ซามูไรหัวใจศิลปิน—เมื่อฉันใช้ภาพวาดพู่กันจีนตอบข้อสอบสายดำดั้ง ๑

  ติดต่อ

  คนเราควรจะใช้เวลาฝึกฝนนานเท่าใดกันกว่าจะจัดได้ว่าดี? ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกัน บางที อาจจะต้องใช้เวลาชั่วชีวิต  

 world tsuki


  • ก่อนที่ฉันจะเดินหน้านำเรื่องซามูไร ซี่รีี่ส์    อันว่าด้วยการเดินสายดวลดาบซามูไรในญี่ปุ่น ในการแข่งขันทัวร์นาเม้นท์ต่าง ๆ ของฉันมาเล่าสู่กันฟัง  พร้อมด้วยเกร็ดเล็ก ๆน้อย ๆ จากการที่ได้มาฝึก ประจำสังกัดสำนักดาบที่นี่ควบคู่ไปกับการรับทุนวิจัยป.เอกของฉันนั้น  ฉันคิดว่าถ้าได้เล่าที่มาที่ไปเสียก่อนก็คงจะทำให้ท่านอ่านได้อรรถรสมากขึ้นไม่น้อย 

 

  • เพราะนอกจากศิลปป้องกันตัวที่ฉันเล่นนั้นเป็นกีฬาที่ค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศไทยแล้ว  ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจจะยังงง ๆ สงสัยว่ามัีนไปเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมได้อย่างไร อีกด้วย  

 

 

  • ฉันเลยถือโอกาสไปงัดเอาเรื่องราวเก่า ๆ ที่ฉันเคยเขียนเก็บ ๆ เอาไว้มาเล่าให้ท่านฟังบ้างเป็นกระสายเท่าที่จะหาเจอและนึกออก   เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ฉันเขียนตั้งแต่อยู่เมืองไทย เมื่อประมาณกลางปีที่แล้ว

 


ฉันผัดผ่อนการส่งคำตอบสำหรับข้อสอบอัตนัยในการสอบเลื่อนชั้นขึ้นสายดำดั้ง ๑ สำหรับศิลปป้องกันตัวที่ชื่อ sports chanabara ของฉันมานานมากแล้ว  และเท่าที่ผ่านมา  เซนเซก็ไม่ได้เร่งรัดอะไรฉัน  ท่านก็ยอมรับเหมือนกันว่ามันไม่ง่ายนัก 

 

แต่ในที่สุดอาทิตย์ที่แล้ว เซนเซก็ยื่นกระดาษให้ฉันแผ่นหนึ่ง   ในนั้นเซนเซเขียนคำถามอยู่สองข้อ  ซึ่งมากกว่าในอีเมล์ที่ท่านเคยส่งมาให้ฉันเขียนก่อนหน้าข้อหนึ่ง 

 

คนญี่ปุ่นที่ดั้งเดิมและออกแนวอนุรักษ์นั้นไม่นิยมพูดอะไรตรง ๆ  แต่ชอบการสื่อสารด้วยสัญลักษณ์  ดังนั้น จากการยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้ฉัน  มันก็หมายความชัดเจนแล้วว่า  ท่านคิดว่าฉันควรจะพร้อมที่จะให้คำตอบท่านแล้ว

 

ฉันกลับบ้านด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง  วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกฉันว่ายากแล้ว  แต่สิ่งที่เซนเซเรียกว่า thesis สำหรับวิชาดาบซามูไรนี่สิ ยากยิ่งกว่า 

 

ไม่ใช่แต่เพียงฉันไม่สามารถไปค้นตัวอย่างของรุ่นพี่เอาตามห้องสมุด  หรือกู๊กเกิ้ลได้เลยเท่านั้น  สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกว่ามันยากที่สุดก็คือ  ฉันรู้สึกว่า  การที่จะได้คำตอบออกมานั้น  ฉันต้องเข้าไป ค้น ในใจตัวเอง

 

และนั่นคือสิ่งที่ฉันกลัว

 

  • กลัวอะไร?

