มิตรภาพเหนือชัยชนะ : ความคาดหวังของมหาวิทยาลัยจากนักกีฬาก่อนการเดินทางสู่ "ราชพฤกษ์เกมส์" (กีฬาปัญญาชนของชาวอุดมศึกษา)

  ติดต่อ

  ความเป็นมหาวิทยาลัยจะติดตัวท่านไปในทุกย่างก้าว ..และจงเรียนรู้ที่จะแข่งขัน แต่ต้องไม่ตกเป็นทาสของผลการแข่งขัน  

วันที่  ๑๒  มกราคม  ๒๕๕๐  เวลาประมาณ  ๑๘.๐๐ น. คณะผู้ควบคุมทีมและนักกีฬามหาวิทยาลัยมหาสารคาม นัดหมายรวมพลกันที่อาคารบรมราชกุมารี หรือที่ชาว มมส  เรียกกันโดยทั่วไปว่า "ตึกอธิการบดี"  โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน  คือการเข้ารับโอวาทจากอธิการบดี  เนื่องในโอกาสการเดินทางเข้าร่วมแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๓๔  รอบมหกรรม  (ราชพฤกษ์เกมส์)  ซึ่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่  ๑๙ -  ๒๖ มกราคม  ๒๕๕๐

การเข้ารับโอวาทดังกล่าว  ถือเป็นวัฒนธรรมอันดีที่เราชาวนักกีฬา มมส  ยึดถือปฏิบัติกันมายาวนาน  เป็นการ "เอาฤกษ์ - เอาชัย"  ทั้งในแง่การเดินทาง การแข่งขัน และอื่น ๆ  หากแต่ปีนี้แตกต่างจากทุกครั้ง  เนื่องจากท่านอธิการบดีมีราชการสำคัญ จึงมอบหมาย ผศ.ดร.ศุภชัย  สมัปปิโต  รองอธิการบดีฝ่ายนโยบาย แผนและวิจัย เป็นผู้แทนทำหน้าที่อันสำคัญดังกล่าว...

นอกเหนือจากคำอวยพรและแรงใจจากประธานที่สื่อสารและมอบกำนัลแก่คณะนักกีฬา  ผศ.ดร.ศุภชัย  สมัปปิโต ยังย้ำให้นักกีฬา "ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่  และมิให้หมกมุ่นกับผลแพ้ชนะ จนลืมกฎกติกา มารยาท"  และหาก ประสบความสำเร็จได้เหรียญรางวัลกลับมา  มหาวิทยาลัยก็จะมีทุนการศึกษาให้นักกีฬานั้น ๆ  เป็นต้นว่า เหรียญทอง ๕๐,๐๐๐  บาท  ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาและเสียงปรบมือกึกก้องไปทั่วอาคาร....

ผมมีโอกาสได้พบปะและชี้แจงต่อคณะนักกีฬาในฐานะผู้ดูแลภาพรวมทั้งหมด  โดยยังคงเน้นย้ำสาระสำคัญ ๒ ประการหลักคือ

       ๑.  การตระหนักถึงเกียรติภูมิของสถาบัน  ซึ่งนักกีฬาต้องประพฤติปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับความเป็นนิสิตของมหาวิทยาลัย  เพราะความเป็นมหาวิทยาลัยจะติดตัวท่านไปในทุกย่างก้าว 

        ๒. การตระหนักถึงหน้าที่ของนักกีฬาที่ต้องอุทิศตนต่อการแข่งขัน และยึดหลัก "มิตรภาพเหนือชัยชนะ" อันเป็นคำขวัญที่ผมนำมาใช้เมื่อครั้ง มมส เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรอบคัดเลือก โซนภาคอีสาน  เมื่อปี ๒๕๔๖  "เรียนรู้ที่จะแข่งขัน แต่ต้องไม่ตกเป็นทาสของผลการแข่งขัน"

เหนือสิ่งอื่นใด  ถึงแม้ ม.มหาสารคาม  จะไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่ยึดกีฬาเป็นเลิศ  แต่ก็เปิดโอกาสให้นักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยอย่างเต็มที่  ขอเพียงแค่ มีคน,  มีความพร้อม, และมีใจรักที่จะเป็นตัวแทนสถาบัน,  ก็มากเกินพอ

จึงไม่แปลกเลยที่ในแต่ละปีจะมีนักกีฬาจาก มมส เข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก !

