GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ผู้นำนิสิต 1 : กล้าคิด กล้าทำ กล้ารับผิดชอบ

"เวทีนี้ก็ยังคงต้องมีพี่เลี้ยง" อยู่ดี แต่ขณะนี้เพียงปรารถนา "อยากให้นิสิตได้ทำในสิ่งที่คิด และได้คิดในสิ่งที่อยากทำ"

วันนี้เป็นอีกครั้งที่ผมได้ร่วมประชุมกับผู้นำองค์กรนิสิต  เป็นวาระต่อเนื่องเพื่อการติดตามความคืบหน้าเรื่องกิจกรรม "วันเด็กแห่งชาติ"  หลังจากก่อนนี้เคยได้ประชุมกันแล้วเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา....

การประชุมครั้งนี้มีองค์กรนิสิตเข้าร่วมมากกว่าครั้งแรก  โดยเฉพาะในกลุ่มของชมรมต่าง ๆ  และครั้งนี้ก็มีความชัดเจนในเรื่องรูปแบบของกิจกรรมมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นรูปเป็นร่างอย่างน่าชื่นชม 

ที่สำคัญคือการประชุมครั้งนี้เป็นเวทีทางความคิดที่บรรดาผู้นำนิสิตได้ถกคิดและแลกเปลี่ยนทัศนะกันเอง  โดยที่เราทำหน้าที่เป็นแต่เพียงที่ปรึกษา คอยสังเกตการณ์และให้คำปรึกษาอยู่อย่างห่าง ๆ 

ทั้งนี้  ผมก็ยังยืนยันทำนองเดิมว่ากิจกรรมวันเด็กไม่ไช่กิจกรรมที่ซับซ้อนอะไรนัก  เพียงแต่หลับตาจินตนาการกลับสู่วัยวันที่นิสิตเคยก๋ากั่นวิ่งเล่นอยู่ในงานวันเด็ก  ชอบอะไร ! อยากได้อะไร !  ก็สามารถนำมาประยุกต์  หรือบูรณาการให้สอดรับ (ร่วมสมัย)  กับสังคมของเด็กได้เลยทันที  ซึ่งก็น่าจะประสบความสำเร็จได้ไม่อยาก 

แต่กระนั้น,  ก็ต้องไม่พยายามยัดเยียดในสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์ให้กับเด็ก  โดยถึงแม้ว่าในความเป็นจริง  เราต่างอาจจะจำยอมต่อวัฒนธรรมบริโภคนิยมไปบ้างแล้วก็ตาม  และถึงแม้สังคมวันนี้จะเต็มไปด้วยศัตรูที่หลากหลายและลื่นไหลมากเพียงใด  แต่  "เด็ก"  ก็ยังเป็น "คนของความหวัง"  หรือเป็น "คนของพรุ่งนี้"  ของสังคมและประเทศชาติเสมอ !

ที่ประชุมของนิสิตมีมติเห็นชอบการจัดกิจกรรมต่าง ๆ  อาทิ  ด้านวิทยาศาสตร์  ด้านสุขภาพ  ด้านศิลปะ (ดนตรี ขับร้อง นาฏศิลป์  ทัศนศิลป์  วรรณศิลป์)  ด้านสารสนเทศ  ด้านกีฬา  ด้านนันทนาการและเบ็ดเตล็ดเป็นต้น  ซึ่งทั้งหมดก็อยู่ในภาพรวมในลักษณะ "บันเทิง - เริงปัญญา" ที่ครบครันไม่ด้อยไปกว่าที่ผ่านมา

หากแต่แตกต่างไปจากทุกครั้งก็ตรงที่ว่า มีการระดมความคิดแลกเปลี่ยนและร่วมกำหนดรูปแบบกันอย่างกว้างขวางในหมู่นิสิต  รวมถึงการกล้าที่จะแหวกขนบเดิม ๆ  ออกมา  ไม่เน้นกิจกรรมที่ฟุ่มเฟือยและมอมเมา ทั้งทางความคิดและอื่น ๆ

นิสิตได้ถามผมว่า...."เห็นชอบด้วยหรือไม่ ?"    

