มีเครื่องมือหลายหลากที่สามารถนำมาใช้ในการประเมิน แบบทดสอบที่ใช้ในการเขียนหลายๆแบบอาจจะมีความเหมาะสม
บันทึกเรื่อง การประเมินผลทางภาษานี้ ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากผู้อ่านมากเท่าไรนัก อาจจะไม่มีใครเข้ามาอ่านเลยก็ได้ แต่ถ้าครูผู้สอนหรือใครก็ตามที่เห็นประโยชน์ ก็น่าที่จะเข้ามาศึกษา
ครูอ้อยยังไม่เข้าใจเรื่องการวัดและประเมินผลเท่าไรนัก เพราะการวัดและประเมินผลนั้น มีรูปแบบแห่งการปฏิบัติที่แตกต่างกันตามลักษณะของวิชา
ครูอ้อย ก็เลยเข้าไปศึกษาอย่างจริงจัง และนำความรู้ที่ได้นั้นมาประยุกต์จัดทำขึ้นมใหม่ ให้เหมาะสมกับลักษณะวิชาที่ครูอ้อยรับผิดชอบอยู่
ครูอ้อยได้เขียนบันทึกที่แล้ว ยังวนเวียนอยู่กับองค์ประกอบของการประเมิน ซึ่งได้แยกออกเป็นหลายหัวข้อ คือ พฤติกรรมในชั้นเรียน ทักษะ ความรู้ความเข้าใจในมโนทัศน์ การคิด ผลผลิต และการปฏิบัติจริง ซึ่งเรียนเชิญอ่านได้ที่ การวัดและประเมินผลทางภาษา(15)
วันนี้ และอีกสองวันข้างหน้า ครูอ้อยจะไปทำภารกิจครอบครัว ดังนั้นจึงขอเขียนบันทึกไว้เป็นปัจจุบันก่อน
เรื่อง ความรู้และความเข้าใจในมโนทัศน์.....แน่นอนว่า....สิ่งนี้จะเป็นส่วนปกติที่เชื่อมโยงกับการทดสอบ อย่างไรก็ตาม เป็นส่วนที่มีความหลากหลายมาก และครูผู้สอนจะใช้วิธีการที่แตกต่างกัน สำหรับการประเมินชนิดของความรู้ที่แตกต่างกันด้วย ที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ ต้องกำหนดจุดประสงค์ของการประเมินก่อน แล้วจึงกำหนดวิธีการประเมินผล เช่น ถ้าจุดประสงค์การประเมินเป็นเรื่องการจดจำ เช่น ข้อเท็จจริงทางคณิตศาสตร์ ก็ต้องมีการทดสอบความจำของนักเรียนที่มีต่อข้อมูลที่ได้ไป ไม่ว่าจะโดยพูดหรือการเขียน
อย่างไรก็ตาม.....ถ้าจุดประสงค์เป็นความเข้าใจต่อมโนทัศน์ เช่น เรื่องส่วนประกอบของต้นไม้ ความเข้าใจดังกล่าวจะประเมินดีที่สุด โดยการให้นักเรียนอธิบายมโนทัศน์นั้น ด้วยการใช้คำพูดของตนเอง ทั้งโดยการพูดและการเขียน โดยการให้นักเรียนสร้างตัวอย่างขึ้นมาด้วยตนเอง
ครูผู้สอนจะต้องตั้งคำถามตนเองอีกครั้งหนึ่งว่า " นักเรียนจะแสดงถึงความเข้าใจออกมาได้อย่างไร "
สวัสดีค่ะคุณขจิต
ครูอ้อยตอบแล้วนะคะ
ครูอ้อยไปต่างจังหวัดมาค่ะ