เย็นนี้ เดินรดน้ำต้นไม้รอบๆบ้าน และเลยไปเรื่อยๆในที่ดิน 16 ไร่ ของ ศูนย์ฯ ช่วยคนสวนด้วยเพราะมีคนเดียว และสนุกที่เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของต้นไม้.... ต้นกล้วย หลังที่พักเด็กทางทิศตะวันออก ก็เช่นกัน เวลาเดินผ่าน ฉันจะยิ้ม และยกนิ้วโป้งให้ นึกชมต้นกล้วยในใจ ว่า “ เยี่ยมมาก ที่รอดตาย “ และวันนี้ จากที่รอดตาย ต้องชูสองนิ้วให้อีก ต้นกล้วยที่เหลือแต่ลำต้นสีน้ำตาล ร่างกายรุ่งริ่ง มานาน ก็ แตกยอดเล็กๆ เมื่อได้รับน้ำ ความใส่ใจ จนแตกใบสีเขียวอ่อน ซึ่งสวยสดสีตัดกับลำต้นที่เป็นสีน้ำตาลเก่า คล่ำคล่า อย่างมาก แล้วก็แข่งกันสวยด้วยทุกต้น ไม่ยอมน้อยหน้ากันเลย................. ต้นกล้วยแถบนี้ ที่ปลูกเป็นแถว เอาไว้ มันเกือบจะตายแล้ว จากที่ผ่าน ฤดูร้อน ฤดูฝน ...พายุฝน ลมที่พัดจนบางต้นก็ล้มตายไป บางต้นก็ถูกควาย วัวที่ชาวบ้านเลี้ยง และมาเดินเล่นในที่ดินเด็กรักป่า ก็กินใบกล้วยเป็นอาหารเสริม ............... เรา ไม่ได้สร้างรั้วลวดหนาม เดิมที่ดินเด็กรักป่า เป็นที่นา ปลูกข้าว ที่ดินเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวไปติดป่าชุมชน รอบๆอีก 3 ด้านเป็นนาข้าวของชาวบ้าน หน้าฝนก็จะสีเขียวไปหมด พอพฤศจิกายน-ธันวาคม รอบๆเราก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง มีตัวละครเป็นคนลงแรงเกี่ยวข้าว เป็นแถวยาว ทำงานพร้อมกับเสียงเพลง แต่เดี๋ยวนี้ตัวละครเป็น รถเกี่ยว และส่งเสียงดัง กึง กัง ......รอบๆเป็นเขตเด็กรักป่า เราใช้ต้นไม้เป็นแนว ปลูกโดยรอบ และขุดคูน้ำเอาไว้ทั้งสามด้าน …………… แรกๆ เราก็โมโห วัว ควาย ที่เข้ามากินต้นไม้ โมโหคนเลี้ยงสัตว์ที่ปล่อยมาในที่ดินของเรา บางครั้งเราจับวัวได้ ทางกรรมการหมู่บ้านมาดู เขาคุยกันเอง ถ้ามีค่าปรับ ให้ชุมชนเอาไว้เป็นกองกลางพัฒนาชุมชน…..บางที เราก็ทำตัวเป็น คนเลี้ยง ให้ซะเลย ผูกเปลนอนใต้ต้นไม้ใหญ่ คอยเฝ้าดูพฤติกรรมวัว ควาย และก็วาดรูปไปด้วย ก็สนุกดี ………….. เราเคยมีเด็กรักป่า ที่ บันทึกพฤติกรรมควาย จากที่ให้ไปทำรายงานเฝ้าดูอย่างละเอียด และวาดลายเส้น พร้อมเล่าเรื่อง ลายเส้นจากการสังเกตของจริง นั้นพบว่า เป็นเส้นที่มีชีวิต สนุกสนาน อย่างมาก จนที่ปรึกษาที่ กรุงเทพฯอ่านเจอและนำไปทำละครแสดง ผ่านมาแล้วสามภาคเป็นละครหุ่น เรื่อง “ ควายไม่กินหญ้า “ ................ หลังๆสังเกตว่า หน้าแล้ง วัว ควาย ถูกปล่อยให้เลี้ยงอย่างอิสระ ช่วงเด็กปิดเทอม ทางเราจัดบวชเณร ภาคฤดูร้อน นิมนต์พระมาดูแลเณรที่เป็นลูกหลานชาวบ้าน เพราะปิดเทอม เด็กๆแถวนี้ก็ไม่มีที่ไปเที่ยวไหนกิจกรรมก็จะ เดินเล่น ยิงนก ตกปลา เล่นน้ำ ไปทุกวันที่ปิดเทอม ............... เณรกว่า ยี่สิบรูปมาอยู่เรียนที่เด็กรักป่า เวลาจำวัดก็ปักกลดอยู่ในป่าใกล้ๆ เด็กๆสนุกกันมาก เหมือนการตั้งค่ายแคมปิ้งของเด็กผู้ชาย มีพระคอยสอนธรรมะ สวดมนต์ มีพี่ๆที่เด็กรักป่าสอนคอมพิวเตอร์ พาเรียนศิลปะ บันทึกธรรมชาติ เขียนบทกวี..... พ่อแม่เด็กๆก็อิ่มใจ มาทำบุญตักบาตรทุกวันที่เด็กรักป่า ....ไม่รู้ว่า สีเหลืองของจีวร เต็มอยู่ใน เด็กรักป่า หรือ กิจกรรม คนเข้าๆออกๆจำนวนมากมายที่เด็กรักป่า หรือเกิดจากความเข้าใจในธรรมชาติของสรรพสิ่งรอบๆนี้ก็เป็นได้ ............... ต้นไม้ ต้นกล้วยที่เด็กรักป่าก็ไม่ถูกรบกวนจากสิ่งใด ตลอดฤดูร้อน ....และเป็นกิจกรรมที่ต้องให้เกิดทุกปี เด็กๆเติบโตไปพร้อมกับลมหายใจของต้นไม้ และ สีเขียวของยอดกล้วย.............. มีบทกวี ของเด็กๆที่เขียนขึ้น จากเคยฟัง เพื่อนชาวญี่ปุ่นของเราในอดีต ชื่อ เซกิกาวา อาสาสมัครผู้ดูแลต้นไม้ตลอดชีวิตที่สุรินทร์ แต่เพื่อนคนนี้ก็ไปอยู่สววรค์แล้ว พูดถึงการดูแลต้นไม้ให้เด็กรักป่าฟัง เด็กๆประทับใจและนำมาเขียนบทกวี………….. ต้นไม้….. ตอนเล็ก…. เราต้องดูแลเขา…. โตมา….. เขาจะดูแลเรา ...... ( เด็กหญิงสุวรรค์ ชูแก้ว )