ติดต่อ

  ติดต่อ

การเขียนบันทึกใน blog ที่สร้างอิทธิพลทางความรู้สึกแด่ผู้ค้นพบครั้งแรก

  ... ยิ่งเกี่ยวมาก ยิ่งมีอิทธิพลมาก  


ผู้ค้นพบครั้งแรก ในที่นี้ ไม่ใช่ผู้ที่ติดตามอ่านบันทึกเป็นประจำใน blog นั้นๆ เช่น ใน gotoknow , blogger, bloggang ฯลฯ แต่เป็นการค้นหาเจอ จากการ Search โดยบังเอิญ

เรื่องการสร้างอิทธิพลทางความรู้สึก  หรือ การจับความสนใจของผู้ค้นพบ เป็นการนำเสนอในเรื่องที่เขา กำลังสนใจ ติดตาม หรือ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขา

... ยิ่งเกี่ยวมาก ยิ่งมีอิทธิพลมาก

แต่คนเขียนบันทึกหลายคน มักจะเขียนเรื่องราวในสิ่งที่มีอิทธิพลและสำคัญกับตัวเอง ซึ่งอาจจะสำคัญต่อคนอื่น หรือไม่ก็ได้.....

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขา  .... เช่น เรื่องของเขาคนนั้น , เรื่องราวเกี่ยวกับสถาบัน, เหตุการณ์, คนรอบข้างของบุคคลนั้น, ประเด็นที่กำลังติดตาม เช่น เรื่องการเมือง เพลง กีฬา ความคิดเห็นในประเด็นที่กำลังเป็นที่สนใจในช่วงเวลานั้น

ถ้าคนเขียน blog สามารถอ่านใจคนอ่านได้ว่า กำลังสนใจหรือต้องการค้นหาเรื่องใด จะสามารถดึงดูดความสนใจของคนอ่านได้อย่างมาก


บันทึกนั้น จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง.....

การเขียนบันทึกให้คนค้นพบ หากมีคำเฉพาะ เช่น มีชื่อ-สกุล, สถาบัน, สถานที่ เหตุการณ์ ทีมงาน เรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น บวกกับ มุมมอและความคิดเห็นของผู้บันทึก

เมื่อบันทึกนั้น ถูกค้นพบ คนที่ค้นเจอ จะสะดุดใจทันที เอ๊ะ ทำไมเขาถึงเขียนถึง...

... ยิ่งเนื้อหาในบันทึกเกี่ยวข้องกับผู้ที่ค้นพบมาก ยิ่งมีอิทธิพลมาก


ทำให้ผู้ที่ค้นพบ รู้สึก แปลกใจ ประหลาดใจ ประทับใจ มีรอยยิ้ม หรือไม่ก็อาจจะ งุนงง , ขัดแย้ง , ไม่เห็นด้วย

นั่นแสดงว่า ดึงความสนใจมาได้แล้ว
..ส่วนที่เหลือก็ขึ้นอยู่ที่ว่า เนื้อหาที่เขียนนั้น จะน่าสนใจและโดนใจแค่ไหน...
ถือเป็นบันทึกพิเศษ ที่อยู่ๆก็มีคนเขียนขึ้นมา....

บันทึกที่พิเศษและสร้างอิทธิพลได้แบบนี้ คนอ่านอาจจะมีน้อย เพราะเป็นบันทึกที่มีความเฉพาะเจาะจง ต้องเป็นบุคคลที่สนใจในเรื่องนั้น หรือเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น จึงจะค้นพบ

และมีโอกาสที่จะติดตาม แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างเหนียวแน่น

แต่โดยทั่วไป หลายคน เดาใจคนอ่านถูกบ้าง ไม่ถูกบ้าง  
นอกจากคนที่ติดตามอ่านเป็นประจำแล้ว คนที่ไม่เคยอ่านบันทึกของคุณเลย. แต่จะให้ไปเดาใจเขา เดาใจคนที่ไม่เคยรู้จัก  ช่างเป็นสิ่งที่ดูยากเหลือเกิน.....