  • กลัวทำได้ไม่ดี

  • กลัวทำได้ไม่ดีที่สุด

  • กลัวทำไม่ได้

  • กลัว

นี่ไง ฉันรู้แล้วว่าทำไมเซนเซถึงให้ฉันทำข้อสอบ  เพราะการเรียนดาบซามูไรนี้เป็นการฝึกแบบเซนในทุก ๆ ขั้น  ท่านต้องการให้ฉันหมั่นตรวจสอบสภาพจิตใจของตัวฉันเองอยู่เสมอ  และเมื่อพบแล้ว รู้แล้ว จะทำอย่างไรกับมันต่อ? 

 

เหมือนในสมัยโบราณ  ที่พระเซนนิกาย รินไซ จะให้ โคอัน หรือ ปริศนาธรรม กับลูกศิษย์ไปขบคิด  ด้วยการนั่งสมาธิและเจริญสติในทุก ๆ อิริยาบถ

 

เพียงแต่ในสมัยนี้  โคอัน ของฉัน มาในรูปแบบของอีเมล์เท่านั้นเอง

 

หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้วว่าจะตอบว่าอะไร  ฉันก็พิมพ์คำตอบข้อหนึ่งไป  แต่จะไม่ขอเอ่ยในที่นี้  เพราะเข้าใจว่าน่าจะเป็นความลับของสำนัก

 

แต่ข้อสองนั้นเชื่อว่าบอกได้  เพราะเป็นปรัชญาโดยรวมของเซน และเป็นอะไรที่ตรงกับวิปัสสนาของไทยเราด้วย

 

ข้างล่างนี้คือคำตอบที่ฉันส่งเซนเซไปวันนี้  คำถามที่สองนี้ยากกว่ามาก  เพราะเซนเซให้ฉันอธิบายถึง สภาวะจิตในปั้จจุบันขณะของคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่สายดำดั้ง ๑ ว่า เป็นอย่างไร

 

คนญี่ปุ่นชอบการสื่อสารด้วยสัญลักษณ์ และบางทีไม่ต้องใช้คำพูดมาก  ฉันคิด  และคนญี่ปุ่นเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับ Aesthetics หรือความงดงามลงตัวประณีตอย่างเป็นธรรมชาติของทุกสิ่งในชีวิตประจำวันเป็นอันมาก    นั่นคือเสน่ห์ที่ฉันยอมรับว่าฉันประทับใจ

 

ดังนั้น ฉันคิดว่า ฉันรู้แล้วว่าฉันต้องการจะสื่อสารความรู้สึกของฉันในการตอบข้อสอบนี้กับเซนเซของฉันอย่างไร  ซามูไรก็มีหัวใจเหมือนกันนี่นา  ฉันคิด

 

ว่าแล้วฉันก็ไปค้นเนทเพื่อหาภาพเขียนพู่กันจีนที่ฉันต้องการ  นั่นคือ  ภาพเขียนตัวอักษร Calligraphy คำว่า ความฝัน หรือ Yume ภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง  คือตัวนี้

 

สาเหตุที่เลือกคำนี้  นอกจากมันจะสื่อสิ่งที่ฉันต้องการแล้ว มันยังมีความหมายนัยยะซ่อนเร้นอีกด้วยว่า  ฉันมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับทฤษฎีดาบซามูไรสมัยโตกุกาว่าอย่างดี  เนื่องจากตัวอักษรนี้เป็นตัวอักษรตัวสุดท้าย ที่พระเซนที่มีชื่อเสียงที่สุดของยุคองค์หนึ่ง ชื่อ ทัคคุอัน โซโฮ ได้เขียนเอาไว้ก่อนจะวางพู่กันลงแล้วก็ล้มตัวลงนอนเสียชีวิตลงอย่างสงบ  พระเซนองค์นั้นท่านแต่งตำราฝึกกายใจในเชิงเจริญสติไว้หลายเล่ม ที่มีคนไปตีความเป็นคัมภีร์ดาบ รวมทั้งท่านได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์ของมูซาชิ และ ยากิว มูเนโนริ คู่ปรับคนสำคัญอีกคนของมูซาชิ ที่ไม่เคยได้ดวลกันอีกด้วย

 

