อาลัย

BM.chaiwut
  อาลัย  

วิทยาลัย มหาวิทยาลัย ซึ่งมี อาลัย ต่อท้ายนั้น ผู้เขียนสงสัยมานานแล้วว่า อาลัย หมายความว่าอย่างไร เพราะตามความเข้าใจส่วนตัว อาลัย หมายถึง ห่วงใย ข้องใจ เยื่อใย ...ประมาณนี้ ...

เมื่อแรกบวชเรียนนักธรรมก็มีคำหนึ่งซึ่งเป็นไวพจน์ (คำที่ใช้แทนกันได้) คำหนึ่งของนิพพาน คือ อาลยสมุคฆาโต การถอนขึ้นด้วยดีซึ่งอาลัย ทำให้สงสัยในคำนี้มากยิ่งขึ้น ...และเมื่อเริ่มเรียนบาลีได้มีโอกาสถามครูท่านหนึ่ง ท่านก็ตอบว่า อาลัย ถ้าแปลตรงกับคำไทยน่าจะแปลว่า แหล่ง ..หมายถึงสถานที่อยู่ ที่พำนักอาศัย ..ทำนองนี้

เมื่อมาเป็นครูบาลีก็ค้นคำนี้ต่อมาจนรู้ว่า อาลัย มี ๒ ความหมาย คือ

๑. ห่วงใย ข้องใจ เยื่อใย เป็นห่วง ...ทำนองนี้

๒. บ้าน เรือน ที่อยู่อาศัย ที่พำนัก แหล่ง...ทำนองนี้

เมื่อเพ่งตามรูปศัพท์ อาลัย มาจากรากศัพท์ว่า ลี (แปลงเป็น ลย) โดยมี อา เป็นอุปสรรคนำหน้า (อา+ลี-ลย = อาลัย)... ลี บ่งชี้ความหมายว่า ยึดตืด เกาะเกี่ยว พัวพัน ..ทำนองนี้ ...และ อา อุปสรรค ในที่นี้ ประสงค์เอาความหมายว่า ยิ่ง หรือทั่ว ..รวมความ อาลัย หมายถึง ยึดติด เกาะเกี่ยว หรือพัวพันอยู่ในสิ่งนั้นๆ ในหลายๆ ด้าน หลายๆ เรื่อง และยิ่งกว่าอาการธรรมดา ..ประมาณนี้

ถามว่า ยึดติด เกาะเกี่ยว หรือพัวพันอย่างยิ่งในอะไร? ...ก็อาจแยกตอบได้เป็น ๒ นัย คือ นัยนามธรรม และนัยรูปธรรม...ดังต่อไปนี้

นัยนามธรรม รูปาทีสุ อาลีนาติ เตนาติ อาลโย สัตว์ย่อมยึดติดอย่างยิ่งในอารมณ์มีรูปเป็นด้นด้วยสภาวะนั้น ดังนั้น สภาวะนั้นชื่อว่า อาลัย (เป็นเหตุยึดติดอย่างยิ่ง) ... ถ้าวิเคราะห์ทำนองนี้ แปลเป็นไทยก็ได้ความว่า ห่วงใย เป็นห่วง เยื่อใย นั่นเอง...

อธิบายว่า จิตใจของเรานั้น ส่ายไปหาอารมณ์ต่างๆ เสมอ เช่น ห่วงคนโน้น คนนี้ ห่วงลูก ห่วงหลาน ห่วงสถานการณ์บ้านเมืองว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร คิดถึงรายการละครโทรทัศน์คืนนี้ต้องรีบกลับบ้าน...ทำนองนี้ เรียกว่า อาลัย..

นัยรูปธรรม  อาลีนาติ ตตฺถ ตตฺถาติ อาลโย สัตว์ย่อมยึดติดอย่างยิ่งในที่นั้นๆ ดังนั้น ที่นั้นๆ ชื่อว่า อาลัย (เป็นที่ยึดติดอย่างยิ่ง) ...ถ้าวิเคราะห์ทำนองนี้ แปลเป็นไทยก็คือ ที่อยู่ บ้านเรือน ที่พำนัก เป็นต้น

อธิบายว่า บางสถานที่นั้นเราให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เช่น เรือนก็ให้ความสำคัญในฐานะเป็นที่อยู่อาศัยของเรา... ที่ตรงนี้จะต้องเป็นที่เรียนที่สอนหนังสือเท่านั้น...ที่ตรงนี้เป็นสถานที่พักผ่อนของคนทั่วๆ ไป ไม่กำหนดให้เป็นสถานที่ส่วนตัวของใคร...อาการที่เราให้ความสำคัญเป็นพิเศษในแต่และสถานที่ทำนองนี้ บ่งชี้ว่าเป็นการยึดติดอยู่ในที่นั้นๆ ซึ่งเรียกว่า อาลัย ได้เช่นเดียวกัน..

