เมื่อวันก่อนแม่นั่งจัดไฟล์ แล้วไปเจอรูปเก่าๆ สมัยที่ปู่ยังแข็งแรง ตอนนั้นลูกยังตัวเล็กนิดเดียวเองลูก ปู่เคยพาพวกเราไปเที่ยว “ถ้ำรับร่อ” ที่ท่าแซะ ชุมพรบ้านเรานี่แหละ

ลูกยังจำได้ไหม วันนั้นปู่เดินจูงมือลูกพาเข้าไปดูข้างในถ้ำ ปู่บอกว่าถ้ำรับร่อนี้เป็นถ้ำศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่มาก ข้างในมีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ แล้วปู่ยังชี้ให้ดูหินงอกหินย้อย พร้อมกับเล่าตำนานเรื่อง “ลายแทงขุมทรัพย์ปู่โสม” ที่คนโบราณเขาแอบเอาสมบัติมาฝังซ่อนไว้ในถ้ำนี้ด้วยนะ

พอแม่มานั่งคิดถึงเรื่องถ้ำรับร่อที่ปู่เคยพาไป บวกกับช่วงนี้แม่ดูข่าวเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ที่จะสร้างตัดผ่านแถวบ้านเรา ทั้งระนองและชุมพร ไม่ว่าจะแถวสวนเราที่นาชะอัง พะโต๊ะ หรือหลังสวน ก็น่าจะอยู่ในเส้นทางหมดเลย

ลูกรู้ไหมว่าแถวระนอง ชุมพร พะโต๊ะ และหลังสวนที่พวกเราเห็นเป็นป่าเขาและแม่น้ำร่มรื่นอยู่ทุกวันนี้ ในสายตานักโบราณคดีเขาบอกว่าไม่ได้มีแค่สมบัติปู่โสมในถ้ำรับร่อหรอกนะ แต่ใต้ดินบ้านเราทั้งหมดคือ “คลังสมบัติ” เลยนะ

ถ้ำหินปูน ป่าดิบชื้น แม่น้ำสายใหญ่อย่างแม่น้ำหลังสวน แม่น้ำพะโต๊ะ แล้วก็แม่น้ำท่าตะเภา คนโบราณเขาเลยชอบมาตั้งหลักปักฐานอยู่กันมาตั้งแต่ 3,000 ปีไปจนถึงเป็นหมื่นปีแล้วลูก โดยเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดชุมพรและระนองมีถ้ำหินปูนอยู่เยอะมาก เป็นหลายร้อยถ้ำทีเดียว

แม่สรุปเรื่องที่อ่านมาให้ฟังง่ายๆ เป็น 3 ยุค

1. ยุคคนอยู่ถ้ำ (เมื่อ 5,000–10,000 ปีก่อน)

นอกจากถ้ำรับร่อแล้ว บ้านเรามีถ้ำหินปูนซ่อนอยู่เยอะมาก ถ้ำพวกนี้เคยเป็นบ้านของมนุษย์ถ้ำยุคหินกลางมาก่อนนะ สิ่งที่เขาขุดเจอก็เช่น หินกะเทาะ ซึ่งเป็นก้อนหินแม่น้ำแต่คนโบราณเขาเอามาทุบๆ กะเทาะให้คมข้างเดียว เอาไว้สับไม้ ขุดหัวมัน หรือแล่เนื้อสัตว์กินกัน

นอกนั้นก็เจอ เปลือกหอยกับเศษกระดูกสัตว์ป่า ที่พวกเขากินเสร็จแล้วทิ้งทับถมกันไว้ทำให้เราได้รู้ว่าคนสมัยหมื่นปีก่อนเขาทำอาหารกินอะไรกันบ้าง และที่สำคัญคือภาพวาดบนผนังถ้ำ ตามกำแพงถ้ำมืดๆ มีภาพเขียนสีแดงๆ ที่วาดจากหินแร่หรือยางไม้ เป็นรูปคนล่าสัตว์ รูปเต้นรำ หรือทำรูปมือแปะเอาไว้

2. ยุคเริ่มทำไร่ทำสวน (เมื่อ 3,000–4,000 ปีก่อน)

