GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

คอมพิวเตอร์กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนในชาติ

E-learning

เป็นที่น่ายินดีว่าบัดนี้ ได้เกิดการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ใช้ Moodle เพื่อการพัฒนาการเรียนการสอนในรูปแบบ E-learning ขึ้นแล้ว ลองติดตามรายละเอียดได้ใน http://www.thaimoodle.net นะครับ ส่วนโรงเรียนดิจิทัลที่ผมกับบักบอยร่วมกันก่อตั้งขึ้น ก็คงจะต้องโบกมืออำลาในวันสองวันนี้แล้ว เพราะสิ่งที่เราคาดหวังได้เดินไปสู่จุดหมายที่ตั้งไว้แล้ว

Moodle ทำอะไรได้บ้าง ทำไมต้อง Moodle
    (บทความนี้ ผมเขียนไว้ในโรงเรียนดิจิทัลของผมเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๔๗ นี้ละครับ ก็ขออนุญาตเอามาเล่าสู่กัน ณ ที่นี้)

ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะที่เกี่ยวกับประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไม่ใช่การสอนหรือการมาแนะนำแต่ประการใดนะครับ

พักหลังๆ นี้มี มี Software หรือเว็บสำเร็จรูปที่มาในรูปแบบนามสกุล php มาให้เลือกใช้กันมากมาย แรกๆ ผมก็วิ่งตามทดลองใช้ให้วุ่นวายอยู่พอสมควร

ไม่ว่าจะเป็น PHPNuke, PostNuke, Mambo และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งยอมรับว่าเป็นเว็บไซต์สำเร็จรูปที่มีประสิทธิภาพพอสมควร และก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาไปใช้งานอะไร แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ยังไม่สามารถตอบโจทย์ของผมได้ ก็ทดลองปรับเปลี่ยนประยุกต์ใช้ จนสุดท้ายมาพบ Moodle นี่แหละ

โจทย์ของผมคืออะไร???

๑.ต้องเป็นเว็บที่สามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้

๒.ต้องเป็นเว็บที่ใช้ในการเรียนการสอนได้

๓.สามารถกำหนดและตรวจสอบเวลาผู้เรียนได้

๔.สามารถทำแบบทดสอบและวัดประเมินผลได้

๕.สามารถปรับประยุกต์ใช้งานให้เหมาะสมตามที่เราต้องการ
 

พอค้นพบ Moodle และกว่าจะใช้งานได้ ก็ต้องอาศัยเวลาพอสมควร ต้องนั่งอ่านนั่งแปลวิธีการติดตั้ง และวิธีการใช้งาน กระทั่งพอใช้งานได้นะครับ ไม่ถึงกับเป็นผู้เชี่ยวชาญแต่ประการใด

เว็บแรกที่ผมใช้ Moodle ทำคือ http://www.kradandum.com/E-learning และก็ทดลองใช้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหาต่างๆ กับน้องวรัท  พฤกษากุลนันท์ จนกระทั่งเราแน่ใจว่า เราพอจะให้คำตอบแก่ผู้ที่สนใจได้ และสร้างเครือข่ายขึ้นมาสำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้อีกทางหนึ่ง

ผมไม่อยากตอบคำถามที่ว่า Moodle ทำอะไรได้บ้าง? แต่ผมจะอยากจะถามกลับจากประสบการณ์ส่วนตัวว่า ท่านต้องการจะทำอะไรมากกว่า

จากนั้นค่อยหาเหตุและปัจจัยที่จะนำไปสู่ผลที่ท่านต้องการ

เช่นเดียวกับการทำ CAI มักมีคำถามว่า ใช้ Authorware หรือ Toolbook ทำดี เพราะโดยส่วนตัว เมื่อ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ผมถนัดที่จะใช้ Toolbook มากกว่า แต่ก็ไม่ปฏิเสธ Authorware

มาถึงวันนี้ เมื่อผมทำ CAI ผมก็ต้องมาไล่เรียงเหตุปัจจัยต่างๆ ที่จะนำไปสู่ผลที่ผมต้องการ ผมก็เลือกใช้ Authurware ไม่ใช่ว่าดีกว่า Toolbook เพียงแต่ในเวลาและสถานการณ์นั้น จำเป็นต้องใช้ ผมก็ต้องเลือก

