิต สู่สร้างเทคโนโลยีและแบรนด์ของตัวเอง
ความสำเร็จของแชโบลไม่ได้เกิดในวันเดียว ช่วงแรกเกาหลีใต้ยังขาดเทคโนโลยีและเงินทุน จึงเริ่มจากอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก เช่น สิ่งทอ รองเท้า สินค้าอุปโภคบริโภค ต่อมาจึงค่อย ๆ ขยับไปสู่อุตสาหกรรมที่ซับซ้อนขึ้น เช่น เหล็ก ปิโตรเคมี เรือ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเซมิคอนดักเตอร์
สิ่งที่แชโบลทำได้ดีคือ การเรียนรู้เร็วมาก เริ่มจากรับเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ต่อมาพัฒนากระบวนการผลิตเอง จากนั้นสร้างแบรนด์ของตัวเอง แล้วค่อยขยับไปเป็นผู้นำตลาดโลก ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ Samsung จากบริษัทการค้าและอุตสาหกรรมเบื้องต้น กลายเป็นผู้นำด้านอิเล็กทรอนิกส์ สมาร์ตโฟน และเซมิคอนดักเตอร์ ส่วน Hyundai จากบริษัทก่อสร้างและอุตสาหกรรมหนัก กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลก และ Hyundai Heavy Industries ก็เป็นชื่อสำคัญในอุตสาหกรรมต่อเรือ
พูดให้เห็นภาพคือ แชโบลไม่ได้หยุดอยู่ที่การเป็น “โรงงานราคาถูก” แต่ค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นไปเป็น เจ้าของเทคโนโลยี เจ้าของแบรนด์ และเจ้าของตลาด
ความสำเร็จระดับโลกของแชโบลเกิดจากการประสาน 4 พลัง
แชโบลประสบความสำเร็จระดับโลกได้ เพราะมีพลังสำคัญ 4 ด้านทำงานร่วมกัน คือ
1) พลังของรัฐ รัฐกำหนดทิศทางใหญ่ของประเทศ เช่น จะผลักดันอุตสาหกรรมใด จะส่งออกอะไร จะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตรงไหน จะให้สินเชื่อกับกลุ่มใด จะสร้างแรงงานทักษะอะไร นี่ทำให้เศรษฐกิจไม่ได้เดินแบบกระจัดกระจาย แต่เดินเป็นแผนที่ชัดเจน
2) พลังของขนาดธุรกิจ แชโบลมีขนาดใหญ่ จึงลงทุนในโครงการใหญ่ได้ เช่น โรงงานผลิตชิป โรงงานรถยนต์ อู่ต่อเรือ โรงงานแบตเตอรี่ หรือธุรกิจโทรคมนาคม ซึ่งต้องใช้เงินมหาศาลและต้องอดทนรอผลตอบแทนระยะยาว
3) พลังของการเรียนรู้และเทคโนโลยี แชโบลไม่ได้แข่งขันด้วยแรงงานราคาถูกตลอดไป แต่พยายามสะสมเทคโนโลยี พัฒนาวิศวกร ลงทุนวิจัยและพัฒนา และขยับจากสินค้าระดับล่างไปสู่สินค้ามูลค่าสูง
4) พลังของตลาดโลก ตลาดเกาหลีใต้มีขนาดไม่ใหญ่มาก ถ้าแชโบลอยู่แค่ในประเทศ ก็ไม่มีทางโตเป็นยักษ์ใหญ่ได้ การส่งออกจึงทำให้แชโบลต้องยกระดับมาตรฐาน คุณภาพ ราคา การออกแบบ และการบริหารจัดการให้แข่งขันกับโลก
นี่คือเหตุผลที่แชโบลจำนวนมากไม่ได้เป็นแค่ “บริษัทใหญ่ในประเทศ” แต่กลายเป็นบริษัทที่คนทั่วโลกรู้จัก
แชโบลกับไซบัตซึ: คล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน
