เมื่อถึงเวลาจะไปทำภารกิจเกี่ยวกับครอบครัวของพ่อบ้านที่ต่างจังหวัด  ครอบครัวครูอ้อยจะต้องใช้รถยนต์คู่ไปทุกครั้ง  เผื่อว่าเวลากลับจะได้บรรทุกอาหารการกินกลับมาด้วย

แต่คราวนี้ ครูอ้อยกับพ่อบ้านเห็นพ้องต้องกันว่า  สงสารรถยนต์คู่ชีพ เพราะ..เธอทำงานหนัก  สมควรแก่การพักผ่อนสักที

จึงตกลงว่า..จะต้องเดินทาง  ด้วยรถไฟไทย

พ่อบ้านเป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้  ตั้งแต่จองตั๋วเดินทาง  และนัดวันเดินทาง  ตลอดจนวางแผนการเดินทาง

โชคดีพ่อบ้านทำงานรถไฟ  ดังนั้น  การจองตั๋วรถไฟ  ไม่ต้องกังวล

ครูอ้อยก็ไม่ได้คาดการณ์อะไรเกี่ยวกับการเดินทาง เพราะมีพ่อบ้านเดินทางไปด้วย  จะต้องกลัวอะไร

ออกจากบ้านแต่เช้า  กระเป๋าเดินทางใบย่อมๆ  คนละ 1 ใบ  ขึ้นแท็กซี่ไปลงสถานีรถไฟบางซื่อ

   

เหลือเวลาอีกตั้ง 1 ชั่วโมง  พ่อบ้านจึงชวนกินข้าวเช้าก่อนคนละ 1 จาน หน้าสถานนีนั่นล่ะง่ายดี  ยังร้อนๆด้วย

แล้วก็นั่งคุยกันในระหว่างรอรถไฟ  คุยเรื่องโน้นนี้  จนเกือบจะหมดเรื่องคุยแล้วรถไฟก็มา

ครูอ้อยเริ่มรู้สึกว่า......ดีจังเลย  การเดินทางทางรถไฟนี่  ทำให้ครูอ้อยได้คุยกับพ่อบ้านอย่างมากมาย  โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการขับรถ

และก็ได้นอนหลับพักผ่อนไประหว่างรถไฟวิ่งด้วย..ไม่ต้องนั่งมองทางระหว่างการขับรถ

รถยนต์ก็ไม่เก่า ค่ารถไฟก็ไม่แพง  ไม่ต้องเติมน้ำมันคราวละ พันกว่าบาทด้วย

   

เมื่อถึงจังหวัดนครราชสีมา  พี่เขยกับน้องสาวคนเล็กของพ่อบ้านมารับที่สถานีรถไฟนครราชสีมา  เวลาเที่ยงวันกว่าๆ แล้ว  ครูอ้อยกับลูกสาวคนเล็กหิวข้าวกลางวัน จึงแวะกินอาหารกลางทางก่อน  พ่อบ้านกับพี่เขยก็กินกันอย่างสนุกสนาน

 กินจนอิ่มแล้ว  พวกเราทุกคนก็ออกเดินทาง

พอมาถึงบ้าน  พ่อบ้านก็โชว์ฝีมือการปรุงอาหาร  ซึ่งพี่สาวกับพี่เขยเตรียมอาหารสดไว้แล้ว  มีอาหารที่ครูอ้อยชอบมากๆ  คือ  ปลาช่อนหม้อปลาร้า  ต้มยำปลา

ตกเย็นเราพากันไปเยี่ยมคุณยายของพ่อบ้าน  และแวะเก็บผักปลอดสารพิษมากินด้วย

 

   

อากาศดีมาก  ครูอ้อยชอบบรรยากาศแบบนี้ ที่ไม่ต้องรีบเร่ง  นั่งแช่คุยกันได้นาน   ความมีน้ำใจของคนในชนบท น่ารัก

พอกลับมาบ้าน  ถึงเวลากินข้าว  ครูอ้อยได้นั่งคุยกับ  พ่อบ้าน  และพี่เขย คุยเรื่องต่างๆมากมาย  ตามแต่เราอยากจะคุย  

ครูอ้อยอยากมีบรรยากาศอย่างนี้อีก บอกกับพ่อบ้านเสมอว่า  อยากกลับไปอยู่ชนบทแบบเดิมของเรา  จะมีโอกาสไหมนี่

แค่นี้....ครูอ้อยก็รู้สึกว่า  มีความสุขกับการที่หมั่นหาเวลาให้กันและกัน.....