ฉันใดก็เช่นนั้น Moodle เป็นเหตุและปัจจัยตัวหนึ่งที่สามารถตอบโจทย์ผมได้ทุกข้อ ซึ่งก่อนหน้านั้น ผมลองใช้จาก http://www.blackboard.com แต่ไม่สามารถตอบโจทย์ผมได้ทั้งหมด ก็ต้องเลิกรากันไป

ทีนี่ ลองมาไล่เรียงดูว่า ปัญหาในการทำเว็บของท่านคืออะไร...

จากนั้นก็เริ่มลงมือปฏิบัติตามแนวทางของตนเอง

....

เกาหลีใต้ พัฒนา E-learning เป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ
    (บทความนี้ ผมเขียนไว้ใน thaimoodle.net ของผมเมื่อเดือนสิงหาคมนี้ละครับ ก็ขออนุญาตเอามาเล่าสู่กันในกระดานดำ)

วันอาทิตย์ที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๗ ผมฟังวิทยุ AM 891 เวลา ๙.๐๐-๑๐.๐๐ รายการ อินเทอร์เน็ต IT จัดโดย ศ.ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน เป็นรายการวิทยุที่ผมติดตามฟังเป็นประจำมาหลายเดือนแล้ว ซึ่งเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องราวของ IT และอินเทอร์เน็ต

ข่าวหนึ่งที่น่าสนใจคือ เรื่องที่ประเทศเกาหลีใต้เตรียมพัฒนา E-learning ให้เป็นอุตสาหกรรมหลักในประเทศ เพื่อสนับสนุนการศึกษาผ่านอินเทอร์เน็ต โดยที่ประชากรในเกาหลีใต้กว่าร้อยละ ๗๐ ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ ๔๘ ล้านคน และกว่า ๑๒ ล้านคนใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

ส่วนประเทศไทย ก็เห็นรัฐบาลอยากให้คนไทย ๑ ล้านได้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

ผมก็อยากใช้เหมือนกันนะขอรับ เพราะบางครั้งบางหน มันก็เป็นอุปสรรคในการทำงานของผมจนไม่อยากจะเปิดเน็ต

เอาละครับ ถึงแม้มันจะช้าไปบ้างก็ยังพอทำได้ เอาประเด็นที่เกาหลีใต้เตรียมพัฒนา E-learning เป็นอุตสาหกรรมหลัก มันก็เชื่อมโยงมาสิ่งที่พวกเราและหลายๆ ท่านกำลังทำอยู่

อย่างไรก็ดี แนวคิดของผมในวันนี้ เรื่อง E-learning ก็คือ นำสิ่งที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์ของบุคลากรด้านการศึกษา

ในเมื่อโรงเรียนส่วนใหญ่ก็มีคอมพิวเตอร์กันแล้ว คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาส่วนใหญ่ก็มีคอมพิวเตอร์ใช้กันแล้ว

ประการสำคัญคือ นักเรียนส่วนใหญ่ ใช้คอมพิวเตอร์เป็นกันแล้ว ทั้งยังใช้อินเทอร์เน็ตได้ชำนาญกว่าคณาจารย์เสียอีก

เรื่องนี้ เราต้องยอมรับ

ผมเคยกล่าวถึง การสร้างองค์ความรู้ไว้ในอินเทอร์เน็ต และโครงการ ๑ โรงเรียน ๑ บทเรียน ลองไปหาอ่านดู ผมเขียนไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ นะครับ

วันนี้ บ้านเรากำลังเข้าสู่ยุคตื่นทองของ E-learning (ผมชอบคำนี้เพราะมันเห็นภาพดี) เป็นเรื่องดีครับที่เรามาช่วยกันพัฒนาการใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่ถูกที่ควรมากขึ้น

