พูดถึงปลาร้าแล้วน้ำย่อยไหลออกมาทุกที

เพราะเคยได้ลิ้มรสของปลาร้าบอง  ที่เป็นของโปรดของครูอ้อย  รวมทั้งน้ำพริกปลาร้า  ที่มีหม้อปลาร้า  ผักต้มจิ้ม  ไข่ต้ม  ผักสด  ยิ่งผักลืมผัวด้วยแล้ว..เอาสะเต็กมาแลกก็ไม่ยอมค่ะ

ครูอ้อยอ่านบันทึกของ ดร.กะปุ๋ม  เรื่องเกี่ยวกับปลาร้า  เลยนึกออกว่า  ปลาร้ามีส่วนที่จะทำให้เกิดบันทึกขึ้นมาอีก 1 เรื่อง ต้องขอบคุณ ดร.กะปุ๋มที่จุดประกายความคิดให้ครูอ้อยในเช้าวันนี้

ทุกๆวันก่อนหน้านี้  ครอบครัวครูอ้อยทำกับข้าวทีไร  ถ้าจะมีน้ำพริก  จะต้องแยกปลาร้า  หมายถึง  แม่อ้อยกินไม่ได้  ทุกคนก็ต้องหันมากินแบบไม่ใส่ปลาร้า  ทำให้ทุกคนต้องมาเสียสละเรื่องความอร่อยให้ครูอ้อยไปด้วย

ถ้าจะไม่ให้ครูอ้อยกินด้วย  ก็สงสาร ทุกคนก็เลยอดกิน  เพื่อครูอ้อย  ยังสงสัยว่าครูอ้อยเป็นยอดดวงใจของคนทั้งบ้านหรืออย่างไร  จึงเสียสละได้เพียงนี้

แต่เวลาผ่านไป  ครูอ้อยเริ่มรู้สึกว่า  ตัวเองกินได้  ไม่มีอาการแพ้แต่อย่างใด  และกินอย่างเอร็ดอร่อยด้วย

เริ่มจากการกินส้มตำกับเพื่อนๆเพียง 1 คำ  ไม่เป็นไร  วันต่อไป  กิน 2 คำ

และมากินที่บ้าน  บอกกับพ่อบ้านว่า  " ใส่ปลาร้าด้วยนะพ่อ "

อร่อยมากค่ะ ครูอ้อยดีใจมากที่กินได้  สมาชิกในบ้านก็ดีใจ  เพราะจะได้กินของอร่อยไปด้วยกัน  ไม่ต้องแบ่งแยกเรื่องการกิน

ปลาร้าสามัคคีที่บ้านครูอ้อย.........