เมื่อพูดถึงแชโบล มักมีการเปรียบเทียบกับ ไซบัตซึ (Zaibatsu: 財閥) ของญี่ปุ่น เพราะคำว่าแชโบลและไซบัตซึใช้รากอักษรจีนเดียวกันคือ 財閥 หมายถึงกลุ่มทุนหรือกลุ่มอำนาจทางเศรษฐกิจ ไซบัตซึคือกลุ่มทุนตระกูลใหญ่ของญี่ปุ่น เช่น Mitsubishi, Mitsui, Sumitomo และ Yasuda ซึ่งมีบทบาทสูงตั้งแต่ยุคเมจิจนถึงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2
โครงสร้างแบบดั้งเดิมของไซบัตซึมักมีบริษัทแม่ของตระกูลอยู่บนสุด มีธนาคารของกลุ่ม และมีบริษัทลูกจำนวนมากในอุตสาหกรรมต่าง ๆ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โครงสร้างไซบัตซึถูกสลายโดยฝ่ายยึดครอง เพื่อกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจและลดการผูกขาด แชโบลคล้ายไซบัตซึตรงที่เป็นกลุ่มทุนขนาดใหญ่ มีลักษณะครอบครัวควบคุม และมีบริษัทในเครือหลายอุตสาหกรรม แต่ต่างกันตรงบริบทสำคัญ
ไซบัตซึ เกิดในญี่ปุ่นยุคสร้างรัฐอุตสาหกรรมและจักรวรรดิ ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ แชโบล เกิดในเกาหลีใต้ยุคหลังสงครามเกาหลี ในฐานะเครื่องมือของรัฐพัฒนาเศรษฐกิจและการส่งออก อีกจุดที่ต่างคือ ไซบัตซึมักมีธนาคารของกลุ่มเป็นแกนกลาง แต่แชโบลเติบโตภายใต้ระบบสินเชื่อและนโยบายที่รัฐเกาหลีใต้กำกับมากกว่า
ดังนั้น ถ้าไซบัตซึคือ “ทุนตระกูลของญี่ปุ่นยุคก่อนสงคราม” แชโบลก็คือ “ทุนครอบครัวของเกาหลีใต้ยุครัฐพัฒนาเศรษฐกิจ”
แชโบลทำให้เศรษฐกิจเกาหลีใต้โตอย่างไร
แชโบลช่วยเศรษฐกิจเกาหลีใต้ในหลายมิติ สามารถประมวลสรุปได้ดังนี้
1) สร้างอุตสาหกรรมหลักของประเทศ เกาหลีใต้ไม่ได้มีทรัพยากรธรรมชาติมากมายเหมือนบางประเทศ จึงต้องสร้างความมั่งคั่งจากอุตสาหกรรมและความสามารถของคน แชโบลมีบทบาทสำคัญในการสร้างอุตสาหกรรมหลัก เช่น รถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ เรือ เหล็ก ปิโตรเคมี โทรคมนาคม แบตเตอรี่ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมเหล่านี้ไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะบริษัทใหญ่ แต่ยังสร้างงาน สร้างซัพพลายเชน และสร้างทักษะให้แรงงานทั้งประเทศ
2) สร้างระบบผู้ผลิตชิ้นส่วนและธุรกิจสนับสนุน บริษัทใหญ่ระดับ Samsung หรือ Hyundai ไม่สามารถผลิตทุกอย่างลำพังได้ ต้องมีผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้รับเหมาช่วง บริษัทโลจิสติกส์ บริษัทออกแบบ บริษัทซอฟต์แวร์ และผู้ให้บริการจำนวนมาก เมื่อแชโบลโต ธุรกิจรอบข้างก็โตตามไปด้วย แม้จะมีปัญหาเรื่องอำนาจต่อรองไม่เท่ากัน แต่ในภาพรวม แชโบลช่วยสร้างระบบอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกันทั้งประเทศ
