เมื่อก่อนนี้สักยี่สิบกว่าปีเท่ากับอายุลูกสาวคนโตของครูอ้อย ครูอ้อยจะกินปลาร้าไม่ได้เลย ทั้งๆที่ครูอ้อยเติบโตมากับหม้อปลาร้าก็ว่าได้
พูดถึงปลาร้าแล้วน้ำย่อยไหลออกมาทุกที
เพราะเคยได้ลิ้มรสของปลาร้าบอง ที่เป็นของโปรดของครูอ้อย รวมทั้งน้ำพริกปลาร้า ที่มีหม้อปลาร้า ผักต้มจิ้ม ไข่ต้ม ผักสด ยิ่งผักลืมผัวด้วยแล้ว..เอาสะเต็กมาแลกก็ไม่ยอมค่ะ
ครูอ้อยอ่านบันทึกของ ดร.กะปุ๋ม เรื่องเกี่ยวกับปลาร้า เลยนึกออกว่า ปลาร้ามีส่วนที่จะทำให้เกิดบันทึกขึ้นมาอีก 1 เรื่อง ต้องขอบคุณ ดร.กะปุ๋มที่จุดประกายความคิดให้ครูอ้อยในเช้าวันนี้
ทุกๆวันก่อนหน้านี้ ครอบครัวครูอ้อยทำกับข้าวทีไร ถ้าจะมีน้ำพริก จะต้องแยกปลาร้า หมายถึง แม่อ้อยกินไม่ได้ ทุกคนก็ต้องหันมากินแบบไม่ใส่ปลาร้า ทำให้ทุกคนต้องมาเสียสละเรื่องความอร่อยให้ครูอ้อยไปด้วย
ถ้าจะไม่ให้ครูอ้อยกินด้วย ก็สงสาร ทุกคนก็เลยอดกิน เพื่อครูอ้อย ยังสงสัยว่าครูอ้อยเป็นยอดดวงใจของคนทั้งบ้านหรืออย่างไร จึงเสียสละได้เพียงนี้
แต่เวลาผ่านไป ครูอ้อยเริ่มรู้สึกว่า ตัวเองกินได้ ไม่มีอาการแพ้แต่อย่างใด และกินอย่างเอร็ดอร่อยด้วย
เริ่มจากการกินส้มตำกับเพื่อนๆเพียง 1 คำ ไม่เป็นไร วันต่อไป กิน 2 คำ
และมากินที่บ้าน บอกกับพ่อบ้านว่า " ใส่ปลาร้าด้วยนะพ่อ "
อร่อยมากค่ะ ครูอ้อยดีใจมากที่กินได้ สมาชิกในบ้านก็ดีใจ เพราะจะได้กินของอร่อยไปด้วยกัน ไม่ต้องแบ่งแยกเรื่องการกิน
ปลาร้าสามัคคีที่บ้านครูอ้อย.........
อ่านแล้วอยาก เลยครับ
ได้กลิ่นออกมานอก Blog เลยครับครูอ้อย เพราะถูก Pavlov วางเงื่อนไขไว้แล้ว
ครูอ้อยขา
ไม่ค่อยชอบปลาร้า แต่ก็พยายามทาน แต่ถ้ากลิ่นแรงก็ไม่ค่อยไหว แต่เดี๋ยวนี้มีกัลยาณมิตรทางอีสานเยอะ คงต้องปรับปรุง ฮา....
สวัสดีค่ะคุณ ตาหยู
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ Mr. ดิศกุล เกษมสวัสดิ์
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะน้องอ๊อบ
ขอบคุณค่ะ
มาร่วมตั้งวง...ปลาร้าสามัคคีกับครูอ้อยด้วยค่ะ..
เห็นมีพี่อึ่งอ๊อบ....อ.ดิศกุล...และคุณตาหยู ล้อมวง...อยู่..ดูท่าจะแซบหลายนะคะ...
(^_____^)
กะปุ๋ม
คิดเองค่ะว่า...พวกเราชอบกินปลาร้า..หรือไม่..อิอิ
น้องขวัญ ไปซื้อ ส้มตำนะลูก ใส่ปลาร้าด้วยนะ ไม่ใส่ปู ไม่ใส่ผงชูรสนะคะ พริก 3 เม็ด ข้าวเหนียว 5 บาท ข้าวเกรียบไม่ต้อง มีแล้ว เร็วๆด้วยนะคะ