ผม,  ตอบสั้น ๆ ตรง ๆ ว่า "ผมเห็นดีด้วยกับมติของนิสิต" !

 เมื่อลองคิด  ก็ควรลองลงมือทำตามวิถีคิดของตนเองดูบ้าง  จะได้เกิดกระบวนการแห่งการเรียนรู้ที่ชัดเจน  แต่ให้มั่นใจว่ามหาวิทยาลัยจะยังคอยช่วยเหลือและเฝ้าดูอยู่อย่างใกล้ชิด

.....

ผมขออนุญาตออกจากห้องประชุมเร็วกว่าปกติ  เพียงเพราะต้องการให้นิสิตได้ถกคิดและหารือกันอย่างลึกซึ้ง  (เป็นส่วนตัวมากขึ้น)  แต่กระนั้นไม่นานนัก,  ผู้นำองค์กรนิสิตก็ติดตามออกมาพูดคุยกับผมด้วยกังขาว่า  เพราะเหตุใดผมและเจ้าหน้าที่จึงเห็นดีเห็นงามกับแนวคิดของนิสิตอย่างง่ายดาย  โดยแทบจะไม่โต้แย้งอะไรเลย....

ผมไม่รู้จะบอกกล่าวเล่าความอันใดดีกับนิสิตเพื่อให้เขามั่นใจว่าเรายังคงปักหลักเป็นพี่เลี้ยงเหมือนเดิมนั่นแหละ  เพราะยังไงเสีย  "เวทีนี้ก็ยังคงต้องมีพี่เลี้ยง"  อยู่ดี  แต่ขณะนี้เพียงปรารถนา   "อยากให้นิสิตได้ทำในสิ่งที่คิด และได้คิดในสิ่งที่อยากทำ"  เท่านั้นเอง

.....

ก่อนนิสิตจะขออนุญาตกลับเข้าห้องประชุม  ผมมองเห็นแววตาฉายฉานประกายความฝันและความมั่นใจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  ผมยื่นกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่เขียนด้วยลายมืออันร้อนรนยื่นให้กับเขาไป  และไม่รอที่จะดูว่านิสิตจะเปิดอ่านที่ไหน ? เวลาใด ?หรืออย่างไร...?

และแม้แต่ตอนนี้  เขาจะเปิดอ่านหรือยังผมก็ไม่รู้  ....

ผมรู้แต่เพียงว่าในกระดาษแผ่นเล็กแผ่นนั้น ,  ผมเขียนคำ 3  คำไว้ อันเป็นหัวใจหลักที่ผมอยากให้ผู้นำนิสิตในยุคนี้เรียนรู้และตระหนักไว้เสมอ นั่นก็คือ

          กล้าคิด     brave  to  think

          กล้าทำ     brave  to  take action

          กล้ารับผิดชอบ   brave to  take responsibility

แต่สำหรับผมแล้ว.  ผมกล้าที่จะให้เขาคิด  กล้าที่จะให้เขาทำ และกล้าที่จะร่วมรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำ...

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): msuผู้นำนิสิต
หมายเลขบันทึก: 70922
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 7
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (7)

เวทีนี้จะเป็นเวทีที่จะเพาะบ่มผู้กล้าในการทำสิ่งที่ถูกต้องต่อไปครับ ขอร่วมเชียร์ด้วยครับ
  • ขอบคุณมากครับอาจารย์
  • ทุกวันนี้มีความสุขกับการนั่งฟังนิสิตพูด มากกว่านั่งพูดให้นิสิตฟัง ผมจึงหวังว่านิสิตจะมีความกล้าหาญในการแสดงออกในสิ่งที่ดีงามและสร้างสรรค์
  • ถึงแม้อาจจะต้องล้มลุกคลุกคลานบ้างก็ไม่เสียหลาย
  • และอยากให้เขารู้สึกว่ามีเวทีทางความคิดสำหรับพวกเขาหลงเหลืออยู่มากพอสมควร

ร่วมสนับสนุนเวทีกิจกรรมของนิสิตนักศึกษาด้วยคนค่ะ

เมื่อลองคิด  ก็ควรลองลงมือทำตามวิถีคิดของตนเองดูบ้าง  จะได้เกิดกระบวนการแห่งการเรียนรู้ที่ชัดเจน  แต่ให้มั่นใจว่ามหาวิทยาลัยจะยังคอยช่วยเหลือและเฝ้าดูอยู่อย่างใกล้ชิด