หลังจากนำตัวอักษรพู่กันจีนดังกล่าวมาจัดวางไว้ตรงกลางหน้ากระดาษแล้ว  ฉันก็เขียนคำอธิบายสั้น ๆ ง่าย ๆ ด้านล่าง ดังนี้  ฉันรู้ว่ามันอาจจะสั้นกว่าที่เซนเซคาดเอาไว้  แต่ฉันก็เขียนไปตามที่ฉันรู้สึกจริง ๆ

นี่คือคำตอบของฉัน

 

 Dream calligraphy

 

นี่คือสภาพจิตใจของฉันในปัจจุบันขณะ

 

ฉันรู้สึกราวกับว่าฉันกำลังฝันไป

 

ตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ แล้ว ที่ฉันเคยฝันว่าฉันอยากได้สายดำในศิลปป้องกันตัวต่าง ๆ  แต่คุณแม่ให้ฉันเลิกเล่นกลางคันเพราะว่ากลัวฉันจะบาดเจ็บ  ฉันก็ได้แต่ยอมรับว่านั่นเป็นวิบากกรรมของฉัน

 

แต่ในขณะนี้ เมื่อสิ่งที่ฉันเคยฝันหามาตลอดชีวิตกำลังจะลอยเข้ามาตรงหน้า  แทนที่ฉันจะเอื้อมมือออกไปไขว่คว้าหามัน  ฉันกลับเริ่มมีความลังเลสงสัย

 

เมื่อมาพิจารณาตัวเอง ฉันรู้สึกว่าฉันยังไม่คู่ควรที่จะได้รับมันเลย

 

คนเราควรจะใช้เวลาฝึกฝนนานเท่าใดกันกว่าจะจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดี?  ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกัน       บางที  อาจจะต้องใช้เวลาชั่วชีวิต

 

ชีวิตมนุษย์นั้นก็เหมือนกับความฝันนั่นเอง  ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน  ไม่มีแม้แต่สิ่งเดียว

 

เราคงจะทำได้แค่เพียงเรียนรู้จากทุก ๆ สิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา  ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ดี หรือ ไม่ดี   รวมทั้งข้อผิดพลาดของเราเองด้วย

 

ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งที่ให้โอกาส


เซนเซไม่ได้บอกว่าฉันผ่าน หรือไม่ผ่าน  และฉันก็ไม่ได้ถาม แต่ฉันรู้ว่าคำตอบฉันถูกส่งมาที่ญี่ปุ่นด้วย

 

เวลาผ่านไปนานอีกพอสมควร  ฉันก็ยังเรียนศิลปป้องกันตัวโบราณนานาชนิดกับเซนเซต่อไป  จนฉันกำลังจะไปผ่าเลสิกก่อนเดินทางมาที่ญี่ปุ่นครั้งนี้  เซนเซจึงมาบอกให้เลือกวันสอบภาคสายดำภาคปฏิบัติ เพราะท่านต้อง อิมพอร์ต คู่สอบแข่งให้ฉันเข้ามา  เนื่องจากที่เมืองไทยยังไม่มีกีฬาชนิดนี้อย่างเป็นทางการ  โอ้โห...

 

ฉันเคยคุยโทรศัพท์กับคนไทยอีกคนที่เคยสอบ  เขาสอนอยู่ที่เชียงรายหรือไงนี่   สองปีที่แล้วเขาไปได้แชมป์ที่สิงคโปร์มาด้วย  เขาบอกฉันว่า  ให้ไปฟิตซ้อมร่างกายไว้ดี ๆ ได้เลย  เพราะปีที่เขาสอบเจอผู้ชายญี่ปุ่น ๓ คน รุม ๑  และขู่อีกต่าง ๆ มากมาย

 

รายละเอียดการสอบภาคปฏิบัติจะสนุกสนาน โหด ให้ข้อคิดสอนใจอย่างไร....เชิญติดตามได้บล๊อกหน้า หรือว่าบล๊อกต่อ ๆ ไป.....