แต่ผมไม่ได้มองว่า E-learning มันจะมายกระดับการศึกษาของคนในชาติให้สูงขึ้นแต่ประการใดนะครับ หากแต่เราจะมาช่วยกันดึงเด็กๆ ที่ใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่ไม่ถูกไม่ควร ให้หันมาใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาบ้าง

ลองนึกภาพเล่นๆ นะครับ หากอาจารย์แต่ละท่านมีเว็บไซต์ หรือมีบทเรียนผ่านเว็บ หรือ E-learning เป็นของตัวเอง และมอบหมายงานให้นักเรียนเข้าไปค้นคว้าหรือส่งงานผ่านเว็บ อาทิตย์ละหนก็พอ

นักเรียน นิสิต นักศึกษา ก็ต้องเอาเวลาส่วนหนึ่งในการใช้คอมพิวเตอร์มาใช้สำหรับค้นคว้าและส่งงานที่ครูมอบหมาย จะส่งผ่านเว็บ หรือส่งกับตัวครู ก็ได้ แต่ขอให้ไปเปิดเว็บที่ครูมอบหมายก็เป็นพอ

และเดี๋ยวนี้ เด็กๆ ระดับประถมก็ใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตคล่องพอสมควร

ส่วนเว็บนั้นจะสร้างจากเครื่องมือหรือ tool ตัวไหน ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่าไรนัก แม้แต่ Microsoft Word ก็สามารถทำได้ ส่วนพื้นที่ฟรีก็มีให้ใช้ถมไป

อยู่ที่ว่าจะทำหรือไม่ทำ หรือ ผู้ที่วางนโยบายระดับชาติ มีวิสัยทัศน์เรื่องนี้มากน้อยเพียงไร

ก็เอาไปคิดต่อเล่นๆ นะครับ --

หากครูและนักเรียน สามารถพูดคุยกันไปในทิศทางเดียวกัน สร้างคุณค่าทางวิชาการ จริยธรรม และศีลธรรมที่ดี ก็จะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพของประชากรในประเทศไทย

การใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ก็สามารถปรับพฤติกรรมของเด็กๆ ให้ไปในทางที่ถูกที่ควรมากขึ้น ปัญหาที่มันเกิดเกี่ยวเนื่องกับคอมพิวเตอร์ทุกวันนี้ ก็เพราะเราไม่ได้ฝึกเด็กๆ มาตั้งแต่แรกครับ

นี่คือสิ่งสำคัญที่ผมคิดเอาไว้ เราต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์ของคนในชาติ ให้เป็นไปในทางที่ถูกที่ควรมากขึ้น ภายในอนาคตอันใกล้

ดูเหมือนเรื่องเพ้อฝัน --- แต่ลองเถอะครับ ลองทำดู อย่าไปคาดหวังเรื่องผลการเรียนจาก E-learning มากจนเกินไป ให้มันเป็นส่วนหนึ่งที่จะกระตุ้นเตือน กระตุกให้ผู้เรียนสนใจเนื้อหาวิชาก็พอแล้ว

ผมชอบคิดการณ์ใหญ่ แต่ทำเล็กๆ ไปก่อน อย่างที่ผมเคยเขียนไว้อีกนั่นแหละ Think Globally act Localty

เช่นเดียวกับที่เรากำลังทำอยู่ใน thaimoodle.net และ thaidigitalschool.net ก็เริ่มจากคนไม่กี่คนดังที่ทราบ กับเงินไม่กี่พันบาท ผนวกกับความฝันเดียวกัน ...เราทำจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว

เกาหลีใต้เตรียมพัฒนาอุตสาหกรรม E-learning เป็นอุตสาหกรรมหลักในประเทศ ส่วนเรากำลังทำให้ E-learning เป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดสำหรับบุคลากรทางการศึกษา

บัดนี้คำกล่าวที่ว่า "ผีเสื้อกระพือปีก อาจทำให้เกิดคลื่นในมหาสมุทร"

อาจจะกลายเป็นจริงแล้วก็ได้ ท่านว่าไหม...

ด้วยจิตคารวะ
เขียนเมื่อ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๗
ลงซ้ำ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๐

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): e-learning
หมายเลขบันทึก: 72622
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)