ในหลาย blog  มักจะพบบันทึกที่ถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเอง ซึ่งมาจากความคิด ความรู้สึก ประสบการณ์ของตัวเอง มีการใช้คำเฉพาะของตัวเอง

แน่นอนว่า บันทึกนั้น ย่อมมีอิทธิพลทางความรู้สึกต่อตัวผู้เขียนบันทึกอย่างมาก

.. เมื่อมองในมุมกลับ คนอ่าน ไม่รู้จักคุณ และนึกไม่ออกว่าจะใช้คำเฉพาะคำไหน ที่จะค้นพบบันทึกของคุณพบ....

มองให้ไกลอีกนิด มีหลายบันทึกที่ถูกเขียนออกมา เมื่อเวลาผ่านไป บันทึกเรื่องนั้น ไม่มีใครมาค้นพบ และเปิดอ่านอีกเลย แม้แต่ครั้งเดียว

ในขณะที่มีอีกหลายบันทึก แม้จะเขียนมานานแล้ว แต่ยังมีคนค้นพบ เข้ามาอ่านอยู่เรื่อยๆ เพราะเนื้อหายังมีประโยชน์และเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขาสนใจ

แล้วคนเขียนบันทึก ต้องการให้บันทึกที่คุณเขียน เป็นแบบไหนล่ะครับ

-


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 70995, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 9, อ่าน: คลิก

ความเห็น (9)

xanax
IP: xxx.155.165.25
เขียนเมื่อ 

แล้วแต่ว่าเป็นบันทึกในเว็บไหนนะคะ. แล้วแต่กลุ่มคนในเว็บด้วย..เคยเขียนใน sanook เรื่องราวในบล็อคของตัวเองจะเป็นไดอารี เล่าเรื่องประจำวัน อ่านเพลินๆ แต่พอมาเขียนในผู้จัดการ กลุ่มคนที่อ่านจะเป็นคนวัยทำงาน ดังนั้นเนื้อหาจะเป็นอีกแบบหนึ่งที่ทำให้คนในวัยทำงานอ่านได้ ประเด็นจะมาจากสิ่งที่ได้ไปพบไปเห็นมา รวมทั้งข้อมูลอ้างอิงจากที่ต่างๆ (ถ้ามี) หรือถ้าไม่มีก็นั่งเทียน อิอิอิ

ขอบคุณคุณเมย์ที่แวะมาเยีั่่ยมนะครับ
ที่คุณเมย์ว่ามา ใช่เลยครับ  เหมือนที่นายบอนมักจะตามไปอ่านบันทึกของคุณเมย์หลายๆแห่ง ...
แหม
ถือว่า เป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิดเลยนะเนี่ย
xanax
IP: xxx.10.99.242
เขียนเมื่อ 
ถือว่าเป็นเกียรติเลยนะคะนี่ 5 5 5...สำหรับคนที่อ่านเรื่องราวที่เมย์เขียนลงแต่ละเว็บจะแปลกใจค่ะคุณบอน ว่าคนละอารมณ์กันเลย โดยเฉพาะ ใน sanook แล้วก็ผู้จัดการ...2เว็บนี่ต่างกันมากๆเลยค่ะ เหมือนไม่ใช่คนๆเดียวกันเขียน...คนที่อ่านที่ sanook แล้วตามมาอ่านที่ผู้จัดการ จะบอกว่า เนื้อหาจะเครียดมากขึ้น...ดูยังไงก็ไม่เหมือนเรื่องที่เขียนมาจากคนๆเดียวกัน :)

เจริญพร จ้า

เข้ามาอ่าน นะ

สร้างบล็อกมาเดือนกว่าแล้ว กำลังศึกษาหาแนวทางพัฒนาอยู่ นะครับ ...อ่านเสร็จทำให้ได้แง่มุมเพิ่มขึ้นครับ

เจริญพร

 สวัสดีครับคุณเมย์ Xanax
 ที่จริงแล้ว นายบอนก็ติดตามคุณเมย์มานานแสนนาน ร่วมปีกว่าแล้วนะครับ ชอบไปซอกแซกอ่านเรื่องคนโน้นคนนี้ หลากหลายอารมณ์ คนเราก็เหมือนกันนะครับ เดี๋ยวดี เดี๋ยวเครียด อย่างแนวที่คุณเมย์เขียนนี่ เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งเลยนะครับ เหมือนกินส้มตำกับไก่ย่าง ทานด้วยกันแล้ว แซบ