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 70913, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 9, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #พุทธศาสนา#จิตวิญญาณ#วิจัย#การเรียนรู้#ศิลปะ#เรื่องเล่า#วัฒนธรรม#มุมมอง#สมาธิ#กีฬา#ปัญญา#การรับรู้#วิปัสสนา#ญี่ปุ่น#เล่าเรื่องด้วยภาพ#เอเชีย#เซน#ข้ามชาติ#เจริญสติ#ดาบ#ซามูไร#มองโลก#ศิลปป้องกันตัว#日本#社会学#####武道#spochan#chanbara

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (9)

  • ดาบซามูไรกับใจรวมเป็นหนึ่ง ซึ่งเป็นสมาธิ  ......ขอนับถือด้วยใจครับ  สอดคล้องกับคำกล่าวที่ว่า อันวิทยายุทธ์นั้น ท่าเดียวกันต่างคนใช้ก็ได้ผลต่างกัน
  • ขอบคุณครับ

ขอแสดงความนับถือ

คำตอบสวยมาก นิ่งแต่มีความเคลื่อนไหว

static dynamic แบบอาจารย์เคยเล่า

ความฝันรึ? อาจารย์ว่าเหมือน มายา

รู้ว่าฝันไป...ตื่นมามีเพียงเงา

ตัวอักษรเหมือนลีลาซามูไร

หมุนตัว ฟัน ไม้ตายลงในเพลงดาบเดียว

พิชัย

กันยามาส
IP: xxx.144.157.66
เขียนเมื่อ 

คุณณัชร

เรามาสังเกตตัวอักษรซ้ำอีกที อยากทราบว่าเป็นลายมือของใคร เพราะดูมีพลัง เข้มข้นดุดันจัง สงสัยว่าทำไมฝันดุเดือดขนาดนี้

nash
เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณค่ะ คุณดิศกุล อาจารย์ และ คุณเอ๋ ที่กรุณาแวะเข้ามาคอมเม้นท์

ได้โอกาสตอบอาจารย์ และ คุณเอ๋ในโอกาสเดียวกันเลยว่า  คำตอบสวย ๆ นั้นไม่ใช่ฝีมือพู่กันของซามูไรอ้วนคนนี้หรอกนะคะ  (พยายามแล้วค่ะแต่ไม่ได้ผล ความฝันหนูออกมาหน้าตาเป็นฝันร้าย)

 หนูไปค้นจาก flickr น่ะค่ะ อาจารย์  ไว้ใจได้เสมอ มีภาพสวย ๆ ให้ยืมเยอะ

เอ๊ะ หรือว่าจาก กู๊กเกิ้ล ไม่แน่ใจ  แต่ว่ามีหลายคนที่เขียนไว้ค่ะ

 อันนี้คนถ่ายภาพไม่ได้บอกว่าใครเขียน  แต่หนูดูแล้วค่อนข้างใหม่  ไม่น่าจะใช่ของพระเซนท่านนั้น  ซึ่งท่านสิ้นไปราว ๔๐๐ ปีแล้ว

หนูชอบที่อาจารย์บอกว่าความฝันเหมือนมายาจังค่ะ ตื่นมาเหมือนแต่เงา  คลับคล้ายว่าเคยอ่านเจอที่พระพุทธเจ้าเปรียบ กาม ว่าเหมือน ความฝัน แล้วก็เหมือนอะไรอีกอย่างสองอย่างนะคะอาจารย์  อาวุธ?  ของร้อน?  ใ่ช่ไหมคะ?

 

แต่ที่ชอบที่สุดแบบ "ตายไปเลย"  คือที่อาจารย์เปรียบเทียบเรืื่องตัวอักษรตัวนี้กับเพลงดาบซามูไรน่ะค่ะ

 

หนูอ่านแล้วอย่างอึ้งเลยค่ะ  อาจารย์ทำให้หนูต้องค่อยๆ มาพินิจพิจารณา สโตรกจองตัวอักษรนี้ใหม่อีกทีช้่า ๆ แล้วหนูก็ยิ่งทึ่งว่าอาจารย์นั้นระดับเซียนขนาดไหน  โห....หนูว่าถ้าอาจารย์ประลองฝีมือกระบวนดาบกับเซนเซหนูนี้อาจจะสูสี ฮิ ๆ  (เอ...ถือข้างใครดีนี่เรา...)

