สุขใดเสมอความสงบไม่มี            ขึ้นประเด็นแบบนี้หลายคนคงเห็นด้วยหรือคัดค้านในใจ  แต่คงไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ถ้าสักวันหนึ่งใครสักคนได้มีโอกาสไปอยู่ในสถานที่และบรรยากาศที่เงียบสงบ และมีการปฏิบัติทำใจสงบนิ่งๆอาจเรียกว่าการทำสมาธิ ผู้นั้นอาจจะพบความสงบและเห็นด้วยว่าความสุขที่เกิดจากความสงบเป็นสุขที่แท้จริง            วันที่30-31ธ.ค 49 ผู้เขียนเริ่มการปฏิบัติตนในการอยู่วัด โดยการถือศีลแปด นั่งสมาธิ เดินจงกรม วางงานภาระหน้าที่ทั้งหลายไว้ที่บ้านและที่ทำงาน  ตอนเย็นสวดมนต์ทำวัตรเย็นพร้อมพระสงฆ์ และตามด้วยการนั่งสมาธิ …คืนวันที่31ธ.ค หลังจากสวดมนต์ ทำวัตรเย็นนั่งสมาธิแล้ว ประมาณสองทุ่มผู้เขียน น้องสาว และญาติโยมอีกหนึ่งคนชวนกันเดินจากศาลาไปนั่งสมาธิต่อที่พระอุโบสถ  ระยะทางจากศาลาไปพระอุโบสถประมาณหนึ่งกิโลเมตร สองข้างทางมีต้นไม้มากไม่มีไฟฟ้าตามทางเดินใช้ไฟฉายแต่คืนวันที่ 31ธ.ค จันทร์ส่องสว่าง เราเดินกันมาเงียบๆมีคุยกันบ้างเบาๆท่ามกลางต้นไม้และแสงจันทร์ที่ส่องลอดช่องต้นไม้ใบไม้มาให้เห็นเส้นทางเดินขาวสว่างนวล เงียบมาก อากาศเย็นสบายไม่ถึงกับเย็นมาก ทุกอย่างรอบตัวนิ่ง พระอุโบสถอยู่เชิงภูเขาหิน มีความสูงจากพื้นพอสมควร ไปถึงผู้เขียนเลือกเดินจงกรมบริเวณระเบียงพระอุโบสถ มองดูบรรยากาศรอบตัว ต้นไม้สูงยืนตระหง่านท่ามกลางแสงจันทร์ขาวนวล  ณช่วงเวลานั้นรู้สึกได้ว่าใจตัวเองนิ่งมากไม่มีความคิดเรื่องใดมารบกวน ห้วงเวลาของความสงบ  รู้ตัวเองได้ในขณะนั้นสุขใดเสมอความสงบไม่มีพบเข้าใจด้วยใจตนเอง  ……เป็นการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่สุขจริงๆ