เมื่อตะกี้ดูรายการ discovery ของยูบีซี   เป็นรายการเกี่ยวกับการรักษาทาง "อายุรเวท" ของอินเดีย  รู้สึกตื่นตาตืนใจจริงๆ เพราะว่าเพิ่งได้ยินได้เห็นแบบตรงๆเป็นครั้งแรก  ดูแล้วน่าสนใจมาก

เนื่องจากเป็นการรักษาโดยการใช้สมุนไพร การนวด  การตรวจวินิจฉัยโดยจับชีพจร  และทางรายการก็ได้อ้างถึงอย่างมีหลักการและเหตุผล รวมทั้งมีบันทึกอ้างอิงจากประวัติศาสตร์และคัมภีร์โบราณ (เพิ่งรู้จากรายการด้วยว่า การรักษาโดยการผ่าตัดศัลยกรรมพลาสติกเสริมจมูก เกิดขึ้นครั้งแรกในอินเดีย)

การรักษาทางอายุรเวท จะไม่ใช่ยาเคมี แบบการแพทย์ทางตะวันตก แต่จะใช้สมุนไพร และธรรมชาติ มารักษาจึงไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงใดที่เป็นอันตรายตามมา

และที่รู้สึกทึ่ง อีกทั้งพอเห็นก็ยอมรับโดยแทบทันที ก็คือ การรักษาโดยที่เรียกว่า "ธารา"  ในรายการได้บอกว่า ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับสมอง พวกนอนไม่หลับ หลับมาก ปวดหัว  โรคเครียด รวมไปถึงโรคเบาหวาน  ในการรักษาเขาจะใช้น้ำมันและสมุนไพร รดใส่หน้าผาก แล้วนวดไปบนหัวเบาๆ มันเหมือนการสระผมโดยใช้น้ำมันสมุนไพรยังไงยังงั้น

 

ทำให้นึกถึงตนเอง  เวลาที่รู้สึกมึนๆ ปวดหัว หรือเครียดๆจะชอบไปให้ที่ร้านสระผมให้ ให้เขานวดศีรษะให้  ความเย็นของน้ำทำให้ผ่อนคลาย ความหอมของยาสระผมและครีมนวด ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง การใช้ปลายนิ้วของช่างนวดไปเบาๆบนหนังศีรษะ ทำใหความตึงเครียดหายไป ออกจากร้านแล้วจะหัวเบาหวิว สบายตัวขึ้น

ไม่รู้ว่าแบบนี้คือการรักษาด้วยวิธี "ธารา"  ด้วยไหมนะ

จากการที่ทำงานในวิชาชีพทางการแพทย์มาหลายปี สิ่งที่สังเกตเห็นมากๆคือ ดูเหมือนการแพทย์สมัยใหม่ จะเน้นรักษาที่โรคมากกว่ารักษาที่คน และเน้นทฤษฏีในตำรา มากกว่าคนไข้  บางครั้งที่หมอฟังแค่อาการ และดูผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการเท่านั้น แต่ไม่ได้ดูที่คนไข้เลย ก็สั่งยาให้แล้ว  (ขออนุญาตใช้คำว่าบางครั้ง เพราะเจอมีหมอ (ส่วนใหญ่เป็นหมอรุ่นเด็กๆ) บางท่านทำแบบนี้จริงๆ )  และหลายครั้งที่คนไข้มีอาการ แต่ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่ได้ตรงตามตำราว่าไว้ หมอก็ไม่รักษาอะไรต่อ  บอกว่าคนไข้ไม่ได้เป็นอะไร

ไม่ต้องดูอื่นไกลหรอก ตัวของ k-jira เองนี่แหล่ะ ที่เป็นตัวอย่างได้  มีหลายอาการที่เกิดขึ้นในตัวเอง ที่ก่อนนี้เคยเครียด แต่ตอนนี้ปลงแล้ว  คิดแต่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ช่างเถอะ   อาการดังกล่าวคือ อาการปวดเสียวของเส้นประสาท  อาการอักเสบแดงร้อนของข้อ  อาการปวดศีรษะตาพร่า รวมไปถึงอาการอ่อนแรงของแขนและขาซีกซ้าย เพราะว่าไปหาหมอก็แค่นั้น  จะได้รับการรักษาตามอาการ แต่ไม่สามารถตรวจหาได้ว่าเป็นอะไรกันแน่   ดังนั้นต่อมา พอ attact ขึ้นแต่ละครั้ง ก็กินยาเองรักษาตามอาการ มันก็จะดีขึ้นมา

เท่าที่วินิจฉัยเอง.. สงสัยว่ามันคงเป็นโรคที่เกิดจากลมธาตุภายในผิดปกติแน่  เพราะมันมักจะ  attact ช่วงที่ร่างกายอ่อนเพลีย ตรากตรำงาน ภูมิต้านทานลดต่ำลง  รวมไปถึงช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง (ใกล้วันนั้นของเดือน)

ด้วยเหตุนี้จึงพึ่งยาของการแพทย์แผนปัจจุบัน พวกยาแก้อักเสบ กับยาแก้ปวด ช่วยลดการอักเสบที่เกิดขึ้นและลดปวด เป็นการแก้ไขตามอาการ แต่ถ้าจะรักษาจริงๆ คงอาจจะต้องพึ่งพาการแพทย์แผนโบราณเสียแล้ว  และดูๆ  การรักษาทาง "อายุรเวท"  นับว่าน่าสนใจอย่างยิ่งทีเดียว

เห็นทีต้องไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับ "อายุรเวท" แล้วล่ะ  ท่านใดที่เข้ามาอ่านบันทึกนี้ แล้วมีลิ้งค์ที่ไหน เกี่ยวกับเรื่องนี้ จะแนะนำ ก็ขอความกรุณาช่วยโพสต์ไว้ให้ด้วยนะคะ จะขอบพระคุณอย่างยิ่ง

 

.................................................

 

ปล. บันทึกนี้พิมพ์สดๆหลังจากดูายการจบ เพราะกลัวว่าจะลืม อาจจะไม่ได้มีรายละเอียดใดมากนัก ต้องขออภัยด้วยนะคะ