เรื่องแบบนี้คิดต่างได้ในแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน ความสุขที่เกิดจากการทำงาน จึงเป็นสุขใครสุขมัน อย่าสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองก็พอ

หรือไม่ก็เกือบสุดท้ายที่จะพูดถึงโรงเรียน ในช่วงเวลาที่ปิดเทอมใหญ่ของเดือนเมษายน

ปิดเทอมทุกครั้ง จะบันทึกเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับบรรยากาศในโรงเรียนทุกครั้ง รวมแล้วก็หลายบันทึก ปิดเทอมหน้าจะไม่มีโรงเรียนให้เขียนอีกแล้ว

พูดง่ายๆก็คือจะได้เป็นครูบำนาญที่ไม่มีปิดเทอม ไม่ต้องไปโรงเรียนเหมือนทุกวันนี้

อาจเป็นความโชคดีมีวาสนา หรือบุญพาวาสนาส่งก็อาจเป็นไปได้ ที่ทำให้พบเห็นปรากฎการณ์ที่ดีไปกว่าเดิม ภายในโรงเรียนสะอาด ร่มรื่น เรียบร้อย สดใส สวยงาม เหมือนไม่ใช่ปิดเทอม

ตอนเปิดเรียนปกติเป็นเช่นไร ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น สม่ำเสมอจริงๆ

ไม่มีใครตั้งข้อสังเกต แต่ผมสัมผัสได้ จึงบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ปัจจัยที่สนับสนุนให้โรงเรียนรักษาสภาพน่าอยู่น่ามอง ก็คือก่อนปิดเรียนผมตัดหญ้าให้ดูโล่งเตียนและไม่มีจุดใดที่รกรุงรัง

ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ ฝนฟ้าที่เคยตกหนัก ที่มาพร้อมพายุฤดูร้อนเกือบทุกปี แต่ปีนี้เบาบางเหลือเกิน จนไม่รู้สึกกระทบกระเทือนแหล่งเรียนรู้และสภาพแวดล้อมของโรงเรียนแม้แต่น้อย

วันนี้..ผมพบหลักฐานว่าเมื่อคืนฝนตกหนัก ลมแรงแต่ไม่นาน จึงไม่มีอะไรเสียหาย ผมช่วยครูเวรเก็บกวาด ผ่านไปเพียงครึ่งวันทุกอย่างก็กลับเข้าสู่สภาพปกติ

ผมบอกครูว่า...ดูแลรักษาให้คงสภาพไว้ เกิดอะไรขึ้นมาจะได้ไม่เหนื่อย ซึ่งหมายความว่า อาจจะมีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้ ไม่มีสิ่งใดแน่นอน ทุกอย่างเกิดขึ้นได้

ไม่ทราบว่าครูจะคิดย้อนแย้งภายในใจหรือเปล่า ประมาณว่าจะรีบเก็บกวาดไปใย ในเมื่อเวลาใกล้จะเปิดเทอม คณะครูและนักเรียนก็ต้องระดมกันมาพัฒนากันอีก

ผมคิดเองเออเอง หากไม่ใส่ใจอาคารสถานที่ให้ดูดีเป็นปัจจุบัน ก็คงไม่แตกต่างอะไรกับการไม่เก็บกวาดบ้าน ไม่เก็บที่นอนหมอนมุ้ง โดยอ้างว่าเดี๋ยวมันก็เลอะอีก เดี๋ยวคืนนี้ก็ต้องนอนอีกแล้ว

เรื่องแบบนี้คิดต่างได้ในแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน ความสุขที่เกิดจากการทำงาน จึงเป็นสุขใครสุขมัน อย่าสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองก็พอ

ผมบอกครูเวร ที่เป็นครูอนุบาลให้ไปเก็บกวาดอาคารเรียนและห้องเรียนของครู ส่วนผมจะเก็บกวาดโรงอาหาร ครูมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย คงสงสัยว่าผมจะรีบเก็บกวาดไปไหน

ผมไม่ได้บอกครูแต่ประการใดว่า อีกไม่กี่วันโรงอาหารจะใช้เป็นหน่วยเลือกตั้ง สส. ที่ทุกหมู่บ้านกำลังรอคอยยังใจจดใจจ่อ

วันเลือกตั้ง..ผู้คนหลากหลายอาชีพ ทั้งรู้จักและไม่รู้จักจะไหลทะลักเข้ามาในโรงเรียน ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า ผู้นำท้องถิ่น ข้าราชการระดับสูงของอำเภอและจังหวัดเดินทางเข้ามากำกับติดตาม

ผู้คนจากกรุงเทพและต่างจังหวัด ที่เคยกระจัดกระจาย ต่างนัดหมายกลับบ้านมารวมตัวกันใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

วันนั้น...ทุกคนที่ผ่านประตูรั้วเข้ามา จะต้องมองซ้ายมองขวา และคิดกันไปต่างๆนานา ถึงสภาพโรงเรียนที่เห็นและเป็นอยู่ คู่ควรกับหมู่บ้านหรือลูกหลานของเขามากน้อยเพียงใด

ดังนั้น..ที่สุดของการเป็นผู้บริหารโรงเรียน จึงไม่ต้องรอให้ใครมาชื่นชม แต่จงชื่นชมตนเองด้วยการลงมือทำ ปลุกจิตสำนึกด้วยตนเอง ต่อจากนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียของโรงเรียนจะคิดอย่างไร...ไม่ใช่สิ่งที่ต้องคาดหวัง

เพราะถึงอย่างไรการทำงานในโรงเรียน ก็เท่ากับการสร้างบุญ ย่อมไม่เกิดสิ่งเลวร้ายเป็นแน่แท้

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๗  เมษายน  ๒๕๖๖