world tsuki


  • ก่อนที่ฉันจะเดินหน้านำเรื่องซามูไร ซี่รีี่ส์    อันว่าด้วยการเดินสายดวลดาบซามูไรในญี่ปุ่น ในการแข่งขันทัวร์นาเม้นท์ต่าง ๆ ของฉันมาเล่าสู่กันฟัง  พร้อมด้วยเกร็ดเล็ก ๆน้อย ๆ จากการที่ได้มาฝึก ประจำสังกัดสำนักดาบที่นี่ควบคู่ไปกับการรับทุนวิจัยป.เอกของฉันนั้น  ฉันคิดว่าถ้าได้เล่าที่มาที่ไปเสียก่อนก็คงจะทำให้ท่านอ่านได้อรรถรสมากขึ้นไม่น้อย 

 

  • เพราะนอกจากศิลปป้องกันตัวที่ฉันเล่นนั้นเป็นกีฬาที่ค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศไทยแล้ว  ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจจะยังงง ๆ สงสัยว่ามัีนไปเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมได้อย่างไร อีกด้วย  

 

 

  • ฉันเลยถือโอกาสไปงัดเอาเรื่องราวเก่า ๆ ที่ฉันเคยเขียนเก็บ ๆ เอาไว้มาเล่าให้ท่านฟังบ้างเป็นกระสายเท่าที่จะหาเจอและนึกออก   เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ฉันเขียนตั้งแต่อยู่เมืองไทย เมื่อประมาณกลางปีที่แล้ว

 


ฉันผัดผ่อนการส่งคำตอบสำหรับข้อสอบอัตนัยในการสอบเลื่อนชั้นขึ้นสายดำดั้ง ๑ สำหรับศิลปป้องกันตัวที่ชื่อ sports chanabara ของฉันมานานมากแล้ว  และเท่าที่ผ่านมา  เซนเซก็ไม่ได้เร่งรัดอะไรฉัน  ท่านก็ยอมรับเหมือนกันว่ามันไม่ง่ายนัก 

 

แต่ในที่สุดอาทิตย์ที่แล้ว เซนเซก็ยื่นกระดาษให้ฉันแผ่นหนึ่ง   ในนั้นเซนเซเขียนคำถามอยู่สองข้อ  ซึ่งมากกว่าในอีเมล์ที่ท่านเคยส่งมาให้ฉันเขียนก่อนหน้าข้อหนึ่ง 

 

คนญี่ปุ่นที่ดั้งเดิมและออกแนวอนุรักษ์นั้นไม่นิยมพูดอะไรตรง ๆ  แต่ชอบการสื่อสารด้วยสัญลักษณ์  ดังนั้น จากการยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้ฉัน  มันก็หมายความชัดเจนแล้วว่า  ท่านคิดว่าฉันควรจะพร้อมที่จะให้คำตอบท่านแล้ว

 

ฉันกลับบ้านด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง  วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกฉันว่ายากแล้ว  แต่สิ่งที่เซนเซเรียกว่า thesis สำหรับวิชาดาบซามูไรนี่สิ ยากยิ่งกว่า 

 

ไม่ใช่แต่เพียงฉันไม่สามารถไปค้นตัวอย่างของรุ่นพี่เอาตามห้องสมุด  หรือกู๊กเกิ้ลได้เลยเท่านั้น  สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกว่ามันยากที่สุดก็คือ  ฉันรู้สึกว่า  การที่จะได้คำตอบออกมานั้น  ฉันต้องเข้าไป ค้น ในใจตัวเอง

 

และนั่นคือสิ่งที่ฉันกลัว

 

  • กลัวอะไร?