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เล่าเรื่องภาษาบาลี

คำสำคัญ (Tags)#อาลัย

หมายเลขบันทึก: 72623, เขียน: 14 Jan 2007 @ 20:40, แก้ไข, 24 Jun 2012 @ 03:08, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 6, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (6)

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 14 Jan 2007 @ 21:18
  • มาอ่านครับหลวงพี่
  • แล้วหมดอาลัยตายอยากนี่เกี่ยวกันไหมครับ
  • ยิ้ม ยิ้ม
BM.chaiwut
เขียนเมื่อ 14 Jan 2007 @ 21:30

อาจารย์ขจิต

หมดอาลัยตายอยาก ..อันที่จริงน่าจะเป็น หมดอาลัยตายยาก มากกว่านะ

คำนี้เป็นสำนวนซึ่งบ่งบอก ความเป็นอยู่ บุคลิกภาพ หรือพฤติกรรมของคนที่ไม่ค่อยสนใจอะไร ไม่ค่อยยินดียินร้าย เมินเฉย เพิกฉายกับสิ่งต่างๆ...ทำนองนี้

ถ้าจะแยกศัพท์ หมดอาลัยตายยาก แยกออกเป็น หมดอาลัย +ตายยาก ...

หมดอาลัย หมายถึง ไม่มีเยื่อใย ไม่เป็นห่วง หรือไม่ข้องใจอะไรทั้งสิ้น ...ตายยาก หมายถึง ยังคงดำรงชีพอยู่ ยังไม่ตาย ยังทนอยู่ได้ ..ประมาณนี้

ที่จริง อธิบายได้อีก แต่แค่นี้พอแล้วนะ อาจารย์ 5 5 5

 เจริญพร

นายขำ
เขียนเมื่อ 15 Jan 2007 @ 16:55

พระอาจารย์ครับ...หมดอาลัย นี่...ก็เป็นอีกคำหนึ่งที่ พิจารณาโดยละเอียด...สู่ละเอียดหมดจด...จนสิ้นเชื้ออาลัยไม่หลงเหลืออีก... ก็จะเป็นเส้นทางสู่นิพพานได้เช่นกัน....

 

แต่ตายยากนี่...ผมว่าเป็นเรื่องของ ธรรมะ ที่ไม่มีวันตายต่างหากครับ พระอาจารย์....5555

BM.chaiwut
เขียนเมื่อ 15 Jan 2007 @ 18:37

คุณโยมขำ

ใช่ครับ หมดอาลัย อาจหมายถึง สภาวะที่เรียกว่า นิพพาน ก็ได้... มีคำว่า อาลยสมุคฆาโต ความถอนขึ้นด้วยดีแห่งอาลัย ...และ ฉายาภิกษุบางรูปว่า อนาลโย แปลว่า ผู้ไม่มีกิเลสเป็นเครื่องอาลัย ก็หมายถึงพระอรหันต์ เป็นเครื่องเทียบเคียงได้ ...

แต่ ตายยาก หมายถึง ธรรมะ ที่ไม่มีวันตาย ประเด็นนี้คัดค้าน.. เพราะคำว่า ยาก หมายถึง ยังมีความเป็นไปได้ แต่มีความเป็นไปได้น้อยกว่าความเป็นไปไม่ได้เท่านั้น ดังนั้น คำว่า ตายยาก บ่งชี้ มีความเป็นไปได้น้อย มิใช่ว่าเป็นไปไม่ได้

อนึ่ง ตรรกศาสตร์มีเรื่องการทำให้ความหมายผิดเพี้ยนไปจากเดิมโดยวิธีการไม่ถูกต้องอยู่ด้วย เช่น กินแล้วแข็ง - แรงไม่มี -โรคภัยเบียดเบียน (กินแล้ว -แข็งแรง -ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน) ...นั่นคือ การแยกศัพท์ การเน้นเสียง ที่ผิดเพี้ยนทำให้ความหมายไม่ตรงวัตถุประสงค์เดิมได้

ดังนั้น การอธิบายตามนัยของคุณโยมขำๆ นะ ก็เข้าข่ายผิดหลักตรรกศาสตร์ในเรื่องนี้โดยประการฉะนี้

เจริญพร

นายขำ
เขียนเมื่อ 17 Jan 2007 @ 01:36

ครับ...พระอาจารย๋

 

ช่วงนี้ไม่ว่างครับ...เป็นวิทยากรอยู่อ่พครับ

BM.chaiwut
เขียนเมื่อ 17 Jan 2007 @ 01:39

เจริญพรยามดึก

โยมขำ มาหลังเที่ยงคืน เลย

เจริญพร