เป็นคำพูดที่ให้กำลังใจคนทำงานดีจังค่ะ "ไม่ทอดทิ้ง ให้มั่นใจ ยังไงจะคอยช่วยเหลือและเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด" ดิฉันมองว่าสิ่งนี้แหละที่เด็กและเยาวชนไทยต้องการ "กำลังใจ...จากความเข้าใจ"

ขอบคุณนะคะที่นำสิ่งดี ๆ มาให้ได้คิดเสมอ

สวัสดีครับคุณแผ่นดิน

ผมชอบประโยคที่คุณแผ่นดินทิ้งท้ายไว้ ว่ากล้าคิด ทำ และรับผิดชอบ

แม้สิ่งที่นิสิตนักศึกษาคิด และทำจะไม่ดี หรือไม่เหมือนอย่างที่ปรึกษาคิด แต่เขาได้คิดเอง ทำเอง เรียนรู้ และรับผิด รับชอบเอง นั่นมีคุณค่ากว่าการต้องมาทำตามสิ่งที่เราอยากให้เขาทำเป็นไหนๆ

ผมชอบที่คุณศุ บุญเลี้ยงเขียนไว้ใน "กบฏแกมกวน" ว่า เราล้วนมียุคสมัยของตนเอง ผมสังเกตว่าแต่ละรุ่นเมื่อถึงจุดหนึ่งที่พร้อมก็เริ่มมองรุ่นเด็กว่าไม่ดีเท่ารุ่นตัวเอง มองรุ่นใหญ่ว่าไม่เข้าใจ ก็วนอยู่แบบนี้ จึงเป็นเรื่องที่ดีที่เราสามารถปล่อยวางความคิดที่จะควบคุมรุ่นเด็ก และไม่ปล่อยให้แนวทางที่ผู้ใหญ่วางไว้มาขวางการริเริ่มนี้

สรุปแล้วทั้งนิสิตนักศึกษาและที่ปรึกษาก็กล้าทั้งสองฝ่ายครับ

ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องดีๆ ครับ

อาจารย์  Vij

  • ช่วงยุ่งอยู่กับภาระกิจราชการหลายประการเลยครับ ไม่มีแม้กระทั่งเข้ามา เวที ลปรร. เลย
  • แต่ก็กระวนกีระวายใจไม่น้อยที่ไม่ได้เข้ามาสู่เวทีนี้  เพราะเหมือนชีวิตมีบางอย่างหล่นหายไปในแต่ละวัน
  • การเปิดโอกาสให้นิสิตได้มีเวทีในการคิด ทำแล
  • รับผิดชอบ ผมถือว่าเป็นกลไกที่สำคัญมากในการพัฒนาตัวนิสิตนักศึกษา ซึ่งเมื่อหลายปีที่ผ่านมาเคยประทับใจเพลงของแอ๊ดคาราบาว ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเพลงเพื่อเมืองไทยด้วยใจและใจ ซึ่งมีวรรคทองที่ผมชอบและนำมาเป็นแรงบันดาลใจ คือ "ให้เธอคิดเธอจะคิดอะไร"
  • ขอบคุณอาจารย์อีกครั้งนะครับ...

คุณ นายบอน!-กาฬสินธุ์

  • ขอบคุณครับ  หลีกหลบออกมาจากภาระกิจได้วันนี้เอง เหนื่อยมาก แต่เมื่อย้อนกลับไปยังแรงขับดัน  กำลังใจก็คืนกลับมาอย่างไม่เนิ่นช้า...

    คุณแว้บ

  • ขอบคุณมากครับที่แวะมาทักทายและร่วมเสนอแนะอันเป็นมุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อผมมาก
  • เห็นด้วยนะครับ "เราล้วนมียุคสมัยของเราเอง"
  • หรือแม้แต่ที่พี่จุ้ยเองก็เขียนไว้...และน่าสนใจอีกว่า "ความถูกต้อง คือ ความถูกต้องที่พอเหมาะพอดีกับเวลา"