นมัสการครับ หลวงพี่
  ถือว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับที่หลวงพี่แวะเข้ามาอ่านบันทึกเรื่องนี้ ก้าวแรกในเดือนแรกสำหรับหลายท่าน อาจจะยังไม่ชัดเจน แต่ก้าวต่อๆไป นั้น น่าติดตามอย่างยิ่งครับ

แต่สำหรับบันทึกใน blog จากหลวงพี่นั้น เช่น

เป็นแนวทางของหลวงพี่เอง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวครับ ที่บุคคลอื่นไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ ถือว่า เป็นบันทึกที่มีคุณค่า และจรรโลงสังคมนะครับ ถือว่า มีแนวทางในการถ่ายทอดที่ชัดเจนมากทีเดียวนะครับ และยังได้รับการตอบรับจากผู้อ่านเป็นอย่้างดี สังเกตได้จาก ผู้อ่านที่ร่วมแสดงความคิดเห็นครับ 

 

สวัสดีปีใหม่ครับคุณบอน....

คำว่า... ค้นพบครั้งแรก...ผมได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับพระอาจารย์พอควรแล้วครับ... สรุปว่าครั้งแรกของแต่ละคน...แต่ไม่มีอะไรเลยที่ใหม่เอี่ยมของโลกประเภทไม่เคยมีใครพบมาก่อน....  เพราะมันมีของมันอยู่แล้ว...มันเป็นไปของมันอย่างนั้น....

 

ส่วนเรื่องการเขียนลงบล็อกตามเจตนาของแต่ละคน... บางคนเขียนเองอ่านเองก็มีความสุขแล้ว... แต่บางคนได้แลกเปลี่ยนกับคนอื่น... หรืออยากให้คนอื่นเข้ามาชม...ก็ต้องเขียนไปคิดไป...ว่าคนเขาจะชมหรือไม่...

สำหรับคนเขียนเพื่อให้คนอื่นวิพากษ์...ต้องมั่นใจในองค์ความรู้ของตน...และการฝึกฝนใจให้ยอมรับข้อติได้มากเป็นหลัก....เพราะถ้ามาเจอแบบพระอาจารย์ชัยวุธ(ที่แพร่โรคขัดคอให้ผม...555)ก็จะเกิดอาการเรียนรู้ในมุมมองแตกต่างเป็นอย่างน้อยครับ...อิอิ

 

สวัสดีครับ นายขำ
  การติดโรคขัดคอ ทำให้เกิดการเติบโตทางความคิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แม้ว่าความคิดนั้น จะเป็นประเด็นใหม่สำหรับคนที่พึ่งจะรับรู้ แต่เป็นของเก่าสำหรับผู้ที่ผ่านชีวิตมามากมาย หรือสูงวัยแล้ว

เรื่องราวที่ถูกถ่ายทอด มีทั้งคนที่ชอบและอยากติ คนที่ติ เป็นคนที่ชี้ทางสว่าง ให้เราได้มองในมุมที่เราลืมมอง
แต่หลายคนมักชื่นชอบคนที่ชื่นชมอย่างเดียว

นายบอนว่า นายขำโชคดีนะครับที่พระอาจารย์แพร่โรคขัดคอให้ท่าน  ไม่ทราบว่าเกิดอาการไม่พอใจบ้างหรือไม่

ผมเชื่อว่าอายุขนาดผมกับพระอาจารย์...ยากจะหาเรื่องมาทำให้เกิดอารมณ์(ปั่นป่วน)ได้ง่ายอ่ะครับ...

 

กระบวนการขัดคอเป็นเรื่องของการสมมุติน่ะครับ...ที่จริงเราหามุมมองให้รอบด้านกันมากกว่า....

 

ยินดีเชิญร่วมวงขัดคอด้วยกันครับ

 

อายุเป็นเพียงตัวเลขนะครับ
มีผู้ใหญ่หลายท่าน ที่สนทนากับนายบอนด้วยเรื่องที่ืำทำให้เกิดอารมณ์(ปั่นป่วน) ได้เรื่อยๆนะครับ

เป็นการสนทนาอย่างรอบด้าน หรือทีนายขำ่นิยามศัพท์ว่า การขัดคอ ไงครับ

แบบนี้คงได้ร่วมวงขัดคออย่างรอบด้านไปตลอดแล้วล่ะครับ