"ในโลกที่เทคโนโลยีโบยบินไปไกลถึงดวงดาว แต่จิตใจของมนุษย์กลับถดถอยและขังตัวเองไว้ในกรงขังแห่งอดีต นครรัฐภารตสถานกำลังสะท้อนว่า ความป่าเถื่อนไม่ได้หายไปไหน แค่เปลี่ยนหน้ากากในคราบของความก้าวหน้าเท่านั้น"

20260520102234.jpg

1.เป็นนวนิยายแนววิทยาศาสตร์ไซไฟดิสโทเปีย (Sci-Fi Dystopia) หรือการผสมผสานกับนวนิยายวิทยาศาสตร์ (Science Fiction) และ เรื่องราวโลกอนาคตอันเลวร้าย (Dystopia) เล่มแรกของกิตติศักดิ์ คงคา จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย สำนักพิมพ์ 13357 และได้รับรางวัลดีเด่น ประเภทนวนิยาย จากการประกวดหนังสือดีเด่นคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ปี 2568

2.กิตติศักดิ์ คงคา เป็นนักเขียนที่มีนามปากกา เช่น ลงทุนศาสตร์ และ นายพินต้า จากการอ่านเล่มนี้ ผู้เขียนเป็นผู้รู้ในเรื่อง วิทยาศาสตร์ สารเคมี ยา วัคซีนและสมุนไพร ระบบร่างกาย โรคสุขภาพและสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ศาสนา พิธีกรรมความเชื่อ โครงสร้างทางสังคม ระบบชนชั้น กวีและการใช้คำ การเขียนผสมผสานรูปแบบฯลฯ

3.ประกอบด้วย 16 บท(เนื้อหา) มีชื่อบทเป็นกลอนสุภาพ จำนวน 4 บท(กวี) ผมชอบที่สุดบท(กวี)ที่ 3 วรรคสดับและรับ ที่ร่ายว่า องค์เจดีย์นิรัคคฬมหาวิหาร สุดลักขะอาตมญาณสถานวิสุทธิ์ ชอบตรงภาษาลื่นและไหล สวยและยาก จนต้องไปค้นหาความหมายจนสบายใจ

4.เรื่องย่อ (ไม่ Spoilหรือไม่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ) เด็กหนุ่มจัณฑาล”อนาวิล”ผู้ชาญฉลาดที่เกิดมาในชนชั้นที่ต่ำสุดที่ต้องเผชิญกับการถูกกดขี่กับการหาเงินมารักษาแม่ที่กำลังป่วยหนัก เมื่อแม่ของอนาวิถูกส่งตัวไปรักษาในเขตหวงห้ามที่คนวรรณะจัณฑาลย่างกรายเข้าไป เมื่อโลกาวินาศครั้งสุดท้าย จะอุบัติขึ้นซ้ำเติมโลกที่สิ้นหวัง ต้องทำทุกวิถีทางฝ่าฟันระบบวรรณะที่ถูกกดขี่อย่างเยือกเย็น ตามหาแม่ให้พบก่อนที่โลกจะล่มสลายลง เพื่อมองเห็นสุดเส้นเมฆขาวยาวเงินที่ทุกคนทุกวรรณะปรารถนาอยากเห็น

5.มีผู้ช่วยพระเอก ได้แก่ กลทีป์(ปัญญาประดิษฐ์ที่เปรียบเสมือนดวงตาของอนาวิล) ราเมศวร(หุ่นยนต์จักรกลล้ำลึกช่วยผ่าตัดได้ด้วย) พักตร์เภตรา(หุ่นยนต์ขยะ) และจิระประทีป(ผู้นำผู้ปลดปล่อย)

6.แม่(พิจิตรา)ของอนาวิล เป็นคนวรรณะกษัตริย์ ป่วยโรคโลหิตจางรูปเคียว ผู้เขียนพูดถึงเรื่องนี้หลายจุด แต่ไม่อธิบาย จึงสนใจว่าโรคนี้มีจริงไหม จึงได้ค้นต่อพบว่า มีจริงเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงมีรูปร่างผิดปกติคล้ายเคียวหรือพระจันทร์เสี้ยว แทนที่จะเป็นทรงกลมแบนและยืดหยุ่นเหมือนคนปกติ ความผิดรูปนี้ทำให้ฮีโมโกลบินเป็นโปรตีนหลักในการลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายผิดปกติ พบได้บ่อยในประชากรแถบแอฟริกา อินเดีย

