วันส่งท้ายปีเก่า ดันมีพวก memified อาละวาด

สามสิบปีก่อน Richard Dawkins เขียนหนังสือ The Selfish Gene พูดถึงเรื่อง meme ว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของปรสิตความคิด สามารถแพร่กระจายไปตามสมองคน โดยผ่านการสื่อสาร

ที่เรียก meme ว่าปรสิต เพราะมันชี้นำให้คนทำอะไรต่อมิอะไร ราวเป็นข้าทาส รอรับการใช้สอยบงการ โดยตัวมันควบคุมทรัพยากรมนุษย์เสมือนกดรีโมทคอนโทรลสั่งงาน เราเรียก meme ว่า ความคิด ความเชื่อ

meme มีทั้งด้านดี งดงาม สูงส่ง เราเรียกหลักธรรม จริยธรรม ศาสนา

meme ก็มีที่เป็นด้านมืดไร้ก้นบึ้งในตัวคน ในสังคม ในลัทธิความเชื่อที่บิดเบือนให้เข้ากับผลประโยชน์ทางการเงินหรือทางการเมือง 

มันทำให้คนเปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้คนจับอาวุธมาฆ่ากัน ฯลฯ สารพัด ก็ได้ แม้ด้วยกรอบความเชื่อ กรอบแนวคิด ที่วิปริตผิดมนุษย์ ก็ตาม

ที่เคยมีผู้นิยามศัพท์ที่สั้น แต่ตรงเป้า

..อุดมการณ์สะกด..

มันสะกด และชี้นำให้คนเชื่อว่าการฆ่าผู้บริสุทธิ์ เป็นเรื่องธรรมดา การทำลายล้างในสเกลใหญ่ เป็นเรื่องไม่ผิด

ยีนของคนมีเก้าพันล้านลำดับ แต่ละลำดับมีความเป็นไปได้สี่รูปแบบ ผลคือความเป็นไปได้ของยีนคน (genotypes) คือเก้าพันล้านยกกำลังสี่ (ซึ่งเกือบถึงสิบยกกำลังสี่สิบ)

ความเป็นไปได้ของการแสดงออกทางพันธุกรรม (phenotypes) จะไม่ต่างจากความเป็นได้ของยีนนัก หากเอาความเป็นไปได้ที่ยีนเกิดการ express ต่างกันในเงื่อนไขแวดล้อมที่ต่างกัน ก็คงทำให้ความเป็นไปได้ของ phenotypes ยังมีความจำกัด (finite phenotypes)

แต่ความวิปริตของ meme สามารถวิปริตหลากหลายกว่านั้นมาก เพราะไม่ถูกจำกัดด้วยขนาดใด ๆ (infinite memetypes)

meme หรือความคิดที่ถูกบิดเบือนจนบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ เมื่อผนึกให้แข็งค้าง เป็นความเชื่อฝังหัว ก็ไม่ต่างกับการทำมัมมี่ของระบบความคิด

ต่อให้หลากหลาย แต่ก็ยังวิปริต

ความคิดวิปริตที่ผ่านการแช่น้ำยาดองศพเช่นนี้ มีแต่ต้องเรียก memified จึงจะคู่ควร

สัพเพ สัตตา...