ผมเขียนเรื่องกระบวนการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมสระแก้วไว้ที่ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘)
สาระใน “การประชุม “นวัตกรรมพลิกโลกการเรียนรู้ Sakaeo Innovation Sandbox by Professional Learning Community (PLC) and EXPO Education” ระหว่างวันที่ 16 – 17 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุมสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว บอกผมว่า ระบบการศึกษาของจังหวัดสระแก้ว ส่วนที่อยู่ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาได้เดินหน้า “พลิกโลกการเรียนรู้” ไปแล้วจริงๆ ชมย้อนหลังกิจกรรมในวันที่ ๑๖ ได้ที่ (๑) เช้า, (๒) บ่าย
จากการนำเสนอของ ๑๒ โรงเรียน ที่เน้นให้นักเรียนมาเป็นผู้เสนอ มีวิดีทัศน์สั้นๆ ประกอบ เห็นได้ชัดเจนว่า โรงเรียนเหล่านี้ได้เปลี่ยนการจัดการเรียนรู้จากแบบ “บอกสอน” หรือ “เรียนรู้เชิงรับ” (Passive Learning) มาเป็น “การเรียนรู้เชิงรุก” (Active Learning) หลากหลายรูปแบบ โดยผู้อำนวยการโรงเรียนทำหน้าที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้ มีครูแกนนำเป็นทีมงาน มี ศน. ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นพี่เลี้ยงและผู้ประสานงานเครือข่ายโรงเรียนผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้
การประชุมนวัตกรรมพลิกโลกการเรียนรู้สองวันนี้ เป็นหนึ่งในกลไกสนับสนุน มีผู้ทรงคุณวุฒิไปช่วยยืนยันว่าดำเนินการมาถูกทางแล้ว และแนะนำแนวทางและวิธีการดำเนินการยกระดับอย่างต่อเนื่อง
กิจกรรมหนึ่งที่เข้าไปหนุนการเรียนรู้เชิงรุกของนักเรียนคือกิจกรรม โคกหนองนา นำโดย อาจารย์ยักษ์ (ดร. วิวัฒน์ ศัลยกำธร) อดีต รมช. เกษตรฯ ที่ในหลวงรัชกาลปัจจุบันทรงให้ทดลองดำเนินการเป็นต้นแบบที่พระที่นั่งวิมานเมฆ เราได้ฟังเรื่องเล่าจากท่านอาจารย์ยักษ์อย่างเต็มอิ่ม ประเทืองปัญญา
ผมได้ทำความรู้จัก อารยะเกษตร ที่เป็นโมเดลพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ เช่นเดียวกัน จากการนำเสนอโดยพลเอกสมบัติ ธัญญะวัน ได้เรียนรู้ว่า ไม่ใช่กิจกรรมด้านการเกษตร แต่เป็นกิจกรรมพัฒนาคนให้เป็นคนดีมีจิตเห็นแก่ส่วนรวม ที่เมื่อฟังโดยตลอดแล้ว ผมบอกตัวเองว่า นี่คือกิจกรรมพัฒนา V&A ใน VASK ที่ดีกว่า VbE (ค่านิยมศึกษา) ของฝรั่ง หรืออาจจะเรียกว่า วิธีการ VbE แบบไทยก็ได้
พลิกโลกการเรียนรู้ที่แท้จริงอยู่ที่ประสบการณ์ของเด็ก และอยู่ที่ระบบนิเวศการเรียนรู้ที่โรงเรียน และภาคีร่วมกันจัดให้แก่เด็ก ที่เห็นชัดเจนว่า ในโรงเรียนที่มานำเสนอ มีความก้าวหน้าอย่างน่าชื่นใจ โดยมีหลักการสำคัญคือ ผอ. เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงนั้น ร่วมกับครูแกนนำ และครูทั้งหลาย รวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครอง
เบื้องหลังคือ แรงหนุนจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ที่ ศน. รจนา ไปเยี่ยมและคุยกับนักเรียน ครู ผอ. และผู้ปกครองนักเรียน ด้วยตนเอง สิ่งที่นำมาเสนอจึงเป็นของจริง ไม่ใช่ผักชี
ความท้าทายหลัก น่าจะอยู่ที่ระบบใหญ่ ที่ผู้บริหารและครูจำนวนมาก หรือส่วนใหญ่ มีชีวิตหมกมุ่นอยู่กับการหาโอกาสย้าย และผลประโยชน์อื่นๆ ของตนเอง ไม่ใช่หมกมุ่นอยู่กับตัวเด็ก และระบบนิเวศการเรียนรู้ของเด็ก ผมได้แต่หวังว่า จะมีการแก้ไขปัญหาเชิงระบบนี้ในไม่ช้า นี่คือการพลิกโฉมที่ประเทศไทยต้องการเพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ
การประชุมวันที่ ๑๗ ตอนท้ายสุด มีกำหนดให้ผมพูดปิดท้าย เรื่อง “จุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา และการเชื่อมโยงการพัฒนาคนทุกช่วงวัยขับเคลื่อนและการพัฒนาต่อยอด” ที่เมื่อผมฟังสาระในการประชุมวันที่ ๑๖ แล้วจัดทำ PowerPoint ประกอบการพูดเรื่อง หนุนชาวสระแก้ว เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ครบทุกมิติ ซึ่งดู PowerPoint ประกอบการประชุมได้ที่ (ก) (ลิ้งค์ไปยังไฟล์ ชาวสระแก้ว) และชมวิดีทัศน์การบรรยายได้ที่ (ข) เสียดายที่คนถ่ายไม่ได้ถ่าย สไลด์ PowerPoint ลงในวิดีทัศน์
วิจารณ์ พานิช
๒๙ ก.ย. ๖๘ ปรับปรุง ๘ ต.ค. ๖๘