และเมื่อนำเหรียญรางวัลมาชี้วัด ก็ดูประหนึ่งว่า "ไม่ประสบความสำเร็จ"   แต่สำหรับเรา มันคือ โอกาสอันดีในการนำนิสิตออกสู่โลกแห่งการเรียนรู้    มีแรงจูงใจที่จะกลับมารวมพลังสร้างสรรค์บรรยากาศการเล่นกีฬาในมหาวิทยาลัยให้คึกคักและมีชีวิตชีวามากขึ้นในทุก ๆ ปี 

และทุกปีเราก็ไม่เคยกลับมือเปล่าโดยไร้เหรียญรางวัล,  ในแต่ละปีบางชนิดกีฬาเราก็มีนักกีฬาติดทีมชาติชุดใหญ่อย่างต่อเนื่อง  ดังก่อนหน้านี้ก็คือ ซอฟท์บอล และปัจจุบันก็คือ รักบี้ฟุตบอล

...

วันนั้นเราต่างมาในชุดการแข่งขัน "สีเทา"  อันเป็นสีของมหาวิทยาลัย... 

ปีนี้แตกต่างจากทุกปี  เพราะผมได้นำเสนอกระบวนการ "คัดเลือก" ผู้แทนนักกีฬาทำหน้าที่ "รับธงมหาวิทยาลัย" จากมหาวิทยาลัย ซึ่งก่อนนี้มักไม่ให้ความสำคัญต่อกระบวนการดังกล่าวนัก โดยผู้ที่ได้รับเกียรตินั้นก็คือ นายพัชรพงศ์ สมัครสมาน ชั้นปีที่ ๓  สาขาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศสตร์ฯ ผู้ติดธงชาติไทยในกีฬารักบี้ฟุตบอลไปแข่งเอเชี่ยนเกมส์  ครั้งล่าสุด  สด ๆ ร้อน ๆ

นอกจากนี้ยังนำวีดีทัศน์ประมวลภาพกิจกรรมกีฬาและวิถีชีวิตการเก็บตัวฝึกซ้อมของนักกีฬามาฉายสร้างสรรค์บรรยากาศและปลุกเร้าก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น...รวมถึงการร่วมรับประทานอาหารเย็นร่วมกันในแบบสบาย ๆ  เรียบง่าย  และเป็นกันเอง

.....

ผมให้สัญญากับตัวเองเงียบ ๆ ว่าหลังการแข่งขันเสร็จสิ้นลง...เราจะมีเหรียญรางวัลติดมือกับสู่สถาบันอันทรงเกียรติหรือไม่  แต่เราก็น่าจะมีเวทีเช่นนี้กันอีกสักครั้ง...

... มาร่วมกินข้าว ฟังเพลง ชมประมวลภาพชีวิตของพวกเรา ณ ที่นั่นอีกสักหน  พร้อมชวนคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้เดินทางไปกับเรา...มานั่งรับรู้  รับฟัง  และแบ่งปันเรื่องราวร่วมกับพวกเรา ..