3) ยกระดับแรงงานและการศึกษา เมื่อประเทศต้องผลิตรถยนต์ เรือ ชิป และเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลก ก็ต้องมีวิศวกร ช่างเทคนิค นักวิจัย นักออกแบบ ผู้บริหาร และแรงงานมีทักษะจำนวนมาก แชโบลจึงมีส่วนทางอ้อมในการผลักดันระบบการศึกษาและการฝึกอบรมของเกาหลีใต้ เพราะตลาดแรงงานต้องการคนที่มีความสามารถสูงขึ้นเรื่อย ๆ
4) สร้างแบรนด์ประเทศ วันนี้เมื่อพูดถึงเกาหลีใต้ คนจำนวนมากนึกถึง Samsung, Hyundai, LG, SK ควบคู่กับ K-pop, ซีรีส์เกาหลี และอาหารเกาหลี แชโบลจึงไม่ได้สร้างแค่สินค้า แต่สร้าง ภาพลักษณ์ของประเทศ ว่าเกาหลีใต้เป็นประเทศเทคโนโลยีทันสมัย มีคุณภาพ และแข่งขันได้ในตลาดโลก
ทำไม Samsung, Hyundai, LG และ SK จึงไปไกลระดับโลก
ความสำเร็จของแชโบลรายใหญ่ไม่ได้เกิดจากเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากวิธีคิดและกลไกหลายด้าน
- Samsung ประสบความสำเร็จเพราะลงทุนหนักในเทคโนโลยี โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์ สมาร์ตโฟน จอภาพ และเครื่องใช้ไฟฟ้า จุดแข็งคือการผลิตขนาดใหญ่ คุณภาพสูง การวิจัยและพัฒนา และการสร้างแบรนด์ระดับโลก
- Hyundai เริ่มจากก่อสร้างและอุตสาหกรรมหนัก ก่อนขยายสู่รถยนต์และอู่ต่อเรือ จุดแข็งคือ การผลิตเชิงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การเรียนรู้เทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และการพัฒนาคุณภาพจนแข่งขันกับแบรนด์ญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกาได้
- LG มีบทบาทในเครื่องใช้ไฟฟ้า เคมี จอภาพ และแบตเตอรี่ จุดแข็งคือการต่อยอดเทคโนโลยีจากอุตสาหกรรมไฟฟ้าและเคมี ไปสู่สินค้ามูลค่าสูง
- SK มีบทบาทในพลังงาน โทรคมนาคม และเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะ SK Hynix ที่เป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดหน่วยความจำระดับโลก
แชโบลเหล่านี้จึงประสบความสำเร็จ เพราะไม่ได้ทำธุรกิจแบบแยกส่วน แต่สร้าง “ระบบธุรกิจ” ที่เชื่อมการผลิต เทคโนโลยี เงินทุน คน และตลาดโลกเข้าด้วยกัน
ด้านที่ต้องวิจารณ์: แชโบลไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์แบบ
แม้บทบาทเชิงบวกของแชโบลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจจะมีหลายด้าน แต่แชโบลถูกวิจารณ์หลายเรื่อง เช่น อำนาจเศรษฐกิจรวมศูนย์ในครอบครัวไม่กี่กลุ่ม ธุรกิจขนาดกลางและเล็กแข่งขันยาก การสืบทอดอำนาจในครอบครัว ปัญหาธรรมาภิบาล ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับการเมือง ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจประเทศพึ่งพาบริษัทใหญ่ไม่กี่กลุ่มมากเกินไป