เพราะสโตรกของตัวอักษรตัวนี้เหมือนท่าออกดาบตั้งแต่ต้นจนจบในดาบเดียว

อันเป็นท่าหลักและท่าคลาสสิคที่สุดของเพลงดาบชั้นสูงด้วยล่ะค่ะอาจารย์  โห.....  ทึ่ง ๆ  ๆ ๆ  (คุกเข่าเอาหัวโขกพื้น)

อืมม....คนเราถ้า "เข้าถึง" อะไรแล้ว มันเข้าถึงไปหมดทุกอย่างจริง ๆ เสียด้วยนะนี่

 ว่าแล้วก็ขยับสายคาดพุงให้แน่นเข้า  แล้วคาดดาบออกไปฝึกใต้ต้นสนญี่ปุ่นริมบ่อน้ำต่อไป  อ้อ, อาจารย์คะ  แถว ๆ ที่หนูอยู่มีสวนโบราณสมัยโชกุนที่ท่านเจ้าของบ้านยกให้รัฐทำเป็นสวนสาธารณะด้วยค่ะ ชื่อ สวน ชิน เอโดกาว่า บางทีหนูก็ไปวิ่งออกกำลังแล้วนั่งสมาธิบนภูเขาในนั้น    คือมันใหญ่มากน่ะค่ะ มีบ่อน้ำ น้ำตก ฯลฯ  วันก่อนนู้นหนูเห็นนกกระสาสีขาวตัวใหญ่ยืนขาเดียวกินอะไรอยู่ริมฝั่งอีกฝั่งหนึ่ง  มองไปแล้วไม่อยากเชื่่อเลยว่าอยู่ศตวรรษที่ ๒๑  ในใจกลางกรุงโตเกียว   เพราะป่าทึับและต้นไม้สูงมาก ที่ประเทศนี้ยังมีฉากโบราณอย่างนี้ให้ดูอยู่เสมอในที่ ๆ เราคาดไม่ถึงอย่างนี้น

  สวัสดีค่ะ

ณัชร 

มิกล้า มิกล้า

มิกล้ารับในคำชมของหนู

หากเจอเซนเซซังของหนู อาจารย์คงซังเซปลิวไปจนศิลปินมิกล้าเขียนออกเป็นตัวอักษรใดได้แน่ๆ

ว่าแต่อาจารย์ขอถามวิธีโพสภาพลงในที่พื้นที่ตรงนี้หน่อย ว่าทำอย่างไรนะ

อาจารย์ไม่เห็นมีเครื่องมือใดใดช่วยเลยครับ

พิชัย

 

nash
เขียนเมื่อ 

ฮ่า ฮ่า ฮ่า (หัดหัวเราะแบบเซนเซค่ะ แถวนี้ดูเหมือนพวกเซนทั้งหลายจะหัวเราะเสียงนี้หมดเลย ทั้งหลวงพ่อเซน และเซนเซหนู)

 

ง่ายมากเลยค่ะอาจารย์  อาจารย์เห็นปุ่ม html ข้างบนกรอบเขียนข้อความไหมคะ นั่นล่ะค่ะ  ไปกดตรงนั้น  แต่ก่อนอื่นอาจารย์ต้องมี แอดเดรสที่อาจารย์ใส่รูปเก็บไว้ก่อนนะคะ  ว่าเก็บไว้ที่ไหน  ของหนูส่วนใหญ่มาจาก flickr น่ะค่ะ  แต่ก็สามารถไปเอามาจากที่ไหนก็ได้ในเวบ  ที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์เขาน่ะนะคะ

 

หลังจากนั้น ก็ใส่คำสั่งใส่ภาพแบบ html ธรรมดา ๆ นี่ล่ะค่ะ  คือ

<img src="http://www.ที่อยู่ภาพสมมติ.com/12.jpg"></img>  แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยค่ะ  อ้อ พอเสร็จแล้วหน้าต่างที่เขาให้ edit html ก็อาจจะมีปุ่มให้คลิก โอเค หรือ อัพเดท อะไรทำนองนี้น่ะนะคะ ก็คลิกไปธรรมดา มันก็จะพากลับมาหน้าต่างเขียนข้อความเหมือนเดิมนี่ล่ะค่ะ

 หน้าต่างเดียวกันนี้ใช้คำสั่งของโปรแกรม  html ได้หมดน่ะค่ะ  คิดว่าน่ะนะคะ  ยังไม่เคยลองทุกอัน

ขอให้สนุกกับการแปะรูปนะคะ,

 

