คุณพ่อคุณแม่คือกุญแจสำคัญ....อย่าให้ค่านิยมของสังคมมาทำร้ายลูกๆของเราเลย

อ่านบันทึกคุณศิริเรื่องที่ว่า ทำไมตอนเรียนไม่เห็นอยากรู้ กับบันทึกอ.ปารมีที่คุณลูกสาวคนคิดเก่ง สะท้อนมุมมองของเด็กออกมาแล้ว รวมกับการที่ได้พูดคุยกับพี่วั้น เรื่องเพื่อนกับพ่อแม่และการสอบในวันนี้แล้ว ทำให้อยากเขียนบันทึกนี้ฝากมาถึงคุณพ่อคุณแม่ของเด็กไทยวันนี้ทุกๆท่าน ว่าช่วยกัน...ปลดปล่อยสมองของลูกๆเราจากกรอบที่ระบบการศึกษาใส่ให้พวกเขากันเถิดค่ะ

ทำได้ยังไง....ยากค่ะ....เพราะเรา"ชิน"กับมันเสียแล้ว เราลืมคิดไปแล้วว่า เราเองก็โดนกรอบนี้บีบมาเหมือนกัน จนพวกเรา"ถูกทำให้คิด"แบบเดียวกัน ต้องให้ตั้งหน้าตั้งตาเรียน (ท่องตำรา เรียนพิเศษ อ่านหนังสือเรียน) เรียนให้ดีๆจะได้มีงานดีๆ (ใช้สมอง มีหน้ามีตาในสังคม ทำเงินได้เยอะๆ) เรียนๆท่องๆสิ่งที่ต้องสอบ อยากหรือไม่อยาก ใช้หรือไม่ใช้ รู้หรือไม่รู้จริง สงสัยหรือไม่สงสัย ก็ต้องทำทำไปตามที่"ใครๆก็ทำ" กันทั้งนั้น ทำให้...เราไม่เห็นอยากรู้ ไม่เห็นอยากคิด แค่จำก็ไม่หวาดไม่ไหวแล้ว....ใช่ไหมคะ

ถึงจะชักชวน ก็ไม่คิดว่าทำได้ทันทีหรอกค่ะ อาจจะได้ในคนที่ยังมีลูกเล็กๆ เพราะทางเดินยังอีกยาวไกล เด็กยังไม่ถูกตีกรอบให้หยุดคิด จินตนาการ แต่สำหรับเด็กโตหน่อย ทำได้โดยปล่อยให้ เด็กคิดเองบ้าง ฟังความคิดของเขา ให้โอกาสลูกได้พูดให้เราฟังบ้าง ใช้ Appreciate Inquiry กับลูกให้มากที่สุด 
                    เลิก...หรือถ้ายากนัก ก็แค่...ลด..การบีบบังคับให้ลูกเรียน การบ่นว่า สั่งสอน (ที่ทำซ้ำมานานแล้ว ลูกก็คงไม่ฟังแล้ว....ได้ยินเฉยๆ) การคาดหวังว่าลูกจะต้องสอบให้ได้คะแนนดีๆ
                   เปลี่ยนมาเป็นชื่นชมสิ่งที่ลูกทำได้ดี ช่วยกันดูสิ่งที่ทำได้แย่ลงว่าจะให้พ่อแม่ช่วยยังไงไหม ถามลูกซิว่า เหนื่อยไหม เบื่อไหม อยากบอกอะไรพ่อแม่ไหม สัญญากับลูกว่า จะไม่พูดจนกว่าลูกจะพูดจบ
                     ลองดูสิคะ....ว่าจะเกิดอะไรขึ้น....อ่านตำรามาแล้วว่า ถ้าคุณพ่อคุณแม่เอาหัวใจที่รักลูกเป็นตัวตั้งในการเปลี่ยนนี้...จะได้เห็นผลค่ะ

ฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายค่ะ ตัวเองทำแล้ว...เห็นว่า...ดีค่ะ ลูกมีความสุข...รักที่จะเรียน รักที่จะรู้ รักที่จะคิด ลูกไม่ได้ทำทุกอย่างถูกต้องดีงามตลอด ลูกไม่ได้ดีวิเศษ แต่ลูกรู้ว่า เขาจะเรียนรู้ได้เสมอ จากทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำ เขาไม่ต้องเก่งที่สุด เขาไม่ต้องถูกตลอดเวลา เขาไม่ต้องอ่านแต่ตำราเรียน เขาได้เป็นตัวของเขาเอง....อย่างที่อยากจะเป็น เขาเคารพตัวเอง เขาคิดเองว่าอะไรดี ไม่ดี เขารู้ว่าเขาคุยกับเราได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าเขาจะผิดหรือถูก เขารู้ว่าเราจะบอกเมื่อเขาทำไม่ดี เราจะเป็นกัลยาณมิตรที่ดีที่สุดกับเขาเสมอ  

ชีวิตนี้สั้นนักค่ะ เราทำให้เขาเกิดมาแล้ว เราควรให้จิตวิญญาณกับเขา ให้เขาได้เป็นตัวเขาเอง ชีวิตเขาเป็นของเขา ไม่ใช่ของเรา ปล่อยความคิดของเด็กๆให้เป็นอิสระกันเถิด เรามีหน้าที่เพียงช่วยกันเป็นแบบอย่างที่ดีและชี้แนะแนวทางที่ถูกที่ควรให้เขาเท่านั้นเอง

นี่ถึงจะเป็นของขวัญวันเด็กที่เด็กๆทุกคนควรได้รับค่ะ