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ แชโบลเป็นทั้ง เครื่องยนต์ของการเติบโต และ โจทย์ของการปฏิรูป ถ้าไม่มีแชโบล เกาหลีใต้อาจไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นประเทศอุตสาหกรรมระดับโลกได้เร็วขนาดนี้ แต่ถ้าปล่อยให้แชโบลมีอำนาจมากเกินไปโดยไม่มีการกำกับ ก็อาจทำให้เศรษฐกิจขาดการแข่งขันที่เป็นธรรม
บทเรียนจากแชโบล: รัฐที่เก่งต้องไม่ใช่แค่แจกสิทธิพิเศษ แต่ต้องกำหนดทิศทางและสร้างการแข่งขัน
บทเรียนที่น่าสนใจจากเกาหลีใต้ไม่ใช่แค่ “ให้รัฐช่วยเอกชน” แต่คือ รัฐต้องรู้ว่าจะช่วยใคร ช่วยเพื่ออะไร และวัดผลอย่างไร รัฐเกาหลีใต้ใช้แชโบลเป็นหัวรถจักร เพราะต้องการเร่งสร้างประเทศอุตสาหกรรม แต่การสนับสนุนไม่ได้มีความหมายเพียงการให้เงินหรือสิทธิพิเศษ หากยังรวมถึงการกำหนดเป้าหมายระดับชาติ การผลักดันการส่งออก การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และการบังคับให้ธุรกิจต้องเผชิญการแข่งขันระดับโลก ตรงนี้เป็นหัวใจสำคัญ
ถ้ารัฐสนับสนุนทุนใหญ่โดยไม่มีเป้าหมาย ประเทศอาจได้เพียงกลุ่มทุนที่ร่ำรวยขึ้น แต่ถ้ารัฐสนับสนุนทุนใหญ่โดยผูกกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศ ประเทศอาจได้อุตสาหกรรมใหม่ เทคโนโลยีใหม่ การจ้างงานใหม่ และแบรนด์ระดับโลก เกาหลีใต้จึงไม่ได้สำเร็จเพราะมีแชโบลอย่างเดียว แต่สำเร็จเพราะในช่วงสำคัญ รัฐสามารถใช้แชโบลเป็นเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ได้
สรุป: แชโบลคือหัวรถจักรที่ลากเกาหลีใต้เข้าสู่เศรษฐกิจโลก
แชโบลของเกาหลีใต้คือกรณีศึกษาสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับทุนใหญ่ รัฐเกาหลีใต้ใช้กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหัวรถจักรในการสร้างอุตสาหกรรม ส่งออก เรียนรู้เทคโนโลยี และสร้างแบรนด์ระดับโลก แชโบลจึงมีส่วนสำคัญในการทำให้เกาหลีใต้เปลี่ยนจากประเทศที่ยากจนหลังสงคราม ไปเป็นประเทศที่มีบริษัทระดับโลกในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ เรือ เซมิคอนดักเตอร์ แบตเตอรี่ และโทรคมนาคม
ส่วนไซบัตซึของญี่ปุ่นเป็นภาพเปรียบเทียบที่ช่วยให้เห็นว่า เอเชียตะวันออกมีประวัติศาสตร์ของ “ทุนใหญ่กับรัฐ” มายาวนาน แต่แชโบลไม่ใช่สำเนาของไซบัตซึโดยตรง เพราะแชโบลเกิดในบริบทหลังสงครามเกาหลี และถูกใช้เป็นกลไกของรัฐพัฒนาเศรษฐกิจแบบส่งออก
กล่าวโดยสรุป แชโบลคือกลุ่มธุรกิจครอบครัวที่รัฐเกาหลีใต้ใช้เป็นหัวรถจักรในการลากประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก จากการผลิตพื้นฐาน ไปสู่อุตสาหกรรมหนัก เทคโนโลยีขั้นสูง และแบรนด์ระดับสากล และนี่คือเหตุผลที่เมื่อเราพูดถึงความสำเร็จของเกาหลีใต้ เราจึงไม่ได้พูดถึงรัฐอย่างเดียว หรือเอกชนอย่างเดียว แต่ต้องพูดถึง การประสานกำลังระหว่างรัฐที่มีทิศทาง กับธุรกิจขนาดใหญ่ที่สามารถลงมือทำได้จริง.....