ณัชร

ป.ล. ไม่แน่หรอกค่ะอาจารย์  เซนเซหนูอาจจะปลิวก็ได้  อาจารย์อาจจะเป็นจอมยุทธพู่กันทอง หรือว่าคิวทองก็ได้ใช่ไหมคะ  ที่กบดานอยู่ไม่ออกไปท่องยุทธจักรอะไรทำนองนี้ ฮิ ๆ 

สุกฤตา
IP: xxx.123.30.78
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณณัชร

ต้อนรับกลับบ้านนะคะ   เพิ่งเข้ามาตามเวบของอาจารย์มาค่ะเห็นบล๊อคของคุณณัชรเลยเดินเข้ามาตามประสาคนอยากรู้อยากเห็น

เลยได้ความรู้เห็นอะไรดีอีกตามเคยจะขออนุญาติแนะนำต่อให้เพื่อนๆที่เค้าสนใจด้วยได้มั้ยคะ

เผื่อจะเป็นความรู้กับคนอื่นๆต่อไปน่ะค่ะ

เพราส่วนตัวรู้สึกชอบว่ามีสิ่งที่น่าสนใจและความรู้สอดแทรกอยู่ในความสนุกสนานด้วย

เสียดายคุณณัชรไม่สนใจวิชาชงชากับวิชาจัดดอกไม้ไม่งั้นจะได้ถือโอกาศถามและเปรียบเทียบกันดูแห่ะๆ

ในความรู้สึกน่าจะใช้หลักเดียวกันในบางส่วนนะคะ

แต่ก็ชอบจังค่ะ   คิดเล่นๆนะคะเอวิชาดาบของไทยจะมีหลักการที่ลึกซึ้งแบบซามูไรของญี่ปุ่นมั้ยนะ  แต่คงไม่มีโอกาศรู้แน่เลยค่ะเพราะคงไม่มีทางได้ฝึกดาบกับใครแน่ๆอิๆ

ตามมาอ่านน่ะคะ  ชอบอีกแล้ว

"    ชีวิตมนุษย์นั้นก็เหมือนกับความฝันนั่นเอง  ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน  ไม่มีแม้แต่สิ่งเดียว  "

 

nash
เขียนเมื่อ 

คุณสุกฤตา สวัสดีค่ะ,

ตามมาเจอจนได้  อย่าเพิ่งค่ะ อย่าเพิ่งไปบอกใครต่อ  เพราะที่แวะมาเขียนคนเดียวเงียบ ๆ จุดประสงค์หลักเป็นการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับอาจารย์พิชัย และ คนในวงการศึกษาที่มีกำลังวิจยสิ่งเดียวกัน   

จริง ๆ ก็คือหวังเข้ามาพึ่งพา และเรียนรู้จากผู้อื่นเสียล่ะมากกว่า  เพราะอยากรีบเรียนจบค่ะ

นอกจากนั้น ก็ยังเป็นการทยอยรวบรวมลิ้งค์ต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกับวิทยานิพนธ์มาเป็นหมวดหมู่ไว้ที่เดียวกันอีกด้วย เผื่อจะได้ใช้

ตอนนี้ความคิดยังไม่ตกผลึกค่ะ ยังกระจัดกระจายนู่นนี่  จึงยังไม่ค่อยอยากให้ใครต่อใครมาอ่านมากนัก เพราะเกิดมีการอ้างอิงนำไปใช้นอกบริบทแล้วจะยุ่ง  เรื่อง ซามูไรๆ นี้มีปัญหาง่ายค่ะ

แล้วก็ไม่แน่ว่าจะเขียนตลอดไปด้วยน่ะค่ะ  เพราะแต่ก่อนเขียนบล๊อกภาษาอังกฤษส่วนตัวจะเอาไว้ช่วยเรื่องวิทยานิพนธ์แล้วก็ไม่ได้เขียนต่อ

ยังหาอะไรที่ลงตัวไปเรื่อย ๆ อยู่น่ะค่ะ

 

คุณ  ดอกแก้ว สวัสดีค่ะ,

ขอบพระคุณที่ชอบค่ะ  มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ นะคะ  คุณดอกแก้วว่าไหมคะ?

ณัชร