  • กลัวทำได้ไม่ดี

  • กลัวทำได้ไม่ดีที่สุด

  • กลัวทำไม่ได้

  • กลัว

นี่ไง ฉันรู้แล้วว่าทำไมเซนเซถึงให้ฉันทำข้อสอบ  เพราะการเรียนดาบซามูไรนี้เป็นการฝึกแบบเซนในทุก ๆ ขั้น  ท่านต้องการให้ฉันหมั่นตรวจสอบสภาพจิตใจของตัวฉันเองอยู่เสมอ  และเมื่อพบแล้ว รู้แล้ว จะทำอย่างไรกับมันต่อ? 

 

เหมือนในสมัยโบราณ  ที่พระเซนนิกาย รินไซ จะให้ โคอัน หรือ ปริศนาธรรม กับลูกศิษย์ไปขบคิด  ด้วยการนั่งสมาธิและเจริญสติในทุก ๆ อิริยาบถ

 

เพียงแต่ในสมัยนี้  โคอัน ของฉัน มาในรูปแบบของอีเมล์เท่านั้นเอง

 

หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้วว่าจะตอบว่าอะไร  ฉันก็พิมพ์คำตอบข้อหนึ่งไป  แต่จะไม่ขอเอ่ยในที่นี้  เพราะเข้าใจว่าน่าจะเป็นความลับของสำนัก

 

แต่ข้อสองนั้นเชื่อว่าบอกได้  เพราะเป็นปรัชญาโดยรวมของเซน และเป็นอะไรที่ตรงกับวิปัสสนาของไทยเราด้วย

 

ข้างล่างนี้คือคำตอบที่ฉันส่งเซนเซไปวันนี้  คำถามที่สองนี้ยากกว่ามาก  เพราะเซนเซให้ฉันอธิบายถึง สภาวะจิตในปั้จจุบันขณะของคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่สายดำดั้ง ๑ ว่า เป็นอย่างไร

 

คนญี่ปุ่นชอบการสื่อสารด้วยสัญลักษณ์ และบางทีไม่ต้องใช้คำพูดมาก  ฉันคิด  และคนญี่ปุ่นเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับ Aesthetics หรือความงดงามลงตัวประณีตอย่างเป็นธรรมชาติของทุกสิ่งในชีวิตประจำวันเป็นอันมาก    นั่นคือเสน่ห์ที่ฉันยอมรับว่าฉันประทับใจ

 

ดังนั้น ฉันคิดว่า ฉันรู้แล้วว่าฉันต้องการจะสื่อสารความรู้สึกของฉันในการตอบข้อสอบนี้กับเซนเซของฉันอย่างไร  ซามูไรก็มีหัวใจเหมือนกันนี่นา  ฉันคิด

 

ว่าแล้วฉันก็ไปค้นเนทเพื่อหาภาพเขียนพู่กันจีนที่ฉันต้องการ  นั่นคือ  ภาพเขียนตัวอักษร Calligraphy คำว่า ความฝัน หรือ Yume ภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง  คือตัวนี้

 

สาเหตุที่เลือกคำนี้  นอกจากมันจะสื่อสิ่งที่ฉันต้องการแล้ว มันยังมีความหมายนัยยะซ่อนเร้นอีกด้วยว่า  ฉันมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับทฤษฎีดาบซามูไรสมัยโตกุกาว่าอย่างดี  เนื่องจากตัวอักษรนี้เป็นตัวอักษรตัวสุดท้าย ที่พระเซนที่มีชื่อเสียงที่สุดของยุคองค์หนึ่ง ชื่อ ทัคคุอัน โซโฮ ได้เขียนเอาไว้ก่อนจะวางพู่กันลงแล้วก็ล้มตัวลงนอนเสียชีวิตลงอย่างสงบ  พระเซนองค์นั้นท่านแต่งตำราฝึกกายใจในเชิงเจริญสติไว้หลายเล่ม ที่มีคนไปตีความเป็นคัมภีร์ดาบ รวมทั้งท่านได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์ของมูซาชิ และ ยากิว มูเนโนริ คู่ปรับคนสำคัญอีกคนของมูซาชิ ที่ไม่เคยได้ดวลกันอีกด้วย

 

