
ปัจจัยที่กำหนดคุณภาพของการเรียนรู้
การมองลึกเข้าไปในจิตใจของผู้เรียน และออกแบบการสอนให้เชื่อมโยงกับภาวะอารมณ์และจิตใจ
1. สมองเรียนรู้ได้ดี เมื่อรู้สึกปลอดภัย
ระบบของสมองมีหลายระบบที่ทำงานร่วมกัน หนึ่งในนั้นคือ ระบบลิมบิก ที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ หากสมองส่วนนี้ทำงานได้ดี จะเชื่อมโยงกับระบบ พรีฟอร์นทัล คอร์เท็กซ์ ซึ่งอยู่ส่วนหน้าสุดของสมอง ที่ใช้ในระบบการคิด วิเคราะห์และจดจำ จะช่วยส่งเสริมกันได้ ลองสังเกตุความปลอดภัยในห้องเรียน
ความปลอดภัยในห้องเรียนเกิดได้ดังนี้
1.1 ความสัมพันธ์กับคุณครู
1.2 บรรยากาศในกลุ่มเพื่อน
1.3 โครงการการเรียนรู้ที่เป็นมิตร
2. ความสนใจคือประตูสู่ความรู้
เด็กธรรมดาคนหนึ่งที่แค่มีความ "อยากรู้" สามารถเปลี่ยนการเรียนรู้เชิงลึกได้ สมองจะหลั่ง โดพามีน ที่ช่วยเพิ่มพลังของระบบความจำและความคิด
รูปแบบของความสนใจ มีดังนี้
2.1 ความสนใจภายใน เป็นความสนใจที่อยากรู้ ไม่ใช่เพราะต้องรู้
2.2 ความสามารถในการจดจ่อเฉพาะสิ่ง เด็กที่เลือกฟังเฉพาะส่วนที่เค้าสนใจ
2.3 การเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วยความสงสัย เด็กๆสามารถหาคำตอบได้เอง โดยที่ครูไม่ต้องบังคับ
3. การสร้างความรู้สึก "อยากเรียน" ได้ไหม
แรงจูงใจพื้นฐานมีหลายระดับ แบ่งหลักๆได้ 2 แบบ คือ แรงผลักดันภายในและแรงผลักดันภายนอก โดยทั้งสองอย่างควรทำงานร่วมกัน เพื่อความยั่งยืนของการเรียนรู้ โดย แรงจูงใจสามารถเกิดได้จาก "ทฤษฏีแรงจูงใจจากภายใน" ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก
3.1 ความรู้สึกว่า ... ฉันเลือกได้
3.2 ความรู้สึกว่า ... ตนเองทำได้ดีขึ้น
3.3 ความรู้สึกเชื่อมโยงกับคนรอบข้าง
4. อารมณ์สามารถเชื่อมโยงกับความจำ
ทำไมความรู้ที่เชื่อมโยงทางอารมณ์ จึงสามารถจำได้แม่นยำกว่า
เนื่องจากสมองของมนุษย์จัดเก็บ ส่วนข้อมูล และ อารมณ์ คนละส่วน โดยเมื่อมีการเชื่อมโยงที่ดี จะทำให้เกิด Emotional Memory
การเรียนรู้ไม่ใช่แค่เรื่องของสมอง แต่คือเรื่องของหัวใจของผู้เรียนด้วย
4.1 Emotional Tagging การแนบอารมณ์เข้ากับข้อมูลที่เรียน
4.2 Flashbulb Memory ความทรงจำที่ชัดเจนมาก เพราะมีอารมณ์ร่วมที่รุนแรง
4.3 Contextual Learning การเรียนที่เกิดในบริบทจริง ที่มีอารมณ์และสถานกาณ์ร่วม