ต้องควักหัวใจออกมาพิสูจน์ เพราะเพียงคำพูดไม่พอ

ซาร์ทแบบเตอรี่ใจKM 

  ต้นปี ท่าน beyond KM  มาให้สติก่อนสต๊าส์ แก่ชาวKMดีมาก ในประเด็น คำถามสำหรับ “นักเดินทาง” ..จะไปไหน? ..อยากไปไหม? ..นับเป็นเรื่องโดนใจมาก ในเรื่องของการเตรียมตัว เตรียมความพร้อม เรื่องนี้เป็นหัวใจของการทำงานไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหน สมัยก่อนเขาต้องเตรียมลายแทง เสบียง ยา อาหาร อาวุธ กำหนดจุดที่หยุดทัพรายทาง ต้องมีข้อมูลว่ามีน้ำไหม มีหญ้า มีแหล่งอาหาร หาปลา เก็บผัก ฯลฯ   

  ทัพพม่าจะกรีฑามาถล่มกรุงศรีอยุธยา เรื่องการเตรียมการจัดทัพเป็นเรื่องที่คึกคักมาก ฝึกทหาร หาอาวุธ เตรียมอาวุธ เตรียมยานพาหนะ ส่งกองสอดแนม ออกไปเตรียมเสบียงตามหัวเมืองในเส้นทางเดินทัพ ทัพทางบกเตรียมช้างมาวัวควาย ยุทโธปกรณ์ ปืนใหญ่ กระสุนดินดำ โล่ เหลน หลาว ง้าวขออีนุงตุงนัง

  สมัยนั้นไม่มีมาม่า อาหารกระป๋อง การเลี้ยงปากท้องคนเป็นหมื่นๆ กว่าจะไปถึงที่หมายได้โจมตีฟาดฟันกันก็งอมพระรามแล้วละครับ   ถ้าเปรียบเทียบกับการเตรียมตัวสมัยนี้สะดวกสบายกว่ากันมาก โดยเพราะจอมยุทธที่จะเข้าไปฝึกปรือในสนามการจัดการความรู้  ท่านbeyond KMให้ตอบตัวเอง 3 ข้อ

1. จะไปไหน? check “DIRECTION”  

2.  อยากไปไหม? ทางอีสาน จะถามกันว่า คันไหม ท้าทายไหม ถ้าไม่เกิดตรงนี้ มันก็จะไปแบบเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ งอแงเหมือนเด็ก ปัญญาอ่อนไปตลอดระยะทาง ข้อนี้สำคัญเท่าๆกับเราเช็ค ลมล้อ เช็คเบรก เช็คน้ำมันเครื่อง เช็คเส้นทางฯลฯ  แต่ในทางปฏิบัติพวกเรายังต้องเช็คใจด้วยครับ ใจแค่ไหน ใจปลาซิวหรือใจปลาวาฬ

  งานKM เป็นงานภาคปฏิบัติ ถ้าใจฝ่อ ตาฟาง ไปยากครับ สำคัญที่ใจ  อาจารย์ให้เช็ค“ไฟในตัว” กำลัง check “PASSION” ตรวจสอบ “ฉันทะ” ผมก็เตรียมตรวจสอบแบตเตอรี่ใจว่าเสื่อมแล้วหรือยัง รวมทั้งมองไปถึงอุปกรณ์ชาร์ทไฟด้วย  ขั้นที่ 2 นี่เป็นอย่างที่อาจารย์เตือนไว้ ถ้าไม่ผ่าน 2 ข้อนี้ห้ามก้าวกระโดดไปข้อที่3 

3.  จะไปด้วยวิธีใด? หมายถึง “ACTION” ซึ่งก็คือการเริ่มต้นเดิน ทางที่แท้จริงครับ .นักวางแผน นักยุทธศาสตร์ เหล่า  Strategist ทั้งหลายมักจะเริ่มด้วยการ “วางแผน” ซึ่งก็หมายถึงการเขียน “แผนที่” ตัวแผนที่นี้เราเรียกกันว่า”พิมพ์เขียว” ครับ เราคุยกันเรื่องนี้ไปบ้างแล้ว ช่วงที่เข้ากรุงเทพ ท่านอาจารย์ใหญ่ให้ข้อ  ชี้แนะเพิ่มเติมอีกว่า นักศึกษาKMจะต้องไขกุญแจเข้าไปค้นความรู้ในอินเตอร์เน็ท 

  ตรงนี้ยังต้องจูนใจกันอีกสักยกหนึ่ง ถึงนักศึกษาจะอยู่กับคอมพิวเตอร์ส่งบล็อก แต่ก็ยังไม่ไปแง้มไปค้นดูชุดความรู้สายวิชาการ ความรู้ในกรมกอง ความรู้สากล ยังสนุกอยู่กับการบันทึกในเรื่องที่ตนเองรู้และข้อมูลที่ลงพื้นที่ แล้วก็เอาส่วน นั้นมาเขียนเป็นคุ้งเป็นแคว เรียกว่าหูตาไม่กว้างขวางพอ ไม่ไปดูว่าเรื่องนี้สายวิชาการสายเทคโนโลยีไปถึงไหน ยังขาดไปสายหนึ่ง เหมือนรางรถไฟมีรางเดียว ไม่เข้าใจว่าจะต้องวางรางที่ 2 รถมันถึงจะวิ่งไปได้  ยังคิดจะพายเรือแจวไล่เรือยนต์

    การสร้างชุดความรู้ท้องถิ่นผ่านวิธีการของKM ต้องอาศัยข่ายความ
รู้ทุกศาสตร์มาประยุกต์ให้เข้ากัน ที่เราใช้คำว่าปั้นดินให้เป็นดาว   เมื่อมันสับสนแช่มช้อยอยู่อย่างนี้ การออกแบบการจัดการความรู้    เพื่อสร้างความรู้ระดับชุมชน จึงเน้นไปที่การทำงานผ่านกิจกรรม ใน  เร็วๆนี้เราจะเอาเรื่องการเลี้ยงไก่ไข่ระดับชุมชน มาอธิบายให้เห็นขั้น
ตอนการเกิดความรู้ที่เหมาะสมกับชุมชน
  บ่ายวันนี้ ดร.วนิดา กำเนิดเพชร พันธมิตรทางวิชาการหลักด้านปศุสัตว์ ได้โทรศัพท์มาถามวิธีเข้าบล็อกของ gotoknow  ผมดีใจยิ่งกว่าลิงได้แก้ว แสดงว่าการเคลื่อนทัพในคราวนี้เราพร้อมแล้ว ทั้งตัวพื้นที่ ตัวคน ตัวชุมชน ตัวเก็บข้อมูล ตัวนักวิชาการ และนักวิชาเกิน โดยเอาบล็อกเป็นเครื่องมือช่วยในการสร้างระบบKMชุมชนดัง..

Key Word: ต้องควักหัวใจออกมาพิสูจน์ เพราะเพียงคำพูดไม่พอ