พระศาสดาประทับอยู่ที่วิหารใกล้ๆ พวกเราจักทูลถามพระองค์ว่า ให้ทานแก่ใคร จึงจะมีผลมากดังนี้

ยชมานสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๖. ยชมานสูตร

ว่าด้วยการบูชา

             [๒๖๒] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

             สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ เขตกรุงราชคฤห์ ครั้งนั้นท้าวสักกะจอมเทพเสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วประทับยืนอยู่ ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า

                          เมื่อมนุษย์ทั้งหลายผู้เป็นสัตว์

                          ปรารถนาบุญ บูชาอยู่ ทำบุญซึ่งให้เกิดผล

                          ทานที่ให้แล้วในที่ไหนมีผลมาก พระพุทธเจ้าข้า

             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

                          ท่านผู้ปฏิบัติดี ๔ จำพวก

                          ท่านผู้ตั้งอยู่ในผล ๔ จำพวก

                         นั่นคือพระสงฆ์ เป็นผู้ปฏิบัติตรง

                          ตั้งมั่นอยู่ในศีล สมาธิ และปัญญา

                          เมื่อมนุษย์ทั้งหลายผู้เป็นสัตว์

                          ปรารถนาบุญ บูชาอยู่ ทำบุญซึ่งให้เกิดผล

                          ทานที่ให้แล้วในพระสงฆ์มีผลมาก

ยชมานสูตรที่ ๖ จบ

--------------------------------------

อรรถกถายชมานสูตรที่ ๖

         มีเรื่องเล่าว่า ในครั้งนั้น พวกชาวอังคะและมคธะ ได้ถือเอาเนยใส น้ำผึ้งและน้ำอ้อยเป็นต้นอย่างเลิศเป็นประจำปี เอาฟืนบรรทุกเกวียนประมาณ ๖๐ เล่ม กองสุมไว้ในที่แห่งหนึ่งแล้วก่อไฟ ขณะที่ไฟลุก ใส่ของเลิศทั้งหมดนั้นด้วยหมายว่า พวกเราจะบูชาท้าวมหาพรหม.
         นัยว่าเป็นความเชื่อถือของพวกเขาว่า ใส่ลงไปครั้งหนึ่งจะให้ผลแสนเท่า.
         ท้าวสักกเทวราชดำริว่า พวกคนทั้งหมดนี้ถือเอาของเลิศทั้งปวงเผาในไฟ ด้วยหมายว่า พวกเราจะบูชาท้าวมหาพรหม ทำสิ่งไร้ผล เมื่อเราเห็นอยู่ พวกเขาอย่าได้พินาศเสียเลย เราจักกระทำโดยที่ให้พวกเขาถวายแด่พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์เท่านั้น แล้วจะประสบบุญมากดังนี้.
         เมื่อพวกคนทำกองฟืนให้โชติช่วง แลดูอยู่ จึงทรงแปลงเป็นพรหมในวัน ๑๕ ค่ำ. เมื่อมหาชนแลดูอยู่นั่นเอง ได้ทำเป็นเหมือนแหวกจันทมณฑลออกไป.
         มหาชนครั้นเห็นแล้ว ต่างก็คิดว่า ท้าวมหาพรหมเสด็จมารับเครื่องบูชานี้ จึงคุกเข่าลงกับพื้น ประคองอัญชลี นอบน้อมอยู่. พวกพราหมณ์กล่าวว่า พวกท่านสำคัญว่าเราพูดเล่นหรือ บัดนี้พวกท่านจงดูซิ พระพรหมองค์นี้มารับเครื่องบูชาของพวกเราด้วยมือตนเอง.
         ท้าวสักกะเสด็จมายืนอยู่บนอากาศ เบื้องบนกองฟืน ตรัสถามว่า สักการะนี้เพื่อใครกัน. มีคนทูลว่า ข้าแต่ท้าวมหาพรหมผู้เจริญ เพื่อพระองค์นี้ซิ ขอพระองค์จงทรงรับเครื่องบูชาของพวกข้าพเจ้าเถิด.
         มหาพรหมตรัสว่า ถ้ากระนั้น พวกท่านจงมา อย่าทิ้งเครื่องชั่งเสียแล้วชั่งด้วยมือ พระศาสดาประทับอยู่ที่วิหารใกล้ๆ พวกเราจักทูลถามพระองค์ว่า ให้ทานแก่ใคร จึงจะมีผลมากดังนี้. ท้าวสักกะทรงพาพวกชาวแคว้นทั้งสองไปเฝ้าพระศาสดา เมื่อจะทูลถามจึงตรัสอย่างนี้.
         พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ทานที่ถวายในพระอริยสงฆ์ ย่อมมีผลกว้างขวาง.
         เมื่อเทศน์จบ ชนแปดหมื่นสี่พันได้ดื่มน้ำคืออมฤตธรรม. ตั้งแต่นั้นมา พวกคนได้พากันถวายทานอันเลิศทั้งปวงแก่ภิกษุสงฆ์.