7.มีสัญลักษณ์มากมายในเล่มนี้ (สำหรับผมพบว่ามีมากกว่า 100) ทำให้เราอยากรู้และคลี่คลายปมที่ผู้เขียนผูกไว้ เช่น เส้นขาวเงินบนก้อนเมฆ นครรัฐภารตสถาน กำแพงขอบเขต พิธีกวนเกษียรสมุทร พิธีสังสการ โลหะพิเศษติดตรึง ฝนอุกาบาตร ห้องทดลองและหอคอยวิจัย สะพานเชื่อมข้ามโซน ดวงตา การปล่อยมือ ฯลฯ สิ่งเหล่านั้น เมื่ออ่านจบเล่มแล้วแต่นิยายยังไม่จบเลย

8.รูปร่างหน้าตาของอนาวิล ผมขอไม่ Spoil แต่อยากให้เข้าไปอ่านในบทเนื้อหาที่12 เมื่อทุกคนเข้าไปอ่านจะรู้สึกเหมือนผมไหม ราวกินยานอนหลับแล้วละเมอ สะดุ้งตื่น จนไม่มีอาการข้างเคียง

9.ชอบถ้อยคำในนั้นทำให้ใจกระแทกแหลกร้าว เช่น แม้กระทั่งสิทธิ์ในการมองเห็นโลกใบนี้ก็ตาม ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยวิ่งเลยสักครั้ง ถูกทิ้งเพราะสัมผัสกับเลือดจัณฑทาล ขี้เกียจเอานมมากลั้วปากทีหลัง ทำไมไม่เคยมีใครบอกว่า….ไม่มีอยู่จริง ฯลฯ และ โหยหวนร้องขอชีวิตท่ามกลางมรสุมชีวิตที่ตนเองไม่เคยมีโอกาสได้เลือกเองสักครั้ง ที่เป็นบรรทัดสุดท้ายของเรื่อง เรื่องจบแต่ไม่จบกับความคิดและความรู้สมรู้สากับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

10.ชอบความหมายของตัวเลขในเรื่องนี้ เช่น วันที่ 25 ธันวาคม ปี 2075 ระเบียบปฏิบัติโครงการ 10 ข้อ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ ภ.ศ.0076(วันคล้ายวันเกิดแม่ รอ 4 ปีถึงจะมี)

11.แรงบันดาลใจในการตั้งชื่อบันทึกนี้ (จำนวนข้อในบันทึก ทั้งที่ๆ น่าจะมีมากกว่า 13357 ข้อ แต่กลัว Spoil) ของผมมาจากบรรทัด…โครงการจาตุมหาราชิกา ตึกอโยธยาภูมิ ชั้นสิบเอ็ด ห้องหนึ่งหนึ่งสอง (ชั้น 11 ห้อง 112) เหมือนผู้เขียนตั้งชื่อสำนักพิมพ์ 13357 (13357 Publishing) ถอดรหัสออกมาได้เป็นชื่อเล่น “BEST” โดย 13 มองรวมกันคล้ายอักษรB/ 3 มีรูปร่างคล้ายอักษร E กลับด้าน/ 5 มีรูปร่างคล้ายอักษรS/ 7 มีรูปร่างคล้ายอักษร T

12.สำหรับผมคุ้มค่ากับการอ่านนิยายเรื่องนี้ของคุณเบส-กิตติศักดิ์ คงคา นักเขียนไทยที่มีฝีมือและมีผลงานมากมายต่อเนื่อง ทั้งแนวสืบสวนสอบสวน ดิสโทเปีย สยองขวัญ การเงินการลงทุน และวิทยาศาสตร์ไซไฟ ผมอ่านเรื่องนี้แล้ว ยังรู้สึกกรุ่นๆในใจ เรื่องราวยังเดินทางภายในใจ แสดงว่า ผมยังมีชีวิตอยู่ และเรื่องนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่เช่นกัน 20260520102306.jpg