พอนานเข้า คนก็เริ่มย้ายออกจากถ้ำมาอยู่ริมแม่น้ำหลังสวนและแม่น้ำพะโต๊ะ เริ่มปลูกข้าว เลี้ยงสัตว์ เหมือนที่พวกเราทำสวนปาล์มสวนมะพร้าวกันทุกวันนี้แหละลูก

สิ่งที่ฝังอยู่ใต้ดินตามริมน้ำที่เขาเจอก็คือ ขวานหินขัด และหม้อ 3 ขา อันนี้แม่ชอบมาก มันเป็นหม้อดินเผาที่มีขาแหลมๆ ยื่นออกมา 3 ขา คนโบราณเขาฉลาดนะลูก ทำขาไว้จะได้ตั้งบนพื้นดินขรุขระได้ไม่ล้ม แถมเอาไว้ตั้งคร่อมกองไฟต้มแกงได้สบายเลย

3. ยุคค้าขายร่ำรวย (ยุคใช้โลหะ)

เพราะระนองกับชุมพรบ้านเราเป็นช่วงแผ่นดินที่แคบที่สุด (คอคอดกระ) คนโบราณจากทางฝั่งอินเดียและฝั่งจีนเลยใช้ร่องตามเนินเขาและแม่น้ำบ้านเราเป็นทางลัดเดินเท้าข้ามไปมาค้าขายกัน

ส่วนของล้ำค่าที่เขาเจอฝังอยู่ตามเนินเขาก็เช่น กลองสำริดใบใหญ่ (กลองมโหระทึก) และพวกขวานเหล็กต่างๆ แสดงว่าคนบ้านเราเริ่มเก่งขึ้น รู้จักตั้งเตาหลอมเหล็กใช้เองเป็นแล้วในยุคนั้น เฉพาะที่เขาสามแก้วบ้านเราก็เจอกลองโบราณขนาดใหญ่นี้ถึง 6 ใบแล้ว

แม่มานั่งคิดดูนะลูก ถ้าโครงการแลนด์บริดจ์เริ่มขุดอุโมงค์ทะลุเขา หรือปรับหน้าดินทำทางรถไฟ ทำถนนตัดผ่านร่องเขาแถวพะโต๊ะ หลังสวน ระนอง รวมถึงแถวนาชะอังบ้านเรา เส้นทางพวกนี้มันจะผ่าเข้าไปตรงที่คนโบราณเคยอยู่กันพอดิบพอดีเลย

แม่ว่าเราคงจะได้ยินข่าวขุดเจอหมู่บ้านเก่าๆ เจอที่ฝังศพ หรือเจอถ้ำลับที่ปิดตายมานานและไม่มีใครเคยเห็น โผล่ขึ้นมาจากใต้ดินอีกเยอะแยะแน่ๆ เลยลูก

แม่อยากให้ลูกรู้ว่า ดินแดนที่พวกเราอยู่และทำมาหากินกันอยู่ทุกวันนี้ ตั้งแต่ถ้ำรับร่อที่ปู่เคยพาไปเดินเล่น จนถึงผืนดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเราเนี่ย มันไม่ใช่แค่ป่าเขาทางผ่านธรรมดาๆ นะลูก แต่มันเคยเป็นที่อยู่ของคนโบราณเมื่อหมื่นๆ ปีมาแล้ว และมีความลับอีกมากมายที่ยังรอวันถูกค้นพบ

และแม่หวังว่า การสร้างทางเชื่อมฝั่งทะเลในบ้านเราครั้งนี้ จะสร้างขึ้นด้วยความเคารพและโอบอุ้มเรื่องราวของบรรพบุรุษ ร่องรอยประวัติศาสตร์ และสิ่งดีงามที่คนรุ่นก่อนท่านทิ้งไว้ให้พวกเราบนผืนแผ่นดินใต้แห่งนี้ด้วยเถิด

ตั้งใจเรียนนะลูกรัก แต่อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยนะ แม่เป็นกำลังใจให้เสมอ

รักลูกที่สุด

จาก…แม่