หลังจากนำตัวอักษรพู่กันจีนดังกล่าวมาจัดวางไว้ตรงกลางหน้ากระดาษแล้ว  ฉันก็เขียนคำอธิบายสั้น ๆ ง่าย ๆ ด้านล่าง ดังนี้  ฉันรู้ว่ามันอาจจะสั้นกว่าที่เซนเซคาดเอาไว้  แต่ฉันก็เขียนไปตามที่ฉันรู้สึกจริง ๆ

นี่คือคำตอบของฉัน

 

 Dream calligraphy

 

นี่คือสภาพจิตใจของฉันในปัจจุบันขณะ

 

ฉันรู้สึกราวกับว่าฉันกำลังฝันไป

 

ตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ แล้ว ที่ฉันเคยฝันว่าฉันอยากได้สายดำในศิลปป้องกันตัวต่าง ๆ  แต่คุณแม่ให้ฉันเลิกเล่นกลางคันเพราะว่ากลัวฉันจะบาดเจ็บ  ฉันก็ได้แต่ยอมรับว่านั่นเป็นวิบากกรรมของฉัน

 

แต่ในขณะนี้ เมื่อสิ่งที่ฉันเคยฝันหามาตลอดชีวิตกำลังจะลอยเข้ามาตรงหน้า  แทนที่ฉันจะเอื้อมมือออกไปไขว่คว้าหามัน  ฉันกลับเริ่มมีความลังเลสงสัย

 

เมื่อมาพิจารณาตัวเอง ฉันรู้สึกว่าฉันยังไม่คู่ควรที่จะได้รับมันเลย

 

คนเราควรจะใช้เวลาฝึกฝนนานเท่าใดกันกว่าจะจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดี?  ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกัน       บางที  อาจจะต้องใช้เวลาชั่วชีวิต

 

ชีวิตมนุษย์นั้นก็เหมือนกับความฝันนั่นเอง  ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน  ไม่มีแม้แต่สิ่งเดียว

 

เราคงจะทำได้แค่เพียงเรียนรู้จากทุก ๆ สิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา  ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ดี หรือ ไม่ดี   รวมทั้งข้อผิดพลาดของเราเองด้วย

 

ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งที่ให้โอกาส


เซนเซไม่ได้บอกว่าฉันผ่าน หรือไม่ผ่าน  และฉันก็ไม่ได้ถาม แต่ฉันรู้ว่าคำตอบฉันถูกส่งมาที่ญี่ปุ่นด้วย

 

เวลาผ่านไปนานอีกพอสมควร  ฉันก็ยังเรียนศิลปป้องกันตัวโบราณนานาชนิดกับเซนเซต่อไป  จนฉันกำลังจะไปผ่าเลสิกก่อนเดินทางมาที่ญี่ปุ่นครั้งนี้  เซนเซจึงมาบอกให้เลือกวันสอบภาคสายดำภาคปฏิบัติ เพราะท่านต้อง อิมพอร์ต คู่สอบแข่งให้ฉันเข้ามา  เนื่องจากที่เมืองไทยยังไม่มีกีฬาชนิดนี้อย่างเป็นทางการ  โอ้โห...

 

ฉันเคยคุยโทรศัพท์กับคนไทยอีกคนที่เคยสอบ  เขาสอนอยู่ที่เชียงรายหรือไงนี่   สองปีที่แล้วเขาไปได้แชมป์ที่สิงคโปร์มาด้วย  เขาบอกฉันว่า  ให้ไปฟิตซ้อมร่างกายไว้ดี ๆ ได้เลย  เพราะปีที่เขาสอบเจอผู้ชายญี่ปุ่น ๓ คน รุม ๑  และขู่อีกต่าง ๆ มากมาย

 

รายละเอียดการสอบภาคปฏิบัติจะสนุกสนาน โหด ให้ข้อคิดสอนใจอย่างไร....เชิญติดตามได้บล๊อกหน้า หรือว่าบล๊อกต่อ ๆ ไป.....