เผื่อว่าบางทีบรรยากาศการเล่นกีฬาในสถาบันจะคึกคักมากขึ้นและกลายมาเป็นกระบวนการที่เข้มแข็งในการพัฒนาชีวิตนิสิตผ่าน "กิจกรรมกีฬา"  อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 72508, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 11, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #msu km กิจกรรมนิสิต

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (11)

มิตรภาพเหนือชัยชนะ  เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นนักกีฬาที่แท้จริง  ครับ
  • มาทักทายและให้กำลังใจทุกท่านครับ
  • ผมเลือดสีเทา-แดง ครับ

เรื่องเล่าจากประสบการณ์ในการร่วมแข่งขันกีฬา เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมากครับ เพียงช่วงเวลาสั้นๆที่ไปร่วมแข่งขัน หลายคนกลับได้เพื่อนแท้ ซึ่งต่างกับเพื่อนที่เจอกันมาเป็นปี ยังไม่สนิทกันเท่ากับเพื่อนที่เล่นกีฬาด้วยกันเลย

น่าจะมีนิสิตที่ไปแข่งขัน มาเล่าเรื่องราวจากประสบการณ์ที่ได้ไปสัมผัสมาบ้างนะครับ

เพราะหลายคนในสังคม ไม่ค่อยมีน้ำใจนักกีฬา

 

ขอบคุณ ครับอาจารย์ เม็กดำ 1

  • สั้น ๆ แต่ตรงประเด็น คมชัดลึกเสมอ (มิตรภาพเหนือชัยชนะ  เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นนักกีฬาที่แท้จริง )
  • ขอบคุณอีกครั้งนะครับ...

ขอบคุณ มากครับ  คุณขจิต 

  • ผมเองก็มีเลือดเทา - แดง อยู่ในตัวครับ แต่เรียนที่ มศว มหาสารคาม
  • วันนี้ก็เถอะ...เลือดนั้นก็ไม่เคยจางหาย
  • ขอบคุณนะครับที่แวะมาทักทาย 
  • แวะมาทักทายครับ
  • เทา-แดง  ปริญญาตรี ที่ มศว สงขลา
  • เทา-แดง  ปริญญาโท ที่ มศว ประสานมิตร ครับ
  • ขอบคุณมากครับที่แวะไปทักทาย
  • ขอให้ประสบความสำเร็จ
  • มีน้ำใจนักกีฬา
  • เห็นคุณค่าของเพื่อนในสนาม

คุณ นายบอน!-กาฬสินธุ์

  • ขอบคุณมากครับ...
  • ก็กำลังลงแรงอย่างนักเลยช่วงนี้ในการชักชวนในนิสิตมาเขียนบันทึก
  • แต่เห็นที่ต้องทำความเข้าใจประชุมให้ความรู้เกี่ยวกับ KM เสียก่อน  เพื่อให้เขารู้และตรัหนักในความจำเป็น หรือความสำคัญในการจัดการความรู้

คุณ ขจิต ฝอยทอง

  • ขอบคุณมากนะครับ
  • ถือได้ว่าเป็นลูกเทา - แดง ขนานแท้เลยก็ว่าได้
  • ทุกวันนี้ยังมีกิจกรรมเทา - งามสัมพันธ์อยู่นะครับ เป็นการร่วมพบปะของชาวเครือ มศว  มีการสัมมนา และทำกิจกรรมเพื่อสังคม ด้วย
  • ปีนี้ ไปแข่งกีฬา มศว ก็เหมือนได้กับบ้านนั่นแหละครับ...อบอุ่น เพราะเป็นบ้านที่ยังคุ้นเคย

สวัสดีครับ คุณออต

P
  • กีฬา เป็นการสร้างคนก็จริง
  • แต่มีจำนวนไม่น้อยที่พลัดหลงไปอยู่ในมายาคติของการแข่งขัน
  • น่าเสียดายมากครับ
รสริน
IP: xxx.29.60.222
เขียนเมื่อ 

การแข่งขันทำให้คนเรารู้จักแพ้ชนะ

เมื่อจบการแข่งขันก็คือจบเกมแต่ไม่ได้หมายถึงการจบมิตรภาพนะค่ะ

(พอดีอยากขอความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำวิทยานิพธ์เรื่องความคาดหวังของนักกีฬาที่มีต่อการแข่งขัน แต่ในแนวของจิตวิทยาค่ะใครพอมีความรู้ช่วยบอกหน่อยนะค่ะส่งทางเมล์ได้ค่ะ)